
จาตุรนต์"ชี้อนาคตรัฐบาลอยู่ที่การต่อรองพรรคร่วม
ชี้"อภิสิทธิ์"หลังลดความน่าเชื่อถือทักษิณที่พูดเรื่องใช้ชื่อปลอมเดินทางต่างประเทศ มอง พธม.ตั้งพรรคการเมืองใหม่เป็นสิ่งที่ดี หวั่นสร้างฐานเคลื่อนไหวนอกสภา
ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 7 มิ.ย. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมาว่า เนื่องจากรัฐบาลชุดปัจจุบันมีที่มาจากการล้มรัฐบาลชุดที่แล้วโดยกลไกของรัฐธรรมนูญ จึงทำให้รัฐบาลเกิดการแทรกแซงของกลุ่มอำนาจและผู้นำกองทัพ รวมทั้งเกิดจากความร่วมมือของกลุ่มการเมือง พรรคการเมืองบางพรรคที่ต้องการที่จะหลีกเลี่ยงการคุกคามของกองทัพ หรือต้องการร่วมมือกันแสวงหาผลประโยชน์ ดังนั้นเราจึงได้รัฐบาลที่ขาดการปรึกษาหารือ ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนเรื่องการบริหารประเทศ 4-5 เดือนมานี้จึงทำให้เราได้รัฐบาลที่สาละวนกับเรื่องของการต่อรองตกลงกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ขณะนี้ความขัดแย้งของพรรคร่วมรัฐบาลมีมากขึ้น จากปัญหาการชลอโครงการของพรรคร่วมบ้าง การขัดขากันบ้าง ขณะเดียวกันการไกล่เกลี่ยเรื่องของผลประโยชน์ก็มีมากเช่นเดียวกัน ขณะที่รัฐบาลกลับมีจุดอ่อนในเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่สามารถแก้ได้ตรงจุด เพราะไม่สามารถบอกประชาชนได้ว่าทำอะไรไปบ้าง นโยบายมีความสับสน ตกลงจะให้จับจ่ายใช้สอยหรือให้ประหยัดกันแน่ เริ่มแรกแจกเงินเหมือนกับเป็นเศรษฐี แต่ไม่นานก็กู้เงิน 8 แสนล้านบาท ซึ่งการแจกเงินให้ประชาชนก็เหมือนเป็นการเตรียมหาเสียงเลือกตั้งไว้ล่วงหน้า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลกำลังให้ความสนใจ เป็นการหาเงินเข้ากระเป๋าเพื่อเตรียมการเลือกตั้งในอนาคต เพราะเขาถือว่าเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การเมืองเมื่อมาถึงจุดนี้ยังไม่มีใครรู้ว่ารัฐบาลจะอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าจะรวมตัวกับพรรคร่วมรัฐบาลได้นานเท่าไร เป็นเรื่องที่รัฐบาลยังไม่ได้แก้ ดังนั้นการเมืองจึงมาอยู่ในจุดที่ย้อนไปสู่วงจรอุบาทว์อย่างชัดเจน พรรคการเมืองไม่ได้แข่งขันกันอย่างแท้จริง เหลือแต่รัฐบาลที่แก่งแย่งกันเรื่องของผลประโยชน์ ทำให้สังคมไทยเสื่อมทราม และเวลานั้นผู้นำเหล่าทัพอาจใช้เป็นเหตุผลในการแทรกแซงทางการเมือง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแทรกแซงดังกล่าวจะถึงขั้นทำรัฐประหารอีกครั้งหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า อาจเป็นได้ถึงขั้นนั้น แต่ก็อาจยังไกลเกินไป การที่ผู้นำเหล่าทัพเข้ามาแทรกแซงการเมืองตั้งแต่ปี 2549 จนกระทั่งมีการตั้งรัฐบาลใหม่ ได้ทำให้เกิดความเสื่อมเสียทางการเมืองไทยแล้วอย่างมาก ภายใต้การเมืองไทยอย่างนี้ ไม่มีทางแก้ไขปัญหาของประเทศไทยได้
ต่อข้อถามว่า มีแนวโน้มที่พรรคร่วมรัฐบาลจะตกลงกันได้หรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าจะต่อรองกันได้มากแค่ไหน ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าน่าจะได้ เพราะมีผลประโยชน์สูงหลายหมื่นล้านบาท นอกจากนั้นเงินกู้ 8 แสนล้านบาทก็ไม่รู้จะเข้าพกเข้าห่อใครอีก แต่หากต่อรองไม่ลงตัวแล้วพรรคร่วมรัฐบาลเห็นว่าพร้อมแล้วสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ ก็อาจตัดสินใจทำให้รัฐบาลนี้ล้ม ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์เอง หรือพรรคร่วมอื่นถอนตัว จะได้ไม่ต้องตกลงกันอย่างทุลักทุเลกันอย่างนี้ ส่วนการประชุมวิสามัญที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยส่วนตัวเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลคงไม่ถึงขั้นต่อรองยกมือในการประชุม แต่เป็นการต่อรองในระดับรัฐบาลมากกว่า ตนยังคิดว่าไม่น่าถึงขั้นไม่ยกมือให้กัน ยังเร็วเกินไปที่จะเกิดการแตกหักในช่วงนั้น
"จตุรนต์"ชี้อภิสิทธิ์หลังลดความน่าเชื่อถือทักษิณ
ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้ชื่อปลอมในการเดินทาง นายจาตุรนต์ ปฏิเสธว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกมาให้ข่าวในเรื่องดังกล่าวนี้เป็นการดิสเครดิตหรือไม่ ตนมองว่านายอภิสิทธิ์ อยู่แต่กับการพูด วันทั้งวันมีแต่การพูดให้ดูดีเท่านั้น ใช้โฆษกส่วนตัวเกะกะระรานคนอื่น และตัวนายกฯ เองก็ทำตามไปด้วย จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้นายอภิสิทธิ์ มีแต่การพูดเพื่อลดความน่าเชื่อถือของคนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อย่างคนเสื้อแดง และคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล โดยใช้เทคนิคการใช้คำพูดที่ดูดี พูดจนคนรู้สึกว่าความผิดไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลของท่าน ให้ประชาชนไม่รู้สึกโกรธหรือเบื่อหน่าย เรียกว่าใช้ศิลปะในการพูดเพื่อให้รัฐบาลนี้อยู่ต่อไปได้ ทั้งๆ ที่ท่านไม่สามารถทำอะไรได้ ซึ่งต้องยอมรับว่าท่านมีความสามารถในการพูด แต่ความสามารถในการแก้ไขปัญหาของประเทศไม่มี ซึ่งอีกไม่นานประชาชนจะได้รู้ว่ารัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ ไม่ได้เก่งอย่างที่พูด
มองพธม.ตั้งพรรคการเมืองใหม่เป็นสิ่งที่ดี
นายจาตุรนต์ กล่าวถึงการตั้งพรรคการเมืองใหม่ ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า เป็นเรื่องที่ผู้สนใจประชาธิปไตยน่าจะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีในเบื้องต้น แต่การที่ พธม.เป็นกลุ่มการเมืองที่เคลื่อนไหวนอกกฎหมายและให้โทษกับประเทศชาติมาก่อน เมื่อมาตั้งพรรคการเมืองของตัวเองก็อาจทำผิดกฎหมายน้อยลง แต่ก็มองได้อีกแง่หนึ่งว่าอาจมีความรุนแรงมากขึ้น และทำผิดเพี้ยนจากประชาธิปไตยอยู่ดี และแม้จะเรียกตัวเองว่าพรรคการเมืองใหม่ แต่เมื่อลองอ่านนโยบายของพรรคแล้วกลับไม่ใช่นโยบาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม และจิตใจมากกว่าเป็นนโยบายของพรรคการเมือง แต่อุดมการณ์ของ พธม. ยังถือว่าเป็นการขัดแย้งกันอยู่ เพราะการเมืองใหม่จะเป็นการปฏิเสธพรรคการเมือง การไม่ยอมรับการเลือกตั้ง ดูถูกประชาธิปไตย เมื่อ พธม.มาตั้งพรรคการเมืองถ้ายังใช้ชื่อการเมืองใหม่จะเป็นความสับสนอย่างมาก จะเกิดความสับสนในอุดมกาณ์ที่มาของ พธม.เอง รวมทั้งพรรคนี้จะไม่มีโอกาสมากในสภาได้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงพรรคนี้อาจนำมาซึ่งการต่อสู้นอกสภา
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันเขายังมีเครื่องมืออย่างสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี และสื่อหนังสือพิมพ์บางฉบับ ที่อาจจะนำมาซึ่งความปั่นป่วนวุ่ยวายในบ้านเมือง นำพาประเทศถอยหลังไปสู่เผด็จการอย่งต่อเนื่อง อาจทำให้ประเทศก้าวไปสู่ความไม่เป็นประชาธิปไตยได้
“ถ้าพรรคการเมืองใหม่พัฒนาเป็นพรรคการเมืองในระบบรัฐสภาจริงก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ถ้าพัฒนาไปเป็นเวทีเคลื่อนไหวนอกสภา ก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามและชำแหละเปิดเผยเจตนากันต่อไป



