ข่าว

'ผบ.ตร.'ปัดบึ้มรามฯโยงใต้

'ผบ.ตร.'ปัดบึ้มรามฯโยงใต้

29 พ.ค. 2556

'ผบ.ตร.' ปัดบึ้มหน้ารามฯโยงปัญหาไฟใต้ ระบุพุ่งเป้าขัดแย้งผลประโยชน์-ป่วนเมือง

 

                       29 พ.ค.56 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนเหตุระเบิดที่ปากซอยรามคำแหง 43/1 ว่า ได้รับรายงานจากฝ่ายปฏิบัติทราบว่า การสืบสวนมีความคืบหน้าพอสมควร แต่ตนไม่ได้ลงไปในรายละเอียด อย่างไรก็ตามตั้งประเด็นการก่อเหตุไว้ 3 ประเด็น โดยเรื่องความเกี่ยวโยงกับสถานการณ์ภาคใต้นั้น ดูจากรูปการและการประกอบระเบิดแล้วไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน

                       ส่วนประเด็นขัดแย้งผลประโยชน์แผงค้าทางเท้ากับการก่อกวนสร้างสถานการณ์ยังคงให้น้ำหนักเท่ากัน ทั้งนี้ตำรวจขอเวลาในการทำงานสักระยะ จึงจะระบุสาเหตุที่ชัดเจนได้ ซึ่งตอนนี้กำลังคลี่คลายเต็มที่

                       เมื่อถามว่ากลุ่มที่ก่อเหตุครั้งนี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ปาระเบิดหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐหรือไม่ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ยังตรวจสอบอยู่ โดยขณะนี้ยังไม่มีการควบคุมผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด

 

'ผบ.ตร.' แถลงจับยาบ้า 1.7 ล้านเม็ด

 

                      ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.และเลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ปส.แถลงผลจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด ได้ผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย น.ส.รัสรินทร์ หรือน้อย เลิศยศธนากานต์ อายุ 56 ปี น.ส.กณิศนันท์ หรือณัฐธิรา หรือเป้ เจริญทั้งสิริสุข อายุ 22 ปี นางสัณหพร หรือเก๋ หวังใจ อายุ 32 ปี โดยทั้งหมดเป็นชาว จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้า 1,798,000 เม็ด และเฮโรอีนน้ำหนัก 380 กรัม รถเก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีเทา หมายเลขทะเบียน ชห 532 กทม.

                      พล.ต.ต.สุรพล กล่าวว่า ก่อนการจับกุม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ปส.ได้รับการประสานจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ที่ปรึกษา บช.ปส.ซึ่งได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีกลุ่มนักค้ายาเสพติดนัดส่งมอบยาเสพติดกันที่บริเวณถนนสาย 347 ตัดสายเอเชีย หมู่ 3 ต.ขวัญเมือง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อขนเข้าไปในพื้นที่ กทม. โดยมีการนำยาบ้ามาซุกซ่อนไว้ในบริเวณป่าที่เกิดเหตุ จึงได้กระจายกำลังเฝ้าจุดที่มีการซุกซ่อนยาบ้ามาหลายวัน ต่อมาเมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา พบผู้ต้องหาทั้ง 3 คน โดยมี น.ส.กณิศนันท์ ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้ขับขี่รถ และมี น.ส.รัสรินทร์ ผู้ต้องหาที่ 1 และนางสัณหพร ผู้ต้องหาที่ 3 นั่งโดยสารมาในรถ จากนั้นผู้ต้องหาทั้งสามได้ลงจากรถ และเดินลงไปที่ป่าบริเวณข้างถนนสาย 347 เพื่อขนย้ายยาบ้า และเฮโรอีน เจ้าหน้าที่ที่คอยสังเกตุการณ์จึงเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามไว้ได้ และได้ทำการตรวจยึดยาเสพติดนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

                      ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า จะนำของกลางยาบ้าดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับบยาบ้าที่ยึดได้ที่จตุจักร และซอยโพธิ์แก้ว ว่ามาจากแหล่งเดียวกันหรือไม่ แต่เบื้องต้นถ้าดูจากสีของยาและหีบห่อแล้วน่าจะมาจากแหล่งเดียวกัน โดยทาง ป.ป.ส.จะนำไปสร้างโครงข่ายทางเดินของยา และจะแกะรอยจากโทรศพท์ หากพบว่าเป็นโครงข่ายที่เชื่อมโยงกัน ก็จะดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ไว้ทั้งหมด ทั้งนี้ ขอให้ทาง ตร.ร่วมกับ ป.ป.ส.บูรณาการเพิ่มจุดตรวจพิเศษ เพื่อไม่ให้มีแหล่งที่พักยาในพื้นที่ปริมณฑลและ กทม.

                      นอกจากนี้ยังพบว่ามีการออกบัตรประชาชนให้กับชาวต่างด้าวที่อยู่ในขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ได้มีการออกอย่างถูกต้องตามขั้นตอนของกระทรวงมหาดไทย จากนั้นจะนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อให้โอนเงินจากการค้ายาเสพติดเข้าบัญชีดังกล่าว โดยกรณีนี้มีอยู่จำนวนมาก ฉะนั้นทาง ป.ป.ส.จะดำเนินการประสานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการออกบัตร ให้ดำเนินการตรวจสอบอย่างรอบคอบต่อไป