ข่าว

ตร.คาดระเบิดรามปมสร้างสถานการณ์

ตร.คาดระเบิดรามปมสร้างสถานการณ์

30 พ.ค. 2556

คืบหน้าคดีบึ้มหน้ารามฯ"รองผบช.น."ยันเชื่อเป็นฝีมือพวกป่วนเมืองสร้างสถานการณ์ เผยคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 1 ราย


          วันที่ 30 พ.ค.พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง กล่าวว่า การสอบสวนคดีระเบิด ปากซอยรามคำแหง 43/1 คืบหน้าไปมากโดยให้น้ำหนักในเรื่องของการสร้างสถานการณ์การเมืองมากกว่าความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้ค้าด้วยกันจากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ในพื้นที่นั้น พ่อค้าแม่ค้ามีปัญหาทะเลาะกันธรรมดา จึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องก่อเหตุรุนแรง แต่ทั้งนี้ ก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นนี้ทิ้งเสียทีเดียว
 
          ส่วนประเด็นการสร้างสถานการณ์นั้น เจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักอยู่ที่ 50% และขอยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างแน่นอน ภายหลังเกิดเหตุ ได้เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องวัตถุระเบิด และเคยทำงานในพื้นที่มาตรวจสอบ พบว่าระเบิดที่ใช้ก่อเหตุ ซอยรามคำแหง 43/1 เป็นคนละแบบกับทางภาคใต้ และลักษณะการก่อเหตุไม่ได้มุ่งหวังให้มีผู้เสียชีวิต
 
          ขณะที่ แนวทางการสืบสวน อยู่ระหว่างการตรวจสอบภาพจากกล้องวงปิด ซึ่งพบว่า มีกลุ่มคนเดินไปมาจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมาไล่ดูอย่างละเอียด ว่าใครเดินมาจากไหน ไปจนถึงที่ใด แต่ยอมรับว่า การสืบสวนยังสามารถเดินหน้าไปต่อได้ และมีความคืบหน้าไป 60-70% แล้ว

 


ตำรวจเผยคุมตัวผู้ต้องสงสัย1ราย


          พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคลี่คลายคดีวางระเบิดปากซอยรามคำแหง 43/1 ว่า ตำรวจสอบปากคำพยานที่คาดว่าจะเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว 19 ปาก รวมถึงพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุอีกจำนวนมาก ยังไม่พบประเด็นความขัดแย้งที่นำมาเป็นสาเหตุทำให้คนร้ายลงมือถึงขั้นวางระเบิดได้  อีกทั้งการตั้งแผงค้าทราบว่าได้มีการสลับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน โดยชุดใหม่พึ่งจะเข้าประจำพื้นที่ได้เพียงสองเดือนจึงไม่น่าเป็นประเด็นขัดแย้ง ส่วนกรณีความขัดแย้งส่วนตัวของเจ้าของร้านตัดผม “ออกัส” กับผู้จัดการร้านนั้นก็ไม่น่าเกี่ยวกัน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุจากต้นทางไปกระทั่งจนสุดถนน ตั้งแต่ช่วงเวลา ตี 1 ของวันที่ 26 พ.ค.จนถึงเวลาเกิดเหตุยังไม่พบความผิดปกติ
 
          ส่วนการปิดล้อมตรวจค้นได้ผู้ต้องสงสัยทั้ง 9 คน เมื่อวันที่ 28 พ.ค. พบว่าทั้งหมดไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ชุดสืบสวน บกน. 4 ได้นำตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนอีก 1 ราย ส่วนรายละเอียดขอปิดเป็นความลับไว้ก่อนเพราะเกรงว่าจะเสียรูปคดี
 
          พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวยืนยันว่า คดีระเบิดบริเวณซอยรามคำแหง 43/1 มีความคืบหน้าไปมาก โดยยังมุ่งประเด็นการก่อเหตุไปที่ความขัดแย้งระหว่างแผงค้า และการก่อกวนสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ส่วนจะมีความเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้หรือไม่ นั้น ดูจากรูปแบบแล้วไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน เพราะลักษณะการประกอบระเบิดแตกต่างกัน ซึ่งตำรวจยังไม่มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวน
 
          ส่วนการตรวจค้นพื้นที่ย่านรามคำแหงของตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 นั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เป็นการตรวจค้นเพื่อหาเบาะแสข้อมูลของฝ่ายปฏิบัติ และจะมีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดหน้าสำนักพิมพ์ไทยรัฐหรือไม่ ขอเวลาให้ฝ่ายสืบสวนทำงานก่อน

 

 

"รมว.กลาโหม"วอนอย่าโยงระเบิดหน้ารามฯกับการเมืองหวังล้มรัฐบาล

               พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ระบุว่า กระทรวงกลาโหมเป็น 1 ใน 9 จุดเสี่ยงที่อาจเกิดเหตุลอบวางระเบิดได้ว่า ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยกระทรวงกลาโหมและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน โดยภายในและรอบของกระทรวงกลาโหมได้มีการตรวจความเรียบร้อย ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีที่มีเหตุระเบิดหน้าซอยรามคำแหง 43/1 นั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็มีการประสานงานอยู่แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ชี้แจงละเอียดว่า สาเหตุมาจากเป็นเรื่องใดเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่รู้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าเป็นเรื่องใด แต่ไม่ใช่เรื่องที่หนักๆ ซึ่งยังไม่ชี้ชัดอาจจะเป็นเรื่องมโนสาเร่  อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเหตุดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องปัญหาภาคใต้หรือเป็นระเบิดทางการเมือง แต่อย่างไรก็ต้องระมัดระวังและต้องดูแลไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นจากผู้ไม่หวังดี

                เมื่อถามว่า มีความพยายามสร้างสถานการณ์เพื่อล้มรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานการข่าวในจุดนี้ เชื่อว่าการทำแบบนั้นคงไม่มี และวิธีการแบบนั้นไม่ได้ทำให้รัฐบาลล้มได้เพราะไม่ใช่วิธีการที่ดี