
มติกนง.เอกฉันท์ลดดอกเบี้ย0.25%
มติกนง.เอกฉันท์ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% แตะ 2.50% อุ้มเศรษฐกิจ ชะลอตัว ด้าน'ประสาร'แจงการเมืองไม่ได้กดดันลดดอกเบี้ยนโยบาย-ยันไม่ลาออก
29 พ.ค.56 นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง.เปิดเผยว่า ที่ประชุมลงความเห็นให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25 เปอร์เซ็นต์ จาก 2.75 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 2.50 เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยให้มีผลทันที หลังจากการประเมินเศรษฐกิจโลก ฟื้นตัวล่าช้ากว่าที่คาด ส่งออกฟื้นตัวกว่าที่ประเมินไว้ เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกขยายตัวต่ำกว่าที่คาด และอาจกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาสถัดไปได้ สินเชื่อเอกชนและหนี้ครัวเรือน ยังอยู่ในระดับสูง เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ แต่ยังมีความเสี่ยง
"การปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้ คงไม่สามารถบอกได้ว่า เป็นแรงกดดันทางการเมืองหรือไม่ แต่การดำเนินนโยบาย ดำเนินงานตามข้อมูลหรือสถานการณ์เศรษฐกิจจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นสำคัญ โดยเชื่อว่าการลดดอกเบี้ย 0.25 เปอร์เซ็นต์ จะเพียงพอในการดูแลการเติบโตทางเศรษฐกิจ" นายไพบูลย์ กล่าว
"ประสาร"แจงการเมืองไม่ได้กดดันลดดอกเบี้ยนโยบาย-ยันไม่ลาออก
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ให้สัมภาษณ์ทางช่อง 3 ช่วงเจาะข่าวเด่น โดยยืนยันว่า การลดดอกเบี้ยนโยบายไม่ได้ถูกกดดันจากฝ่ายการเมือง แต่ได้พิจารณาจากข้อมูลต่าง ๆ จนกระทั่งมีมาตรการออกมา เช่น มาตรการด้านดอกเบี้ยซึ่งหากลดต่ำไปก็กระทบกับคนออมเงิน แต่หากค่าบาทแข็งมากไปผู้ส่งออกก็กระทบเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีมาตรการให้นักลงทุนไทยสามารถนำเงินตราลงทุนต่างประเทศได้ หรือกรณีที่ธนาคารฯสามารถซื้อดอลล่าร์ได้แต่ไม่ได้ปฏิบัติมากเช่นในอดีต และในขณะนี้ค่าบาทอ่อนมากคือเงินทุนไหลออกบ้างแต่ก่อนหน้านี้ทุนไหลมามาก 4 - 5 เดือนที่ผ่านมาประมาณ 5 พันล้านบาท
" ดอกเบี้ยนโยบายใช้ในการแก้ปัญหาแต่ไปลดมากไม่ได้เพราะมีผลเสีย แต่ประเทศอื่น ๆ ดอกเบี้ยนโยบายสูงมาก เช่น มาเลเซีย อินเดีย เป็นต้น สำหรับประเทศที่เศรษฐกิจขยาย เราถือว่าดอกเบี้ยถูกที่สุด ยืนยันว่า เราได้รักษาเสถีรภาพให้เศรษฐกิจโตอย่างยั่งยืนไม่มีอะไรขัดแย้งกัน แต่อาจต่างกันทางเทคนิค
ก็ทำหน้าที่ให้ดี ไม่คิดลาออกเพราะตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำหน้าที่ก็รู้ว่ามีวาระการดำรงตำแหน่ง คิดว่ามีเหตุผลในสิ่งที่เราทำอยู่และยืนยันในแนวทางที่ทำอยู่นี้ต่อไป " นายประสาร กล่าว
....................................
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



