ข่าว

เครียด'ไฟใต้-ห่างบ้าน'ปมเหตุทหารยิงกันเอง

เครียด'ไฟใต้-ห่างบ้าน'ปมเหตุทหารยิงกันเอง

30 พ.ค. 2556

เครียด'ไฟใต้-ห่างบ้าน-ยาบ้า'ปมเหตุทหารยิงกันเอง


               เหตุการณ์ซุ่มโจมตีทหารพราน สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 2207 (ร้อย.ทพ.2207) หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 ที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี เมื่อตอนตีสี่ครึ่งของวันอังคารที่ 28 พฤษภาคม จนทำให้กำลังพลเสียชีวิต 2 นาย ซึ่งภายหลังกลายเป็นเรื่องโอละพ่อ เพราะไม่ได้ถูกคนร้ายที่ไหนซุ่มยิง แต่เป็นกำลังพลยิงกันเองนั้น นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงปัญหาของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งนับวันจะวิกฤติมากขึ้นเรื่อยๆ

               กรณีกำลังพลยิงกันเอง หรือยิงตัวตายนั้น จริงๆ แล้วเกิดขึ้นเนืองๆ ที่ปลายด้ามขวาน ทว่าแต่ละครั้งมักไม่ค่อยปรากฏเป็นข่าว เฉพาะปีนี้เท่าที่มีข่าวเล็ดลอดออกมาก็คือ กรณีทหารยิงตัวเองเสียชีวิตที่ จ.นราธิวาส เมื่อ 1-2 เดือนที่ผ่านมา และล่าสุดคือ กรณีทหารพรานที่ อ.แม่ลาน

               แต่หากย้อนไปกลับ โดยเฉพาะปี 2554 จะพบว่ามีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเหตุสลดครั้งใหญ่เมื่อ 14 กันยายน 2554 เมื่อ พลทหารรุสลาม มอและ อายุ 22 ปี สังกัดหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 เกิดอาการคลุ้มคลั่งขณะปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรยามอยู่ในฐานปฏิบัติการที่บ้านจำปากอ หมู่ 1 ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ประจำกายบุกยิงผู้บังคับบัญชายศพันจ่าเอกและจ่าเอกถึงในห้องทำงาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 4 นาย บาดเจ็บอีก 3 นาย จากนั้นเจ้าตัวก็ถูกยิงตอบโต้จนเสียชีวิตตามไปด้วย

               ระหว่างปลายเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนกันยายน ห้วงเวลาไม่ถึง 2 เดือน เกิดกรณีกำลังพลยิงกันเอง หรือใช้อาวุธปืนประจำกายยิงผู้อื่นถึง 3 กรณี ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการทหาร เปิดเผยว่า เฉพาะปี 2554 มีกรณีลักษณะนี้กว่า 10 กรณี เป็นคดีที่ขึ้นศาลทหาร และสถิติคดีประเภทนี้ในแต่ละปีมีจำนวนค่อนข้างน่าตกใจ

               หลังเกิดเหตุมักมีคำอธิบายทำนองว่า เป็นเพราะความเครียดของกำลังพลที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์กดดัน ไม่รู้จะตายวันตายพรุ่ง แต่จากการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลและพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ความเครียดจากสถานการณ์ไม่น่าจะเป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้กำลังพลเลือกใช้ความรุนแรงต่อเพื่อนร่วมอาชีพ หรือฆ่าตัวเอง แต่ยังมีสาเหตุอื่นๆ รวมอยู่ด้วย เช่น

               1.กฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อควบคุมกำลังพลไม่ให้ผิดพลาดทางยุทธวิธีหลังตกเป็นเป้าบ่อยครั้ง เช่น ห้ามรับโทรศัพท์ระหว่างปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองครู หรือรักษาความปลอดภัยสถานที่ ทำให้กำลังพลเครียด เพราะเวลาคนทางบ้านหรือคนรักโทรมาก็ไม่สามารถรับสายได้ หลายครั้งเป็นกรณีภรรยาคลอดลูก พ่อแม่ป่วย หรือแม้แต่วันเกิดคนรัก เมื่อไม่ได้รับสายก็ทำให้ทะเลาะกัน เป็นปัญหาตามมา และกลายเป็นความเครียดสะสม

               2.กฎเหล็กของผู้บังคับบัญชาที่ห้ามกำลังพลคบหากับผู้หญิงในพื้นที่ โดยเฉพาะสาวมุสลิม แต่หลายรายก็มีปฏิสัมพันธ์และรักใคร่ชอบพอกัน เมื่อถูกห้ามก็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ฝ่ายหญิงจะไปเยี่ยมหรือไปหาที่ฐานปฏิบัติการก็ไม่ได้ ทำให้เกิดความกดดัน

               3.ทหารแต่ละคนมาจากต่างพื้นที่ ต่างภูมิลำเนา และต่างวัฒนธรรม เมื่อเกิดเหตุรุนแรงขึ้น หรืออ่านข่าวทางสื่อต่างๆ และมีการนำมาวิพากษ์วิจารณ์พาดพิงกันไปมา หลายครั้งทำให้ทะเลาะวิวาทกัน

               และล่าสุดที่กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ของหลายๆ หน่วย คือเรื่องเสพยาเสพติด กับอาวุธปืนสูญหาย ส่งผลให้มีความขัดแย้งภายในหน่วย เมื่อผู้บังคับบัญชาตรวจพบก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบ ทำให้เกิดความเครียดและกลัวถูกลงโทษ

               พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า เรื่องยาเสพติดเป็นปัญหาที่เกิดคู่กับวัยรุ่นในสังคม และกองทัพก็รับวัยรุ่นเหล่านี้มาเป็นทหาร ทำให้กำลังพลบางส่วนมีพฤติการณ์ใช้ยาเสพติดจริง ส่วนใหญ่เป็นพฤติการณ์ที่มีมาตั้งแต่ก่อนเป็นทหาร พลทหารส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ก็เคยผ่านเคยใช้ยาเสพติดมา ซึ่งเป็นเรื่องที่กองทัพตระหนักดีและสั่งให้กวดขันดูแลอย่างเข้มงวด หากพบจะลงโทษทางวินัยทันที

               แม่ทัพภาคที่ 4 เห็นว่า ปัญหาความเครียดสะสมของกำลังพล จนทำให้เกิดปัญหาใช้ความรุนแรงต่อเพื่อนร่วมงาน หรือฆ่าตัวเองนั้น เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในทุกสนามรบ ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้ความสำคัญกับปัญหานี้มาก ได้สั่งการลงมาให้ผู้บังคับหน่วยดูแลสภาพจิตใจของกำลังพลอย่างใกล้ชิด หากพบว่าใครกำลังมีปัญหาหรือส่อว่ากำลังมีปัญหา ให้ส่งกลับไปส่วนหลังเพื่อฟื้นฟูทันที

               "มาตรการพิเศษที่ผู้บังคับบัญชาเน้นย้ำ คือ การสังเกตอาการและส่งกลับไปฟื้นฟู ส่วนมาตรการปกติที่ปฏิบัติกันมาตลอดคือการจัดเวรผลัดพัก ยังไม่ถึงขั้นส่งนักจิตวิทยาเข้าไปดูแล ซึ่งที่ผ่านมาก็พบปัญหาเกิดขึ้นบ้าง แม้จะไม่มาก แต่ในความรู้สึกของผู้บังคับบัญชาแค่ 1-2 กรณีก็ไม่อยากให้เกิด" แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุ

               ด้านความรู้สึกของกำลังพล อย่างทหารพรานหญิงรายหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เล่าว่า ส่วนใหญ่กำลังพลที่ปฏิบัติงานในสามจังหวัดจะเครียดกับปัญหาครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องคนรัก เพราะบางคนต้องจากบ้านหรือคนรักมานาน จึงรู้สึกคิดถึง ว้าเหว่ บางรายคิดมากจนเกิดความหวาดระแวง เพราะกลัวว่าคนรักจะตีจาก จุดนี้ทำให้เกิดความเครียดค่อนข้างมาก

               ส่วนเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สร้างแรงกดดัน โดยเฉพาะเวลามีข่าวความรุนแรงที่กำลังพลสูญเสียพร้อมกันหลายๆ นาย ก็จะทำให้เครียดและเสียขวัญ

               ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาก็มีวิธีแก้ ด้วยการเรียกทุกคนมาพูดคุยปลอบขวัญและให้กำลังใจ

               ทหารพรานหญิงผู้นี้ บอกด้วยว่า สำหรับหน่วยที่ประจำการอยู่จะให้เพื่อนร่วมงานคอยสังเกตพฤติกรรมกันและกัน หากใครเริ่มมีอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย เพื่อนๆ ก็ต้องรีบเข้าไปพูดคุยให้คำปรึกษา พร้อมแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ส่วนผลัดพักของทหารในพื้นที่ก็ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วยจะกำหนด เช่น ทำงาน 20 วันพัก 7 วัน หรือทำงานยาว 45 วัน หยุด 15 วัน ส่วนคนที่บ้านอยู่ไกล ก็จะเพิ่มวันหยุดให้อีก 2 วัน ให้ครอบคลุมวันเดินทางไป-กลับ

               ปัญหาภาคใต้เกิดจากกลุ่มก่อความรุนแรงก็ถือว่ามากเพียงพอแล้ว ไม่ควรปล่อยให้กำลังพลสะสมความเครียดและปมปัญหาจนก่อเหตุอย่างไม่ทันยั้งใจ กลายเป็นสุมไฟใต้ให้โชนมากขึ้นไปอีก

               กองทัพและผู้ควบคุมดูแลต้องเร่งคลี่ปมอย่าให้กลายเป็นจุดบั่นทอนการแก้ปัญหาปลายด้ามขวานทอง


ชี้วิธีแก้ให้คัดกรอง-ดูพฤติกรรม

               พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 15 กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาสภาพจิตใจของกำลังพล พยายามประสานงานกับหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ว่า หากมีกรณีไหนต้องการความช่วยเหลือให้ประสานมาได้ทุกเวลา ทั้งนี้ มีคำแนะนำ 2 ประการ คือ

               1.ต้นสังกัดต้องคัดกรองความเครียดเบื้องต้นก่อนรับคนเข้าทำงาน และดูแลอย่างต่อเนื่องเมื่อรับเข้ามาทำงานแล้ว โดยต้องประเมินสภาพจิตใจเป็นระยะๆ

               2.ให้ความรู้แก่กำลังพล แล้วให้กำลังพลดูแลสังเกตพฤติกรรมกันเอง หากใครเริ่มซึมเศร้าหรือมีอาการไม่ปกติ ต้องเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะความเครียดนำไปสู่ความซึมเศร้าและฆ่าตัวตายได้ตลอดเวลา หรือเมื่อความเครียดระเบิดออกก็อาจเป็นเพื่อนร่วมงานที่ถูกลูกหลงไปด้วยเหมือนกรณีทหารพรานที่ยิงกันเองล่าสุด

------------------------

(หมายเหตุ  : เครียด'ไฟใต้-ห่างบ้าน-ยาบ้า'ปมเหตุทหารยิงกันเอง)