ข่าว

ศาลชี้'ช่างภาพอิตาลี'ถูกกระสุนฝัั่งจนท.

ศาลชี้'ช่างภาพอิตาลี'ถูกกระสุนฝัั่งจนท.

29 พ.ค. 2556

ศาลชี้ "ช่างภาพอิตาลี" ถูกยิงตายวิถีกระสุนจากฝั่งเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ชัดใครทำ


 
          วันที่ 29 พ.ค.56  เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลอ่านคำสั่งคดีหมายเลขดำ ช.10/2555 ที่พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 4  ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนชันสูตรการเสียชีวิต ของนายฟาบิโอ โปเลงกี (FABIO POLENGHI) ช่างภาพชาวอิตาลี เพื่อทำคำสั่ง แสดงว่าผู้ตายเป็นใคร  ตายที่ไหน  เมื่อใด และถึงเหตุ  และพฤติการณ์ที่ตาย  ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  มาตรา 150 ซึ่งนายฟาบิโอ ถูกยิงเสียชีวิต ช่วงเวลา 10.00 – 13.00 น. ของ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 จากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาชนประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ช่วงระหว่าง ถนนจากศาลาแดง-ราชประสงค์
 
          โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของพนักงานอัยการ ผู้ร้อง และฝ่ายนางลาอูรา กีออร์รี มารดาผู้ตายแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ระหว่างวันที่ 12 มี.ค.-19 พ.ค. 53 มีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพื่อเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขณะนั้น ประกาศยุบสภาและจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ขึ้นใหม่ โดยขยายพื้นที่การชุมนุมไปยังแยกราชประสงค์ ถ.ราชดำริ-เพลินจิต-พระราม 1-พระราม 4 กระทั่งวันที่ 7 เม.ย.53 รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตพื้นที่ กทม.และอีกหลายพื้นที่ และจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นเป็น ผอ.ศอฉ. และได้มีการออกข้อกำหนดโดยประกาศ ศอฉ.ห้ามการชุมนุม ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคม ห้ามใช้ยานพาหนะ รวมทั้งงดการให้บริการสาธารณูปโภค เพื่อให้เจ้าพนักงานสามารถปฏิบัติหน้าที่แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้
  
          ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 เวลา 05.45 น.  ศอฉ. มีคำสั่งให้ทหารกองพันทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานเข้าควบคุมพื้นที่บริเวณสวนลุมพินี ตั้งแต่แยกศาลาแดง-แยกราชดำริ และใช้รถสายพานลำเลียงในการเข้าทำลายแนวกั้นของผู้ชุมนุม เจ้าพนักงานดังกล่าวมีอาวุธปืนประจำตัวเป็น ปืนเล็กยาวเอ็ม 16 ,ปืนเล็กยาวแบบ11 (HK33), ปืนลูกซองและอาวุธปืนพก โดยได้รับคำสั่งให้ใช้กระสุนจริงและกระสุนซ้อมรบกับปืนลูกซอง ส่วนปืนเล็กยาวให้ใช้กระสุนปืนซ้อมรบเพียงอย่างเดียว ระหว่างที่เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่กระชับพื้นที่นั้นได้มีนักข่าวซึ่งรวมผู้ตายเข้าทำข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่เมื่อมีความรุนแรงมากขึ้น กลุ่มผู้ชุมนุม นักข่าวและผู้ตายได้วิ่งหลบหนีจากแยกราชดำริ ไปแยกราชประสงค์ เมื่อผู้ตายวิ่งมาบริเวณเกาะกลางถนน หน้าบริษัทสายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด ปรากฏว่าผู้ตายถูกยิงล้มลง จากนั้นมีคนนำผู้ตายไปส่งโรงพยาบาลตำรวจและถึงแก่ความตาย
  
          โดยการไต่สวน ผู้ร้อง มีพยานเป็นนักข่าวในประเทศและต่างประเทศ เป็นประจักษ์พยานยืนยันว่าเห็นผู้ตายถูกยิงล้มลงขณะวิ่งหลบหนีไปทางแยกราชประสงค์ช่วงที่เจ้าพนักงานกำลังเคลื่อนมาแยกศาลาแดง ซึ่งพยานทั้งสองเป็นคนกลาง ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับฝ่ายใด เชื่อว่าเบิกความตามความจริง
  
          เมื่อพิจารณาประกอบความเห็นของพยานผู้เชี่ยวชาญ เชื่อได้ว่าวิถีกระสุนปืนยิงมาจากแยกศาลาแดง ซึ่งเป็นทิศทางที่เจ้าพนักงานกำลังเคลื่อนเข้ามาควบคุมพื้นที่จนถึงแยกราชดำริ อีกทั้งแพทย์ผู้ตรวจศพผู้ตายและผลการชันสูตร เบิกความสอดคล้องกันว่า บาดแผลของผู้ตายน่าจะเป็นบาดแผลที่เกิดจากกระสุนปืนที่ยิงออกมาจากอาวุธปืนที่มีความเร็วสูง โดยเมื่อทางไต่สวนไม่ปรากฏว่ามีบุคคลอื่นเข้ามาก่อเหตุใดๆ อีกทั้งกระสุนปืนที่เจ้าพนักงานใช้ในการควบคุมพื้นที่บริเวณเกิดเหตุก็เป็นกระสุนปืนขนาด .223 ที่ใช้กับอาวุธปืนเล็กยาวเอ็ม 16 และปืนเล็กยาว 11 (HK33) ที่มีประสิทธิภาพการยิงวิถีไกลและมีความเร็วสูง ซึ่งได้ความจากนักข่าวต่างประเทศ พยานฝ่ายมารดาของผู้ตาย ระบุว่าขณะเกิดเหตุพยานวิ่งไปในทิศทางเดียวกับผู้ตาย ซึ่งพยานก็ถูกยิงด้วยกระสุนปืนบริเวณใกล้เคียงกับผู้ตาย ที่ด้านหลังข้างขวาและกระสุนฝังใน ต่อมาแพทย์ได้ผ่าหัวกระสุนออก พบว่าเป็นหัวกระสุนปืนจากอาวุธปืนเล็กยาวเอ็ม 16 ซึ่งสอดคล้องกับอาวุธปืนที่เจ้าพนักงานใช้ประจำตายในวันเกิดเหตุ พฤติการณ์จึงเชื่อได้ว่า กระสุนปืนที่ยิงผู้ตายมาจากเจ้าพนักงานที่กำลังเคลื่อนเข้ามาพื้นที่จากแยกศาลาแดงมุ่งหน้าแยกราชดำโดยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นคนกระทำ
  
          ศาลจึงมีคำสั่งว่านายฟาบิโอ ถึงแก่ความตายที่รพ.ตำรวจ แขวง-เขตปทุมวัน กทม. เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 53 เวลา 11.30 น. เหตุและพฤตการณ์แห่งความตายเนื่องมาจากการถูกยิงด้วยกระสุนปืน เป็นเหตุให้เกิดบาดแผลกระสุนปืนทะลุหัวใจ ปอด ตับ เสียโลหิตปริมาณมาก โดยวิถีกระสุนปืนยิงมาจากด้านเจ้าพนักงานที่กำลังเคลื่อนที่มาควบคุมพื้นที่จากทางแยกศาลาแดง มุ่งหน้าแยกราชดำริ โดยยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำ
  
          ภายหลังนายคารม พลพรกลาง ทนายความของญาตินายฟาบิโอ ผู้ตาย กล่าวว่า ขณะนี้กำลังขอคัดคำสั่งฉบับเต็มจากศาล ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 วัน หลังจากจะนำคำสั่งดังกล่าวไปเป็นเอกสารประกอบการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ดำเนินคดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และผอ.ศอฉ. ที่ได้ออกคำสั่งให้กำลังพลเคลื่อนย้ายในวันที่ 19 พ.ค.53 จากศาลาแดงดังกล่าว เพื่อพิสูจน์ความผิดด้วยซึ่งนายสุเทพ จะปฏิเสธความรับผิดชอบจากการออกคำสั่งไม่ได้ ขณะที่ทั้งมารดาของนายฟาบิโอ และทีมทนายความ รู้สึกพอใจกับผลของคำสั่งการชี้สาเหตุการตาย  ซึ่งศาลได้พิจารณาจากพยานหลักฐานที่ฝ่ายญาติได้นำสืบไว้ด้วย อย่างไรก็ดีกรณีของนายฟาบิโอ ก็มีหลายฝ่ายที่สนใจต่อการนำคดีไปสู่ศาลอิตาลีด้วย แต่ทั้งนี้ก็ต้องหารือและตรวจสอบข้อกฎหมายกันอีกครั้งว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ เพียงใด
 
          ด้าน น.ส.เอลิซาเบตตา โปเลงกี น้องสาวของนายฟาบิโอ กล่าวว่า รู้สึกพอใจ ส่วนขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไรก็ต้องปรึกษาทนายความอีกครั้ง ขณะที่เรื่องนี้ก็อยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรับผิดชอบโดยการถูกปลดออกจากตำแหน่งเพื่อไม่ให้สามารถออกคำสั่งที่จะไปส่งผลให้ใครเสียชีวิตอีก และวันนี้ ( 29 พ.ค.) เวลา 19.00 น. ก็จะมีการเปิดตัวหนังสือภาพถ่ายของนายฟาบิโอด้วยที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย ( FCCT )  ซึ่งตนและทนายความจะได้แถลงถึงความชัดเจนเกี่ยวกับคดีของนายฟาบิโออีกครั้งด้วย ส่วนการที่จะนำคดีไปสู่ศาลในยุโรปนั้นตนก็มีความสนใจอยู่ แต่ก็ต้องหารือถึงข้อกฎหมายที่ถูกต้องและความเป็นไปได้กับทนายความเสียก่อน  
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ นางลาอูรา กีออร์รี มารดาของนายฟาบิโอ วัย 72 ปี ได้เดินทางมาพร้อมกับ น.ส.เอลิซาเบตตา บุตรสาว และทีมทนายความ ขณะที่สื่อมวลชนต่างประเทศเดินทางมาติดตามทำข่าวจำนวนมากด้วย 
  
          ขณะที่สำนวนการชันสูตรพลิกศพของนายฟาบิโอ ถือเป็นรายที่ 9 ที่ศาลมีคำสั่ง โดยก่อนหน้านี้ทั้งศาลอาญากรุงเทพใต้ และศาลอาญา มีคำสั่งชี้สาเหตุการตายของผู้ที่ร่วมชุมนุม และเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ระหว่างการชุมนุมปี 53 มาแล้วทั้งสิ้น 8 ราย ประกอบด้วย นายพัน คำกอง ( ถูกยิง ถ.ราชปรารภ 14 พ.ค.53 ) , ด.ช. คุณากร ศรีสุวรรณ (ถูกยิง ถ.ราชปรารภ วันที่ 14 พ.ค.53 ) , นายมานะ อาจราญ (ถูกยิงในสวนสัตว์เขาดิน วันที่ 10 เม.ย.53)  , พลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ สาละ  (ถูกยิงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ดอนเมือง วันที่ 28 เม.ย.53 ) , นายชาติชาย ชาเหลา ( ถูกยิง ถ.พระราม 4 วันที่ 13 พ.ค.53 ) , นายบุญมี เริ่มสุข (ถูกยิง ถ.พระราม 4 วันที่ 14 พ.ค.53 ) ,  นายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง ( ถูกยิง ถ.พระราม 4 วันที่ 14 พ.ค.53 ) และ นายชาญณรงค์ พลศรีลา ( ถูกยิง ถ.ราชปรารภ วันที่ 15 พ.ค.53 ) จากสำนวนที่ขณะนี้มีการยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ และศาลอาญาแล้วทั้งสิ้น 24 ราย  ซึ่งคดีที่ยังอยู่ระหว่างการไต่สวนชันสูตรพลิกศพของศาลอีก 15 ราย ประกอบด้วย นายวสันต์ ภู่ทอง  , นายสยาม วัฒนนุกุล , นายจรูญ ฉายแม้น , นายฮิโรยูกิ มูราโมโต้ (Hiroyuki Muramoto) และนายทศชัย เมฆงามฟ้า ที่ถูกยิง ถ.ดินสอ วันที่ 10 เม.ย.53 , นายมงคล เข็มทอง , นายสุวัน ศรีรักษา , น.ส. กมนเกด อัดฮาด , นายอัครเดช ขันแก้ว , นายอัฐชัย ชุมจันทร์ และ นายรพ สุขสถิตย์ ที่ถูกยิงในวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร วันที่ 15 พ.ค.53 ,  นายพรสวรรค์ นาคะไชย  และ นายมานะ แสนประเสริฐศรี  ที่ถูกยิง ถ.พระราม 4 วันที่ 15 พ.ค.53  , นายประจวบ ประจวบสุข และ นายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล ที่ถูกยิง ถ.พระราม 4 วันที่ 16 พ.ค.53





ศาลนัดฟังคำสั่ง'ช่างภาพอิตาลี'ถูกยิงเหตุชุมนุม53

 
          วันที่ 29 พ.ค.56 ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดมีคำสั่งว่า นายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพชาวอิตาลี ซึ่งลงพื้นที่รายงานข่าวในสถานการณ์ชุมนุมของกลุ่ม นปช. เมื่อปี 53 ได้เสียชีวติที่ รพ.ตำรวจ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 53 เวลา 11.30 น. โดยเหตุและพฤติการณ์การตาย สืบเนื่องมาจากนายฟาบิโอถูกยิงด้วยกระสุนปืน จนเกิดบาดแผลทะลุหัวใจ ปอด ตับ ทำให้เสียเลือดจำนวนมาก โดยวิถีกระสุนปืนถูกยิงมาจากฝั่งเจ้าพนักงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในการกระชับพื้นที่จากแยกศาลาแดง มุ่งหน้าไปแยกราชดำริ โดยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้ยิง
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรับฟังคำสั่งวันนี้ น.ส.เอลิซาเบลต้า โปเลงกี น้องสาว และนางมิเชล มารดา วัย 72 ปี ได้เดินทางมาร่วมฟังคำสั่งด้วย ขณะที่มีสื่อต่างชาติมาเฝ้าติดตามคำสั่งศาลด้วย