ข่าว

'ไม้ใหญ่'ใครก็อยากโค่น

'ไม้ใหญ่'ใครก็อยากโค่น

04 มิ.ย. 2556

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ไม้ใหญ่ ใครก็อยากโค่น : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 

                         อาหารเสิร์ฟด่วนกินเร็วของฝรั่งที่เรียกกันว่าฟาสต์ฟู้ด มักจะถูกค่อนขอดโดยเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า จังก์ฟู้ด หรืออาหารขยะ ด้วยข้อกล่าวหาว่าอาหารเหล่านั้นมีคุณค่าทางโภชนาการ น้อยเกินกว่าที่จะใช้บริโภคเป็นประจำ โดยผู้คนที่กล่าวหาเหล่านั้นลืมไปว่าฟาสต์ฟู้ดเหล่านั้น เกิดขึ้นมาสำหรับผู้คนที่เร่งรีบและอยู่ในภาวะหิว ต้องการอาหารเข้าไปทำให้ท้องอิ่มอย่างรวดเร็วชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

                         แต่เมื่อวิชาการตลาดและหลักการทางธุรกิจ ทำให้ฟาสต์ฟู้ดเหล่านั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว เกินกว่าที่ผู้คนในสังคมจะไล่ตามทัน หรือเติบโตเร็วกว่าที่จะห้ามปรามตัวเองและลูกหลาน ไม่ให้หันไปบริโภคฟาสต์ฟู้ดเหล่านั้นในปริมาณที่เหมาะสมได้ จึงเกิดการต่อต้านฟาสต์ฟู้ดในรูปแบบต่างๆ แพร่กระจายอย่างต่อเนื่อง ด้วยข้อหาว่าทำให้สุขอนามัยของผู้คนเสื่อมโทรมลง

                         สิ่งที่น่าแปลกใจอย่างยิ่งก็คือในสังคมของคนที่ต่อต้านอาหารฟาสต์ฟู้ด โดยกล่าวหาว่าเป็นอาหารขยะไร้ประโยชน์ทางโภชนาการ แต่ในชีวิตประจำวันของผู้คนเหล่านั้นหรือกล่าวให้ตรงเป้า ก็คือผู้คนในโลกตะวันตกหรือฝรั่งที่เป็นผู้ให้กำเนิดอาหารขยะที่เขากล่าวหา กลับยังคงเลี้ยงลูกหลานด้วยอาหารที่ไม่ต่างจากฟาสต์ฟู้ด ที่วางจำหน่ายตามร้านค้าและโดนตนเองต่อต้านแม้แต่น้อย เรายังสามารถพบเห็นเด็กๆ เดินไปโรงเรียน โดยมีแม่จัดหาแซนด์วิช หรือแฮมเบอร์เกอร์ ติดไปให้เป็นอาหารกลางวันอยู่เสมอมา

                         สิ่งที่คนเหล่านั้นต้องการบอกให้โลกรู้หรือก่อให้เกิดการต่อต้าน จึงน่าจะไม่ใช่เรื่องของคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร แต่เป็นวิธีการทางธุรกิจของผู้ประกอบการฟาสต์ฟู้ดทั้งหลาย ที่เดินนำหน้าสังคมของผู้ต่อต้านไปไกลจนใหญ่โตกว่าที่จะควบคุม จนทำให้คนในสังคมของเขาเหล่านั้นหรือลูกหลานของเขาเองตกเป็นเหยื่อทางการโฆษณาและการตลาดของผู้ประกอบการ มากกว่าที่จะหันมาฟังคำเตือนของพ่อแม่และผู้ปกครองที่อยู่ใกล้ตัวเอง

                         ผู้ประกอบธุรกิจอาหารฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่ระดับโลก จึงเป็นเป้าหมายที่ฝ่ายผู้ต่อต้านต้องการโค่นล้มลงให้ได้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์หรือเป็นการส่งข่าวสารไปยังผู้ประกอบการรายรองลงมาอื่นๆ อีกหลายสิบรายให้รับรู้ว่า อย่าพยายามใช้กลไกการตลาดและการโฆษณาประชาสัมพันธ์ จนลูกหลานหรือคนในสังคมนั้นๆ ต้องตกเป็นเหยื่อทางธุรกิจ ด้วยการเป็นผู้บริโภคที่สร้างความเติบโตให้และขยายเครือข่ายออกไปอย่างไม่มีขอบเขตนั่นเอง

                         การต่อต้านหรือรณรงค์เพื่อโค่นล้มต้นไม้ใหญ่เพื่อใช้เชิงสัญลักษณ์เช่นที่ว่ามานี้ มีเกิดขึ้นทุกวันและนับวันจะมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจรายใหญ่ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อคนในสังคมจำนวนมาก เริ่มหันมาเร่งสร้างผลงานทางด้านสาธารณะประเภทที่ถูกเรียกติดปากว่า CSR กันมากขึ้น งานสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กรในเชิงสาธารณะ จึงต้องปรับให้มีความสำคัญมากกว่างานที่เอา ดารา, เซเลบ, ไฮโซไปเดินแจกยิ้มถ่ายรูป เหมือนเช่นที่บางองค์กรทำอยู่ทุกวันนี้ครับ

 

 

--------------------

(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ไม้ใหญ่ ใครก็อยากโค่น : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)