
เปลี่ยน'เลขาฯสมช.'ไม่กระทบสางไฟใต้
'ผบ.ทบ.' ปัดลูกน้องทำร้ายปชช. ตามที่ 'บีอาร์เอ็น' อ้าง ชี้ 'ถวิล' หวนคืนเก้าอี้ 'เลขาฯสมช.' ไม่กระทบสางปัญหาไฟใต้ ยิ้มรับ พอใจกองทัพได้งบฯเพิ่ม
31 พ.ค. 56 เมื่อเวลา 12.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก (นขต.) ถึงกรณีที่กลุ่มบีอาร์เอ็นกล่าวหาว่ารัฐบาลไทยใช้ความรุนแรงกับประชาชนชาวมุสลิมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านเว็บไซต์ยูทูปว่า อย่าไปเชื่อ เพราะสิ่งที่กลุ่มบีอาร์เอ็นพูดยังไม่ได้มีการพิสูจน์ความชัดเจน ตนยืนยันว่าไม่เคยสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือประชาชนใช้อาวุธต่อกันในลักษณะที่ผิดกฎหมายหรือผิดกติกา เพราะการใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหาไม่ได้ ทั้งนี้การออกมาเผยแพร่ไม่ว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ตนถือว่าเป็นการไม่เคารพกติกาในการพูดคุยและเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้การพูดคุยยากขึ้น ซึ่งต่อไปคงรับหลักการอะไรกันไม่ได้ สิ่งที่เราต้องตั้งรับทั้งกลุ่มที่ไปทำงานตามนโยบายของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ และสั่งการให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปต.) ช่วยสรุปว่าควรตั้งหลักอย่างไร โดยเราจะต้องยืนยันสิ่งที่เราทำไปทั้งหมดด้วยความบริสุทธิ์ใจและมีเอกภาพ ยึดถือหลักการอย่างเคร่งครัด แต่หากมีบางส่วนทำผิดจริงก็ต้องลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ขอให้เลิกพูดเรื่องของอดีตและความผิดพลาดบกพร่องที่เกิดขึ้น เพราะได้มีการเยียวยาและดำเนินคดีไปแล้ว หากพูดก็เหมือนเป็นการสะกิดแผลกัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีได้ประชุมเรื่องใต้และให้แนวทางนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อเป็นแนวทางต่อคณะพูดคุยเพื่อสันติภาพ เพราะถึงอย่างไรก็ต้องมีการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ส่วนจะได้ผลหรือไม่ก็ต้องรอดูกันต่อไป เพียงแต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าเราพยายามหาวิธีการที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่จะใช้กำลังอย่างเดียว แต่ถ้ากลุ่มบีอาร์เอ็นยังโจมตีเรื่องต่างๆ ตนมองว่ามันไม่เอื้อต่อการเจรจาพูดคุย เราต้องอดทน เขาเป็นคนส่วนน้อยที่พยายามจะทำเกิดผลกระทบในวงกว้าง
เมื่อถามถึงกรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้คืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้กับนายถวิล เปลี่ยนศรี นั้นจะมีผลต่อการแก้ไขปัญหาภาคใต้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ตำแหน่งดังกล่าวสามารถทำงานได้ 2 คนได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องมีการพิจารณาว่าจะทำอย่างไร ดังนั้นรัฐบาลในฐานะผู้บังคับบัญชาต้องตัดสินใจเลือกเอาว่าจะให้ใครเป็นเลขาธิการสมช. ซึ่งเราต้องเชื่อฟังกระบวนการยุติธรรม ตนไม่ได้ว่าใครผิดหรือถูก ใครดีหรือไม่ดี เราต้องเคารพคำสั่งศาล กองทัพไม่ทำงานกับตัวบุคคล แต่ทำงานกับระบบและยึดถือระเบียบ กฎกติกา วันนี้ทำอย่างอื่นไม่ได้ กองทัพบกต้องอยู่ในทิศทางที่เดินไปข้างหน้าได้ เพราะประเทศชาติหยุดไม่ได้และขณะนี้ประชาชนยังลำบากเดือดร้อน นี่คือเหตุผลที่ทหารต้องขับเคลื่อนทุกภารกิจ
เปิดใจ 'ผบ.พัน' ใครจะปลด 'ผบ.ทบ.' ง่ายๆ ไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก (นขต.)ว่า การประชุมนขต.เป็นการสร้างอนาคตของกองทัพบก วันนี้เราเป็นกองทัพบกในยุคใหม่ อีกทั้งขณะนี้สถานการณ์ภายนอกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นตนจึงต้องการให้ผู้บังคับหน่วยได้เรียนรู้เร็วมากขึ้น ซึ่งในวันนี้มีหลักสูตรให้นักเรียนนายร้อยที่เรียนจบใหม่ไปศึกษางาน 3 เดือน โดยจะให้เขาสามารถยืนอยู่หน้าแถวทหารได้ ในสมัยก่อนพวกตนต่อสู้ด้วยตนเอง แต่วันนี้งานของกองทัพมีมากขึ้นจึงต้องมีการสอนและแนะนำให้มีการพัฒนา เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ให้เร็วขึ้น เพราะวันนี้เรามีภารกิจหลายด้าน
"ผมอยากให้มีการประชุมระดับผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงทุก 3 -6 เดือน เพื่อที่จะได้รู้ว่ากองทัพบกมีการขับเคลื่อนอะไรไปบ้าง และผมจะได้มีโอกาสการพูดคุยกับผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรงว่ามีปัญหาอะไรบ้าง เพราะผมเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน ต้องการสร้างฟันเฟืองทุกเฟืองให้ช่วยขับเคลื่อนฟันเฟืองใหญ่ ซึ่งก็คือผบ.ทบ. เพื่อให้งานสามารถเดินหน้าไปได้ คนที่จะโตหรือไม่โตในกองทัพบก อยู่ที่ความแตกต่างในเรื่องของความรู้ความสามารถ หากไม่ดีคงไม่ผ่านการตรวจสอบ"
เมื่อถามว่าในที่ประชุมได้มีการพูดกับกำลังพลถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องการปรับย้ายผบ.ทบ.ออกจากตำแหน่งด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้บอกกับผู้บังคับหน่วยว่าถ้าตราบใดที่ตนยังอยู่ในตำแหน่งผบ.ทบ. ก็จะทำงานแบบนี้ หากตนไม่อยู่ก็จะมีคนมาทำหน้าที่ ดังนั้นตนต้องพร้อม ไม่ใช่พอตนพูดก็หาว่าตนพร้อมย้าย แต่ทหารทุกคนพร้อมย้ายตั้งแต่เรียนจบ อย่าบอกว่ามาปลดตนนั้นคงไม่ได้ เพราะตนไม่มีความผิด แต่หากมีการปรับย้ายก็เป็นเรื่องของคณะกรรมพิจารณาปรับย้ายนายทหาร ทั้งนี้อย่านำเรื่องนี้ไปพูด เพราะจะเกิดความเสียหาย เราเป็นข้าราชการประจำพูดอะไรมากก็ไม่ดี แต่พูดน้อยไปสื่อฯก็ไม่เข้าใจ ดังนั้นอยากให้สื่อฯเห็นใจ
ยิ้มรับพอใจงบฯกองทัพได้เพิ่ม ยันต้องใช้อย่างโปร่งใส
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก (นขต.) ถึงการของบประมาณของกองทัพบกในปี 2557 ว่า กองทัพบกได้งบประมาณเพิ่มไม่ถึง 3 เปอร์เซ็นต์หรือประมาณ 3,000 ล้านบาท ตนได้ชี้แจงกับรมว.กลาโหมไปแล้ว ซึ่งงบประมาณปี 2556 เรามีงบประมาณไม่เพียงพอ ขาดทั้งทางด้านบุคลากร งบฯค่าตอบแทนกำลังพล ขณะนี้เงินเดือนขั้นปริญญาตรีได้เพิ่มขึ้นเป็น 15,000 บาทและยังไม่รวมค่าตอบแทนอื่นๆ รวมทั้งงบประมาณการป้องกันดูแลประเทศ ซึ่งกองทัพก็ต้องแก้ปัญหาของตัวเองโดยรัฐบาลพยายามเพิ่มเงินให้ช่วงกลางปีหรือปลายปี อย่างไรก็ตามเราได้เตรียมรายละเอียดเรื่องของการปรับยอดกำลังพลให้เข้ากับสถานการณ์ ทั้งในยามปกติว่าต้องมีจำนวนเท่าไร
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างนั้น มีระบบการทำงานอยู่แล้ว ซึ่งเป็นปัญหาคือโครงการที่มีงบประมาณผูกพันข้ามปี เพราะบางโครงการงบประมาณไม่เพียงพอก็ต้องทยอยในการจัดซื้อหรือบางอย่างเงื่อนไขรับไม่ได้ จึงทำให้เรื่องต้องค้างอยู่ อย่างไรก็ตามยุทโธปกรณ์ในกองทัพมีอยู่ 4 ประเภทคือ 1.ยุทโธปกรณ์ที่จัดซื้อจัดหาใหม่ 2. ยุทโธปกรณ์กลางเก่ากลางใหม่ซึ่งต้องซ่อมบำรุงให้ใช้งานได้ 3.ยุทโธปกรณ์ที่ต้องซ่อมไว้เพื่อคงสภาพเพื่อรอการปลดถ่าย และ 4.ยุทโธปกรณ์ที่ไม่ต้องซ่อมเพื่อรอการจำหน่าย ดังนั้นจึงต้องวางแผนในการใช้จ่ายงบประมาณให้ดี
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถึงแม้งบประมาณในปีนี้ไม่มากแต่ก็รู้สึกพอใจ เพราะยังมีประชาชนที่ยังเดือดร้อนอยู่อีกมาก เช่น ชาวนาเขาไม่ได้ขออะไรมากแค่เพียงฝนตกก็เพียงพอที่จะให้ข้าวเจริญเติบโต และก็ไม่รู้ว่าจะขายข้าวได้ราคาเท่าไร ในฐานะที่เป็นกองทัพจะต้องการอะไรอีก เรื่องความต้องการสิ่งสำคัญต้องมีการเผื่อแผ่กัน ทั้งนี้งบประมาณที่กองทัพได้มาจะต้องมีการตรวจสอบทุกขั้นตอนว่า นำไปใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าหรือไม่ เรามีสำนักงานตรวจสอบภายใน และในบางเรื่องสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ได้เข้ามาตรวจ บางเรื่องคณะกรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)ก็เข้ามาตรวจสอบ นอกจากนี้ตนยังตั้งคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบซ้ำอีกเพราะรู้สึกเป็นห่วงเหมือนกันว่า อุปกรณ์ต่างๆที่ซื้อมาใช้งานได้หรือไม่ ปัจจุบันตนสั่งให้รื้อคลังเก็บยุทโธปกรณ์ทุกคลังทั่วประเทศ เพื่อแบ่งส่วนยุทโธปกรณ์ที่ใช้งานได้และใช้ไม่ได้ เพื่อให้ได้ความต้องการที่แท้จริง และจัดหายุทโธปกรณ์ที่ถูกต้องตนมั่นใจว่าใช้งบประมาณที่มีอย่างคุ้มค่า
สั่ง 'กอ.รมน.' ประสาน 'สันติบาล-สตช.' แลกเปลี่ยนข้อมูล หลังบึ้มหน้ารามฯ
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก (นขต.) ถึงเหตุการณ์ระเบิดที่บริเวณหน้าซอยรามคำแหง 43/1 ว่า ตนได้สั่งการให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ติดตามข่าวและสถานการณ์โดยบูรณาการร่วมกับทางกองบัญชาการตำรวจสันติบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งไม่มีอะไรที่ต้องหนักใจ ทั้งนี้ก็ต้องดำเนินการสอบสวนกันต่อไป โดยทางตำรวจก็คงพบหลักฐานมากขึ้น ซึ่งก็ยังไม่มีหลักฐานว่าเชื่อมโยงกับที่อื่น อย่าเพิ่งไปตื่นตระหนกก็ขอให้ทุกคนเตรียมความพร้อมในภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เรื่องการสร้างความหวาดกลัว ซึ่งมีผลกระทบทั้งสิ้นทั้งด้านสังคมเศรษฐกิจ วัฒนธรรม อย่างไรก็ตามทุกคนต้องช่วยกันเฝ้าระวัง
หมดห่วง ! บินเยือนสหรัฐฯ 1-10 มิ.ย. เชื่อไม่มีทำนอกเหนือคำสั่งช่วงไม่อยู่ไทย
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก (นขต.) ถึงกรณีเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 1-10 มิ.ย. ว่า ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีในการสานความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้โครงสร้างกองทัพของไทยในช่วงเริ่มต้นก็มาจากโครงสร้างที่เป็นมาตรฐานของทางสหรัฐฯ แต่ขณะนี้สหรัฐฯมีความเปลี่ยนแปลงไปมาก ตนจึงอยากไปศึกษาการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำมาปรับให้เหมาะสมกับกองทัพบกของไทย เราสร้างมิตรประเทศเป็นเพื่อนดีกว่าไปรบกัน และจะนำส่วนดีๆกลับมา
เมื่อถามว่าเป็นห่วงสถานการณ์ในประเทศช่วงที่จะต้องเดินทางไปเยือนสหรัฐฯหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผบ.ทบ. และยังมีอีก 4 เสือทำหน้าที่ดูแลกองทัพบก แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา ตนก็สามารถบินกลับมาได้ทันที เมื่อถามต่อว่ามั่นใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ทำนอกเหนือคำสั่ง ตามที่มีข่าวลือใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกคำสั่งทำไม่ได้ กองทัพบกก็คือกองทัพบก คนสั่งได้มากที่สุดคือผบ.ทบ. ตนถามว่าใครจะกล้าทำ และคนอื่นสั่งได้หรือไม่ เพราะกองทัพบกต้องสั่งจากยอดลงมา ทำนอกระบบไม่ได้ ถ้าทำนอกระบบจะผิดระเบียบและกติกาชัดเจน ดังนั้นการเมืองก็ต้องแก้ไขกันไป ส่วนทหารก็ทำหน้าที่ในการดูแลประชาชน
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศสหรัฐอเมริการะหว่างวันที่ 1 - 10 มิ.ย. ตามคำเชิญอย่างเป็นทางการของกองทัพบกสหรัฐฯ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางทหาร พร้อมแสวงหาความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในงานด้านความมั่นคง ซึ่งในโอกาสดังกล่าวนี้ ผบ.ทบ.จะเข้าเยี่ยมคำนับผบ.ทบ.สหรัฐฯ และปลัดทบวงกองทัพบกสหรัฐฯ ที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พร้อมทั้งจะเยี่ยมชมและรับทราบภารกิจของหน่วยงานด้านการทหารที่สำคัญของประเทศสหรัฐฯ ได้แก่ กองพลส่งกำลังทางอากาศ ที่ 82 ที่ มลรัฐ นอร์ทแคโรไลนา, ศูนย์ฝึกเตรียมความพร้อมในการรบร่วม ที่มลรัฐลุยเซียนา และศูนย์ดำเนินกลยุทธ์ เพื่อนำไปสู่ความเป็นเลิศ ที่มลรัฐจอร์เจีย ซึ่งถือเป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพสูงในการฝึกบุคลากรของกองทัพบกสหรัฐฯให้มีความชำนาญในด้านปฏิบัติการรบ นอกจากนี้ผบ.ทบ.จะได้ร่วมประชุมหารือกับผบ.ทบ.สหรัฐฯ และรับฟังการบรรยายสรุปจากหน่วยงานด้านการสงครามอสมมาตรของกองทัพบกสหรัฐฯ ด้วย



