
สั่งงด!'ไข่เจียว'เยี่ยมผู้ต้องขัง
เรือนจำขอนแก่น สั่งงดอาหารยอดฮิตไข่เจียวส่งเยี่ยม หลังพบอดีตผู้ต้องขังดัดแปลงเป็นเมนูพิเศษผสมยาบ้าส่งให้เพื่อน แต่ไม่รอดสายตาผู้คุมชิมก่อนพบรสชาติขมผิดปกติ
30 พ.ค. 56 นายวุฒิชัย เจนวิริยะกุล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น กล่าวว่า ได้ประกาศให้ญาติทราบว่าทางเรือนจำ งดรับไข่เจียวเพื่อเป็นอาหารเยี่ยม เนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เรือนจำกลางขอนแก่นพบกรณีไข่เจียวที่ญาติฝากส่งเข้าไปในเรือนจำปนเปื้อนสารเสพติด โดยนายเกียรติชัย กลุ่มจอหอ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบอาหารที่ฝากส่งเข้ามารู้สึกแปลกใจที่เห็นถุงไข่เจียว 3 ถุงที่ฝากเข้ามาเยี่ยมผู้ต้องขัง 2 คนมีปริมาณมากผิดปกติ โดยพบว่ามีน้ำหนักมากกว่าครึ่งกิโลกรัม ทั้งที่โดยทั่วไปถ้าเป็นอาหารสด หรืออาหารปรุงสำเร็จญาติจะฝากเข้ามาในปริมาณที่ให้ผู้ต้องขังรับประทานสำหรับหนึ่งมื้อ ประกอบกับไข่เจียวดังกล่าวมีสีเหลืองเข้มผิดปกติ จึงได้ทดลองชิมดูพบว่า มีรสขมมาก จึงได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
จากนั้นทางเรือนจำได้เชิญเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ภาค 4 นำน้ำยาเคมีเข้ามาทดสอบ เบื้องต้นพบว่าไข่เจียวทั้ง 2 ถุงมีส่วนประกอบของอนุพันธ์สารเสพติด ซึ่งอาจจะเป็นยาบ้าหรือยาไอซ์ จึงได้นำผู้ต้องขังเจ้าของถุงอาหารเข้ามาสอบสวน ทั้งคู่รับสารภาพว่า ผู้ที่นำอาหารมาฝากเคยเป็นอดีตผู้ต้องขังที่เคยอยู่ด้วยกันมาก่อน และได้คุยกันว่า ให้ฝากของเมาให้ด้วย ซึ่งเป็นภาษาที่ผู้ต้องขังใช้กัน ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าเพื่อนฝากไข่เจียวผสมยาบ้าหรือยาไอซ์มาให้ จากนั้นจึงได้สั่งแยกขังผู้ต้องขังทั้ง 2 รายเพื่อสอบสวนเพิ่มเติมและรอผลการตรวจพิสูจน์จากห้องปฏิบัติการอีกครั้ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานส่งฟ้องดำเนินคดีในชั้นศาล
นายวุฒิชัย กล่าวว่า หากตรวจพบสารเสพติดในอาหารประเภทใดก็จะงดรับอาหารชนิดนั้น จากนี้ไปจะไม่สามารถส่งไข่เจียวให้ผู้ต้องขังได้อีก ซึ่งปกติเป็นอาหารยอดนิยมมาก เพราะราคาไม่แพง ก่อนหน้านี้เคยตรวจพบยาบ้าเรียงเม็ดในกระดูกไก่ทอด ก็ได้มีการประกาศงดอาหารประเภทไก่ที่มีกระดูกโดยให้เลาะกระดูกออกทุกครั้ง นอกจากนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่ทดลองชิม เพื่อตรวจสอบรสชาติสำหรับอาหารที่มีลักษณะผิดปกติ และเพิ่มความระมัดระวังอาหารที่ประกอบสำเร็จรูปแล้วทุกชนิด เพราะอาจจะผสมในส่วนประกอบเครื่องปรุงได้
สำหรับระเบียบการรับฝากอาหารเข้าไปในเรือนจำฝากรับจะต้องจำกัดน้ำหนัก เพื่อไม่ให้มากเกินไป เพราะขณะนี้มีญาติมาเยี่ยมและฝากอาหารให้แต่ละวันไม่น้อยกว่า 7-8 เที่ยวรถเข็น เที่ยวละกว่า 100 ถุง ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบมีจำกัด ทำให้การลักลอบส่งสารเสพติดเล็ดลอดเข้าไปได้อยู่ตลอดเวลา
"แม้จะพบว่ามีการดัดแปลงอาหารใส่ยาเสพติดเข้าไป ก็ไม่สามารถยกเลิกหรืองดได้ทั้งหมด ต้องประกาศเป็นบางชนิดที่เจอเท่านั้น เนื่องจากในเรือนจำมีผู้ต้องขังที่ยังอยู่ระหว่างการสู้คดี มากกว่า 30-40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนใหญ่ญาติยังห่วงนำส่งอาหารมาให้จนกว่าศาลจะตัดสินเด็ดขาด ส่วนอาหารสดประเภทผักผลไม้บางชนิดที่จะจำกัดและควบคุมเป็นพิเศษ เช่น สับปะรด ข้าวเหนียว ฝรั่ง และขิง ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่สามารถนำมาแปรรูปเป็นสุราได้ รวมทั้งอาหารหมักดองที่อาจเข้าไปแพร่เชื้ออุจจาระร่วง และเม็ดมะขามที่อาจนำไปใช้เล่นการพนัน"



