ข่าว

ลั่นไม่ยอมให้พวกหากินกับสินค้าเกษตร

ลั่นไม่ยอมให้พวกหากินกับสินค้าเกษตร

07 มิ.ย. 2552

“อภิสิทธิ์”ลั่นยอมไม่ได้พวกหากินกับโครงการเกษตร ย้ำชัดปัญหาเรื่องพืชผลทางการเกษตรที่รบ.ดำเนินการอยู่ จะมีเพียงเกษตรกรตัวจริงที่ได้รับผลประโยชน์ ไม่สน "ภท." ด่า "ปชป." ชอบดักจับโครงการพรรคร่วม หวังเหยียบหัวเพื่อนเอาหน้ารับชอบพรรคเดียว ยันรับฟังทุกฝ่าย

 (5มิ.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลถูกวิพากษิวิจารณ์เรื่องการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร เนื่องจากทำให้รัฐบาลขาดทุน โดยเฉพาะนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เสนอให้ใช้วิธีการคอนแทคฟาร์มมิ่งเพราะเห็นว่าเป็นแนวทางที่ดีกว่า ว่า มาตรการอื่นๆที่จะสนับสนุนการนำสินค้าเกษตรไปแปรรูป ซึ่งเป็นไปตามสัญญาต่างๆนั้นรัฐบาลต้องทำอยู่แล้ว แต่ปัญหามีอยู่อย่างหนึ่ง คือ กรณีการเข้าไปแทรกแซงราคาพืชผลการเกษตรจะใช้วิธีการไหน อย่างไร เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะใช้วิธีไหนต้องขาดทุนทั้งนั้น แต่จะต้องทำให้เป็นภาระน้อยที่สุด เป็นวิธีการซึ่งไม่ทำให้ตลาดมีปัญหา

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ผู้ที่ทำการศึกษามาส่วนใหญ่ค่อนข้างจะสนับสนุนให้อิงระบบรับประกันพืชผลการเกษตร แต่ถึงอย่างไรคงต้องรอข้อเสนอแนะจากกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ ที่จะเสนอรูปแบบมาให้อีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามในเรื่องการรับจำนำพืชผลทางการเกษตรนั้น หากทำแบบสมัยก่อนคงไม่เป็นปัญหา เป็นการรับจำนำในราคาที่ไม่สูงกว่าตลาด เพียงเป็นวิธีกรแก้ปัญหาไม่ให้สินค้าทะลักออกสู่ตลาดในเวลาเดียวกัน แต่ถ้าทำในรูปแบบที่ต้องให้ราคาสูงกว่าราคาตลาดนั้น มันไม่ใช่การจำนำ แต่เป็นการรับซื้อ

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า หากจะมีระบบใดออกมาต้องมีความชัดเจน โดยขณะนี้ตนได้ให้นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ไปเร่งดำเนินการจัดทำอยู่ เพราะหากไม่มีรายละเอียดแล้วประชาชนจะเข้าใจได้ยาก โดยต้องมีตัวเลขยืนยันได้ชัดเจน ตนกำลังให้รวบรวมทั้งรูปแบบ จำนวนคนที่ได้ประโยชน์ มากน้อยต่างกันอย่างไร ภาระของรัฐบาลแต่ละวิธีแตกต่างกันอย่างไร ตนต้องการให้นำความเข้าใจมาชนะความไม่เข้าใจ

 “เกษตรกรได้ประโยชน์จริงเฉพาะคนที่สามารถเข้ามาร่วมโครงการได้ ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถทำให้กับทุกๆคนได้ จึงเกิดปัญหาขึ้น ทำให้มีช่องโหว่ เวลาที่ฝืนตลาดอย่างนี้ เช่นกรณีข้าวโพดมีปัญหามากว่ามีการนำเข้าจากต่างประเทศ แล้วมาได้ประโยชน์จากการจำนำ ทำให้เกษตรกรของไทยจำนวนหนึ่งไม่สามารถเข้าโครงการได้ และไม่ได้ประโยชน์ เพราะไม่สามารถดึงราคาตลาดขึ้นมาได้ ดังนั้นจึงต้องพูดกันให้ชัดว่าคำว่าได้ประโยชน์คืออะไร ถ้ารัฐบาลสามารถบริหารจัดการในจุดนี้จะมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น”นายกรัฐมนตรี กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่วิจารณ์กันว่าการรับจำนำทำให้เกษตรกรไม่ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง เพราะมีการเมืองเข้าไปแสวงหาประโยชน์ ทำให้ไม่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงมีประโยชน์ของหลายๆกลุ่ม ก็ต้องเข้าใจเรื่องนี้ มีทั้งผู้บริหารโครงการ พ่อค้า และหลายฝ่ายเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่เราต้องหาคำตอบ และยืนยันคืออะไรที่ดีที่สุดสำหรับเกษตรกร

 เมื่อถามว่าผลประโยชน์ที่อาจต้องเสียไปจะทำให้นโยบายใหม่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะถูกต่อต้านใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ได้ อยู่ที่เหตุผลและประโยชน์ส่วนรวม แต่ถ้าจะเอาเรื่องอื่นขึ้นมาตนคิดว่าไม่ได้ และตนจะไม่ยอม ซึ่งเรื่องอื่นที่ว่านั้นหมายถึงเรื่องการเมือง ผลประโยชน์ของกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตามหากบางฝ่ายมีความเชื่อว่าระบบที่ทำอยู่นั้นดีที่สุด ก็ต้องมาแลกเปลี่ยนกัน มาว่ากันด้วยเหตุและผล จะต้องคุยกัน ซึ่งความจริงเพิ่งคุยกันในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ซึ่งในวันนั้นไม่มีผู้ใดโต้แย้ง

 เมื่อถามต่อว่า การที่ไม่ยอมพูดคุยกันให้ชัดในที่ประชุม แต่กลับมาพูดนอกรอบนั้นมองว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องถามคนที่พูด แต่นโยบายรัฐบาลต้องเดินหน้าต่อไป เพราะขณะนี้มันสำปะหลังก็ได้ดำเนินการไปแล้ว ส่วนพืชผลเกษตรตัวอื่นกำลังดูรายละเอียดโครงการที่จะเสนอมา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ด้านนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์เองก็ยืนยันว่าการแทรกแซงดีกว่าการรับประกัน ขณะที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุว่าอึดอัดกับการทำงานร่วมกับรัฐบาล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ก็มาแลกเปลี่ยนกันได้ ไม่มีปัญหา” ต่อข้อถามว่า ทั้งแกนนำพรรคภูมิใจไทยต่างวิจารณ์ว่าพรรคประชาธิปัตย์ดักจับโครงการของพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อเอามาเป็นผลงานของตัวเอง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “จะไปดักจับอะไร ผมไม่เข้าใจว่าแปลว่าอะไร คำว่าดักจับ”  เมื่อถามว่า เหมือนเป็นการจ้องจับผิดในโครงการของพรรคร่วมรัฐบาลมากเกินไป นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “มีอะไรให้จับผิด ทุกโครงการเข้ามาก็มีการกลั่นกรองทั้งนั้น ไม่ว่าจะของพรรคไหน”

 ต่อข้อถามว่า ในฐานะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันแต่กลับวิจารณ์ว่า 5 เดือนที่ผ่านมางานของรัฐบาลไม่เดินหน้า มองว่าเกิดจากอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “มันจะไม่เดินได้อย่างไร เอาแค่เรื่องจำนำพืชผลการเกษตรก็สามารถขยายโควต้าไปได้เกือบเท่าตัว เพราะฉะนั้นคงไม่ใช่” ต่อข้อถามว่าคิดว่ายังทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีได้อย่างที่อยากทำหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทุกอย่างเป็นไปตามนโยบาย และแนวทางที่วางไว้ ไม่มีอะไรราบรื่นหรอก แต่ก็ไม่มีอะไรกดดัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จากท่าทีของคนในบ้านเลขที่ 111 ซึ่งพยายามทะยอยกันออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล จะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลสั่นคลอนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์วิพากษวิจารณ์ สิ่งใดมีเหตุผลตนก็รับฟัง สิ่งไหนที่ไม่เข้าใจจะได้ชี้แจงกันไป เมื่อถามว่าในเมื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเหมือนกันทำไมจึงออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันเอง เป็นเพราะไม่มีเวทีให้เขาใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “คงต้องไปถามคนพูดนะครับ”

 เมื่อถามว่าแรงกดดันที่มีต่อรัฐบาลในตอนนี้เนื่องจากจะมีกฎหมายการเงินเข้าพิจารณาของสภาใช่หรือไม่ จึงถูกนำมาเป็นเครื่องต่อรอง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนบอกแล้วว่าไม่มีอะไรกดดัน เมื่อถามว่ามีข้อวิจารณ์ด้วยว่าพรรคประชาธิปัตย์พยายามทำทุกอย่างเพื่อเหยียบหัวเพื่อน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะไปทำอย่างนั้นทำไม