ข่าว

'ผบช.น.'ชี้ข่าวลือวางบึ้มกรุงหวังป่วน!

'ผบช.น.'ชี้ข่าวลือวางบึ้มกรุงหวังป่วน!

31 พ.ค. 2556

'คำรณวิทย์' ชี้ข่าวลือวางบึ้มกรุงหวังป่วนสถานการณ์ ย้ำทุกหน่วยเฝ้าระวังจุดเสี่ยง แนะประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ ปัดสั่งรื้อคดีเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์เอาใจใคร

 

                    31 พ.ค.56 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงการปล่อยข่าวระเบิดในพื้นที่ กทม.ผ่านโซเชียลมีเดียสร้างความแตกตื่นว่า เป็นการกระทำจากผู้ไม่หวังดีที่ต้องการสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง ขอยืนยันว่าทุกพื้นที่ใน กทม.ปลอดภัยมีตำรวจเฝ้าระวังสถานที่สำคัญ จุดเสี่ยง จุดล่อแหลมทั้งหมดแล้วและเพิ่มความเข้มความถี่ในการตรวจตราต่อเนื่องเพื่อความไม่ประมาทขอให้ประชาชนสบายใจได้อย่าได้วิตกกังวลใดๆท่านสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

                    ผบช.น. กล่าวถึง การสอบสวนคลี่คลายคดีระเบิดหน้าปากซอยรามคำแหง 43/1 ว่า มีความคืบหน้าไปมากตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานหาผู้กระทำผิดพร้อมตรวจสอบขยายผลภาพจากกล้องวงจรปิดหาเบาะแสผู้ต้องสงสัย ยังไม่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยใดๆ ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน

 

'คำรณวิทย์' ปัดสั่งรื้อคดีเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์เอาใจใคร

 

                    พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วยพล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานด้านการสอบสวน และคณะพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาลประชุมร่วม พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และผู้บริหารห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ช่วงเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงแยกราชประสงค์เมื่อปี 2553

                    พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ชี้แจงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในส่วนของคณะทำงานสอบสวนนครบาลที่ได้ดำเนินการในช่วง 40 วันที่ผ่านมาให้ที่ประชุมรับทราบภายหลังได้รับหนังสือร้องเรียนจากนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ แกนนำคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 5 เม.ย.จึงมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการในส่วนของนครบาลขึ้นมาสอบสวนวันที่ 9 เม.ย.จนถึงขณะนี้มีการประชุมติดตามความคืบหน้าทางคดีมาอย่างต่อเนื่องมีการประชุมมาแล้ว 5 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 มีการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมจนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ 2 คน ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับที่ดีเอสไอได้ออกหมายจับไปแล้วก่อนหน้าเมื่อปี 2553 และออกหมายเรียกตัวผู้ต้องสงสัยอีกที่อยู่ในเหตุการณ์คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุมาสอบปากคำอีก 6 คน ซึ่งข้อมูลทุกอย่างที่ได้ชี้แจงก่อนหน้านี้สอดคล้องและตรงกันกับคณะทำงานของดีเอสไอ

                    พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยังกล่าวถึงข้อเท็จจริงกรณีสื่อมวลชนลงข่าวมีคำสั่งให้รื้อคดีใหม่ว่า ความจริงแล้วไม่ได้เป็นการรื้อคดี แต่เป็นผลจากมีผู้มาร้องเรียนให้นครบาลสืบสวนหาคนกระทำความผิดตัวจริงคนที่เผาห้างมาลงโทษให้ได้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับคดีของดีเอสไอที่ทำสำนวนคดีเสร็จไปแล้วและอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ข้อเท็จจริงที่จะชี้แจงก็คืออย่างนี้แต่ที่ผ่านมาคนนั้นไปพูดที คนนี้ไปพูดที ทั้งที่ไม่รู้ความจริงไปพูดกันไปว่าทำไมนครบาลปล่อยเรื่องมาถึง 3 ปีแล้วถึงเพิ่งจะมาทำ พูดแบบสักแต่ว่าพูด เหมือนว่าทำเพื่อเอาใจใคร แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่

                    "หลังจากผมมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนคดีนี้แล้ว ผมก็เรียกประชุมทันทีโดยครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 10 เม.ย. เรียกประชุมเฉพาะตำรวจนครบาลเพื่อหาหลักฐานเพราะผู้ร้องเรียนต้องการว่าให้สืบสวนหาคนเผาตัวจริงให้ได้ จากนั้นผมก็เรียกประชุมเรื่อยมาครั้งที่ 2 วันที่ 17 เม.ย. ประชุมครั้งที่ 3 วันที่ 1 พ.ค. ครั้งที่ 4 วันที่ 9 พ.ค. จนครั้งที่ 5 เมื่อสัปดาห์ก่อน ก็มีการสรุปว่าเราได้หลักฐานคือภาพผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งคาดว่าจะเป็นผู้ต้องหาตัวจริงที่เข้าไปเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ในวันนั้นจำนวน 2 ภาพมีจำนวน 2 คนและได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งให้ดีเอสไอเป็นผู้อนุมัติออกหมายจับต่อไป" ผบช.น.กล่าว

                    พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวอีกว่า ในขณะเดียวกันหลังจากที่ได้ประชุมกันภาพของผู้ต้องหา 2 คน ก็ไปตรงกับข้อมูลการสอบสวนของดีเอสไอที่ออกหมายจับไปแล้วตั้งแต่ปี 2553 เป็นการออกหมายจับบุคคลตามภาพที่ยังไม่ปรากฎชื่อในตอนนั้นและพบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันจึงเป็นเหตุที่มาที่ไปของการประชุมครั้งนี้คือการประชุมในครั้งที่ 6 ซึ่งเราได้เชิญทางดีเอสไอและทางผู้บริหารห้างมาร่วมด้วยเอาหลักฐานต่างๆมาร่วมกันพิจารณาจะเห็นว่าการทำงานของนครบาลในช่วงเดือนกว่าๆมีความคืบหน้าไปมาก ผมจึงเชิญสื่อมาฟังการชี้แจงจะได้เข้าใจการทำงานของเราจะได้ไม่ไปพูดกันอีกว่า ทำไมผ่านมา 3-4 ปี บช.น. ถึงไม่ทำ

                    "อยากฝากสื่อไปถึงคนที่พูดโจมตีด้วยว่าอย่าสักแต่พูดโจมตีได้สักแต่พูดไปเรื่อย ผมขอยืนยันว่าบุคคลที่ บช.น. แถลงไปแล้ว 2 คน มีหมายจับของอีเอสไอออกไปแล้วเป็นบุคคลตามภาพที่มีหมายจับปรากฎชื่อชัดเจน ใครชี้เบาะแสให้เห็นให้จับคนร้ายได้มีเงินรางวัลนำจับทันที 10 ล้านบาท จ่ายจริง จ่ายแน่นอน จึงอยากฝากพี่น้องประชาชนช่วยดู 2 คน ตามหมายจับ ผมอยากได้เบาะแสของบุคคล 2 คนนี้ มีรางวัลคนละ 10 ล้านบาท ผมการันตีมีแน่นอน ผมก็อยากได้ตัวเหมือนกันว่าเป็นใคร จะได้รู้เสียทีว่าทำไมถึงต้องเผา" ผบช.น.กล่าว

 

เร่งขยายผลภาพจากกล้องวงจรปิด สางคดีบึ้มหน้ารามฯ

 

                    พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. กำกับดูแลพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีระเบิดปากซอยรามคำแหง 43/1ว่า มีการประชุมติดตามความคืบหน้าการสืบสวนของตำรวจนครบาล 4 อย่างต่อเนื่องพร้อมตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดต่างๆรวมทั้งเบาะแสข้อมูลหลักฐานภาพจากคลิปมือถือของประชาชนที่ถ่ายในที่เกิดเหตุเป็นการติดตามงานที่ได้สั่งการไปและประชุมสรุปความคืบหน้าทุกวันช่วงบ่ายที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 4

                    รอง ผบช.น.กล่าวต่อว่า ตอนนี้ยังไม่มีรายงานเพิ่มเติมเนื่องจากการตรวจสอบภาพเป็นงานที่ละเอียด ต้องขอเวลาในการต่อจิ๊กซอว์เพิ่มเติม แต่ยืนยันว่ามีความคืบหน้าในวงของผู้ต้องสงสัยก็แคบลง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะรายละเอียดยังไม่ครบถ้วน เกรงจะกระทบต่อรูปคดี ซึ่งหากมีความชัดเจนแล้วจะชี้แจงให้ทราบทันที ขณะเดียวกันอยากฝากเตือนไปยังประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อข้อความต่างๆในโซเชียลมีเดียว่าจะมีเหตุระเบิดใดๆ ภาพรวมสถานการณ์ใน กทม.ขณะนี้ยังปกติดีมีการระดมกำลังตำรวจทุกหน่วยดูแลเข้มงวดทุกพื้นที่ขอให้สบายใจได้

                    พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวย้ำถึงอัตราโทษสำหรับผู้ที่แจ้งข่าวทางสื่อมีเดียให้ประชาชนแตกตื่นว่า เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 ข้อหานำเข้าสู่คอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ อันทำให้เกิดความเสียหายแก่ความมั่นคงในประเทศและสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน มีโทษจำคุก 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนคดีระเบิดฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนหาคนร้ายมาดำเนินคดี