
'กวป.'กดดันศาลรธน.ยกคำร้องม.68
'กวป.' ชุมนุมกดดันศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องแก้รธน. ม.68 ขู่แจ้งจับ '9 ตุลาการ' ข้อหาล้มล้างการปกครอง ด้าน 'นครบาล' ส่งตำรวจ 1 กองร้อยดูแลม็อบ
29 พ.ค.56 บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) เพื่อติดตามผลการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 มา ที่ระบุว่า ประธานรัฐสภา และคณะ ส.ส. และ ส.ว. 312 คน ใช้อำนาจหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่ชอบของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่บริเวณลานเสาธงหน้าศูนย์ราชการฯ 1 อาคารศาลรัฐธรรมนูญ ถ.แจ้งวัฒนะ ตลอดทั้งวันมีมวลชนเข้าร่วมชุมนุมไม่มากนัก แต่การชุมนุมก็เป็นไปอย่างสงบ โดยมีการตั้งเวทีปราศรัยหันหลังให้กับอาคารศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อประกาศไม่ยอมรับอำนาจตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจจากนครบาล ทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมทั้งกองร้อยปราบจราจล จำนวน 1 กองร้อย เฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัย
ต่อมาเวลา 11.00 น. นายศรรักษ์ มาลัยทอง โฆษกฯกวป.พร้อมแกนนำกลุ่ม ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญการยกคำร้องทั้งหมดที่ให้ตีความเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ทุกกรณี มิเช่นนั้นจะดำเนินการให้ประชาชนทั่วประเทศแจ้งความจับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งคณะในข้อหาล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
“หากศาลตุลาการวินิจฉัยออกมาแล้วทำให้เกิดผลต่อฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ มีผลผูกพันต่อทุกองค์กรไปในทิศทางที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศ กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอเรียกร้องเชิญชวนประชาชนออกมาขับไล่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วยความชอบธรรม โทษฐานล้มล้างการปกครองแผ่นดิน หากผลวินิจฉัยของตุลาการเป็นผลลบต่อฝ่ายบริหาร แต่หากมีการเลื่อนการวินิจฉัยออกไป ก็ถือว่าคณะตุลาการไม่มีความชอบธรรมในการวินิจฉัย จึงจะขอให้คณะตุลาการยุติบทบาททันที ในเวลา 13.00 น. ของวันนี้ตนจะเดินทางไปที่ศาลอาญาเพื่อฟ้องดำเนินการเอาผิดกับคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ดำเนินการรับคำร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 โดยอ้างว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจในการรับคำร้อง” โฆษกฯกวป. กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าในการเคลื่อนไหวชุมนุมครั้งนี้ รวมถึงการเดินสายประกาศอารยะขัดขืนต่อต้านอำนาจตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั่วประเทศของ กวป. ไม่ปรากฏว่า มี นายพงษ์พิสิษฐ์ คงเสนา หรือ เล็ก บ้านดอน ผู้อำนวยการสถานีวิทยุมหาชนคนไทยหัวใจเดียวกัน ในฐานะประธาน กวป. ซึ่งเป็นแกนนำคนสำคัญ เข้าร่วมเคลื่อนไหวด้วย
ทั้งนี้นายพงษ์พิสิษฐ์ กล่าวว่า ตนขอยุติบทบาท ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว กวป. อยากเป็นเอกภาพ ไม่ต้องการความเด่นดัง ต้องการจุดยืนที่เป็นภาคประชาชนโดยแท้ เพื่อประชาชน พร้อมย้ำเป้าหมายเดียวกัน แต่ยุทธศาสตร์ต่างกัน
'นครบาล' ส่งตำรวจ 1 กองร้อย ดูแลม็อบ 'กวป.'
พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงบนด้านความมั่นคง กล่าวถึงกาวดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยรัฐสภา ในการประชุมวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ว่า ตำรวจนครบาลเตรียมกำลังไว้พร้อมที่ตั้ง หากมีความวุ่นวายหรือร้องขอให้เข้าไปร่วมดูแลความเรียบร้อยระหว่างประชุมสามารถดำเนินการได้ในทันที เพราะพื้นที่รัฐสภา เป็น 1 ใน 9 จุด ที่ตำรวจนครบาลต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษตามแผนปฏิบัติ และคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รวมถึงสถานที่สำคัญอื่นๆ ซึ่งระยะนี้มีการสั่งระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกพื้นที่ด้วย
ส่วนการดูแลความลงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุธีร์ เณรกัณฐี ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ดูแลการปฏิบัติของตำรวจอย่างใกล้ชิด และดูแลความเรียบร้อยกรณีผู้ชุมนุมกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) รวมตัวติดตามผลประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยคำร้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ที่ระบุว่า ประธานรัฐสภา และพวก รวม 312 คน ใช้อำนาจหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมิชอบ โดยจัดกำลังตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน ของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 รวม 1 กองร้อย ดูแลความเรียบร้อยทั่วบริเวณแล้ว จากทางการข่าวไม่มีความรุนแรงอะไร ผู้ชุมนุมเดินทางมาไม่มากนัก และยังไม่ปรับเพิ่มกำลังใดๆ ต้องพิจารณาจากสถานการณ์ และจำนวนผู้ชุมนุม ขณะที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ร้องขอกำลังตำรวจดูแลความปลอดภัย
'กวป.' ฟ้อง 'จรัญ ภักดีธนากุล' ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 13.30 น. นายมาลัยรักษ์ ทองชัย หรือ "ศรรักษ์ มาลัยทอง" โฆษกกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) เดินทางมาพร้อมทีมทนายความ เพื่อยื่นฟ้องนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบัน และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
โดยคำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค.56 จำเลยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทำนองว่า “การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ศาลทำอะไรไม่ได้ แต่อย่าให้พูดถึงหัวใจของศาลเลยเดี๋ยวจะเป็นเกม ถ้าประเทศนี้ไม่ต้องการไปทำอะไร เพราะศาลไม่มีกองกำลัง ไม่มีเครื่องมือ ไม่มีสื่อ นอกจากปากกา” ซึ่งจำเลยย่อมทราบความหมายคำว่าปากกาของจำเลยที่ปฏิบัติหน้าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นกระทำในนามพระปรมาภิไธย ปากกาของศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่ใช่ปากกาธรรมดาของจำเลย
ดังนั้นจำเลยไม่ควรนำพระปรมาภิไธย มากล่าวเชิงล้อเล่น แม้จะมีเจตนาให้มวลชนเห็นใจจำเลยและศาลรัฐธรรมนูญว่าไม่มีอำนาจอันใดที่จะไปต่อกรกับคนเสื้อแดงที่ใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการกดดันจากการชุมนุม โดยคำกล่าวของจำเลยจึงเป็นการส่อเจตนาดูหมิ่นพระราชอำนาจ
นอกจากนี้จำเลยยังจงใจฝ่าฝืนระเบียบประเพณีด้วยการให้สัมภาษณ์ทั้งที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของจำเลย ซึ่งจำเลยไม่ใช่ประธานศาลรัฐธรรมนูญที่จะมีอำนาจแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนได้ และที่จำเลยร่วมกับองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยการให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญไปกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้ดำเนินคดีกับคนเสื้อแดง ฐานแจ้งความเท็จนั้น ก็ยังเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอีกด้วย เพราะการจะให้ดำเนินคดีดังกล่าวถือเป็นความผิดต่อส่วนตัวของจำเลย ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้เสียหาย การใช้ศาลรัฐธรรมนูญไปกล่าวโทษดังกล่าว จึงเป็นการกระทำที่มิชอบ ทั้งนี้ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป



