
ชีวิตหลัง...ควันไฟ'คาร์บอมบ์'ลีการ์เด้น
ชีวิตหลัง...ควันไฟ'คาร์บอมบ์'ลีการ์เด้น ฝันเปิดร้านเสื้อ'รักษาตัวเอง' : ภูชิสส์ พิรุณละอองรายงาน
ราวบ่ายโมงของวันที่ 31 มีนาคม 2555 “สุกัญญา บุญพร้อม” หรือ "กานต์" วัย 30 ปี หญิงสาวจากเมืองย่าโม จ.นครราชสีมา ผู้บากบั่นชีวิตดั้นด้นมาทำงานขายเสื้อผ้าแฟชั่น อยู่บริเวณชั้น บี1 ห้างลีการ์เด้นพลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กำลังยืนรอโทรศัพท์ลงโปรแกรมใหม่อยู่หน้าร้านจำหน่ายโทรศัพท์ ห่างจากร้านขายเสื้อของเธอเพียง 10 เมตร
แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เปลวไฟก็ลุกลามอย่างรวดเร็ว "สุกัญญา" ไม่ทันจะวิ่งหนีเปลวไฟก็ลามเลียมาด้านหลังลุกไหม้ท่วมตัว เธอหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือ เพราะต่างคนต่างวิ่งหนีตายกันอลหม่าน แต่ในที่สุดเธอก็ได้รับการช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ในสภาพไฟคลอกร่างกาย 40 เปอร์เซ็นต์!!!
จากเหตุ "คาร์บอมบ์" บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินของห้าง เหตุร้ายครั้งนั้น มีผู้เสียชีวิต 3 คน และมีผู้บาดเจ็บ 354 คน "สุกัญญา" เป็นหนึ่งในเหยื่อความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ที่ลุกลามขึ้นมาถึงศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ เธอต้องพบชะตากรรมอันเลวร้ายที่สุดในชีวิต ต้องสูญเสียผิวพรรณเรือนร่างที่สวยงาม กลายเป็นผู้พิการนอนพักรักษาตัวมายาวนาน
ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา "สุกัญญา" เทียวไปเทียวมาระหว่างเข้ารับการผ่าตัดรักษาตัวและทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา ซึ่งเงินเยียวยาเบื้องต้นจำนวนหนึ่งที่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยเฉพาะจากหน่วยงานอย่าง ศอ.บต.ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง เคยมอบให้ก็หมดลง จึงต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างอัตคัดแสนลำเค็ญ จนทำให้เธอต้องบากหน้าเดินเรื่อง เพื่อยื่นขอเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐด้วยตนเอง ทั้งที่สภาพร่างกายและจิตใจยังคงย่ำแย่ เธอรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจกับเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นจนถึงขั้นคิดจะฆ่าตัวตายหนีปัญหา แต่สุดท้ายแล้วก็ได้รับกำลังใจจากบรรดาผองเพื่อนที่คอยปลอบประโลมและเรียกขวัญกำลังใจให้กลับคืนมา ให้เธอเดินหน้าต่อสู้กับชีวิตอีกครั้ง จนเธอสามารถทำใจยอมรับและก้าวข้ามสิ่งเลวร้ายในอดีตมาได้
"สุกัญญา" เล่าว่า มาทำงานที่ภาคใต้เกือบ 10 ปีแล้ว แต่มาทำงานที่หาดใหญ่เป็นปีแรก ก็มาเจอเหตุร้ายทำให้ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลร่วม 5 เดือน จากนั้นกลับมาพักรักษาตัวที่บ้านพักย่านเขต 8 อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านเช่าของเพื่อนที่มาช่วยขายเสื้อผ้า ซึ่งมีน้องชายเพื่อนมาอาศัยอยู่ด้วย หลังเกิดเหตุเพื่อนซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บได้ย้ายไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ จึงช่วยกันจ่ายค่าเช่าคนละครึ่งกับน้องชายเพื่อน ซึ่งเขากำลังเรียนและทำงานควบคู่ไปด้วย
"ฉันสนิทกับน้องชายเพื่อน เพราะเคยช่วยเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็กๆ ระหว่างที่พักฟื้นรักษาร่างกายอยู่ที่บ้าน ก็ได้เขาช่วยทำโน่นทำนี่ให้ ช่วงแรกที่กลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน รู้สึกแย่ เสียใจ เหงา เศร้าอย่างมาก อยากจะฆ่าตัวตาย และได้โทรศัพท์ไปบอกญาติและเพื่อนๆ หมดแล้ว ตอนนั้นทนรับสภาพตัวเองไม่ได้ ยิ่งเมื่อตอนที่ส่องกระจกดูตัวเอง จิตใจย่ำแย่มากๆ แต่ตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้นมาก เพื่อนๆ คอยให้กำลังใจ ทำให้มีจิตใจเข้มแข็งขึ้น มีความหวังมากขึ้น ฉันหวังว่าจะกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ในเร็วๆ วัน อยากกลับมาทำงาน มีรายได้เลี้ยงตัวเองอีกครั้ง"
ความฝันของ "สุกัญญา" นั้น เธออยากเปิดร้านขายเสื้อผ้าเป็นของตัวเอง แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งสภาพร่างกายที่ยังไม่หายปกติดี ต้องเข้ารับการผ่าตัดต่อเนื่อง รวมถึงทำกายภาพบำบัดควบคู่ไปด้วย ที่ผ่านมาเข้ารับการผ่าตัดไปแล้ว 4 ครั้ง และยังเหลืออีกอย่างน้อย 4 ครั้งที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด ประกอบกับเงินที่เก็บสะสมไว้จากการทำงาน เงินที่ได้รับจากการช่วยเหลือจากภาครัฐเริ่มร่อยหรอลง ทำให้ไม่มีเงินทุนในการเริ่มต้นชีวิตใหม่กับร้านขายเสื้อผ้าที่วาดฝันเอาไว้ ตั้งแต่เกิดเหตุร้าย ซึ่งเพื่อนเจ้าของร้านขายเสื้อผ้ารับปากว่าจะเซ้งร้านให้ แต่ตอนนั้นยังไม่มีเงินที่จะนำมาเซ้งร้านต่อ จึงพยายามทำงานเก็บเงินให้ได้มากที่สุดเพื่อจะเซ้งร้านต่อจากเพื่อน
"อยากให้หน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะทาง ศอ.บต.เร่งช่วยเหลือเรื่องเงินเยียวยา อยากขอความกรุณาช่วยดำเนินการเดินเรื่องนี้ให้ด้วย เนื่องจากฉันไม่สะดวกในการเดินเรื่องยื่นเรื่องต่างๆ ทั้งที่จริงแล้วฉันอยากจะเดินทางไปสอบถามและติดตามเรื่องด้วยตัวเอง แต่ไม่สามารถทำได้ จึงอยากจะเร่งให้ทาง ศอ.บต.ดำเนินเรื่องเงินช่วยเหลือเยียวยาในส่วนที่เหลือให้เร็วที่สุด เพื่อจะนำเงินมาลงทุนเปิดร้านขายเสื้อผ้า จะได้มีรายได้นำเงินมารักษาพยาบาลตัวเอง"
"สุกัญญา" ยอมรับว่า ตอนนี้กำลังใจดีขึ้นมาก แต่บางครั้งก็ยังมีสิ่งกระตุ้นที่ทำให้กลับไปนึกถึงเรื่องเลวร้ายในอดีตอีกจนจิตใจย่ำแย่ก็มี โดยเฉพาะบางคนเมื่อเห็นสภาพแบบนี้ มักถามว่าไปโดนอะไรมา ไฟคลอก หรือ โดนสาดน้ำกรดมา สิ่งเหล่านี้ล้วนทิ่มแทงบั่นทอนใจมาก จึงขอร้องและวิงวอนว่า กรุณาอย่าถามแบบนี้อีกเลย อยากได้คำพูดให้กำลังใจมากกว่า เพื่อจะต่อสู้ชีวิตต่อไป ใครอยากจะช่วยเหลือ หรือให้กำลังใจเธอโดยตรงที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-9658-7427
แชร์ช่วย...เหยื่อระเบิด'ลีการ์เด้น'
ช่วงต้นพฤษภาคมที่ผ่านมา สาวกเฟซบุ๊กคงผ่านตากับการแชร์รูปของ "สุกัญญา บุญพร้อม" สาวผิวขาวหน้าตาดี ทว่าตามร่างกายเต็มไปด้วยแผลไหม้เกรียม จากการถูกไฟคลอกในเหตุคาร์บอมบ์ที่ห้างลีการ์เด้น พลาซ่า เมื่อปีที่แล้ว โดยเฟซบุ๊ก "อมตะธรรม" โพสต์ภาพพร้อมข้อความเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ระบุว่า "1 แชร์ เท่ากับ ช่วยคน ได้บุญ"
"...ผมแชร์มาอีกที ช่วยสัพเพแผ่เมตตาจิตให้พี่เขานะครับ พี่เขาจะอาการดีขึ้น ถ้าพวกเรารวมกำลังเมตตาจิตและแผ่ออกไปรวมกำลังกัน ทั้ง อมตะธรรม และโลกออนไลร์ ก็จะกลายเป็นบารมีรวมช่วยคนได้นะครับ ..."
โพสต์ดังกล่าวมียอดแชร์เกือบ 1 หมื่นรายแล้ว และมีผู้เข้ามาแสดงความเห็นกว่า 5,000 ราย ส่วนใหญ่ส่งกำลังใจผ่านสังคมออนไลน์ และโทรศัพท์ไปพูดคุยให้กำลังเธอ ตลอดจนโอนเงินช่วยเหลือไปให้ ขณะที่บางกลุ่มเห็นเป็นเรื่องของเวรกรรม แต่บางกลุ่มมองว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบ เช่น คุณ "ห้อย ตัวดำ" มองว่า รัฐบาลไปไหนครับ ช่วยหน่อย ไม่ใช่ช่วยแต่ผู้ก่อการร้ายและคอยจุนจือครอบครัวเขาตลอด เขาก็เป็นเหยื่อการกระทำของโจรใต้เหมือนกัน, คุณ "Nun Dere" บอกว่า กระทรวงสาธารณสุขว่าอย่างไร น่าสงสารจัง เงินเยียวยาเขาน่าจะได้แล้ว อยากให้เขาได้ 7.5 ล้านจัง เขาจะได้ไปรักษาตัว สงสารเป็นที่สุด
โพสต์ดังกล่าวนี้ เหยื่อระเบิดที่ลีการ์เด้น "Sukanya Boonprom" ได้แสดงความเห็นขอบพระคุณทุกๆ กำลังใจเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมอัพเดทอาการล่าสุดว่า กำลังเข้ารับการผ่าตัดที่ข้อพับข้างซ้ายมันเหยียดตรงไม่ได้ ครั้งที่ 1 ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ จ.สงขลา หมอบอกว่าต้องผ่าตัดอีก 4 ครั้ง และเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้านอีกครั้ง
"ตอนนี้รู้สึกปวดแผลมากๆ ถึงมากที่สุด แต่มองเห็นเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ส่งกำลังใจมาให้ก็หายความเจ็บปวด มีแต่รอยยิ้มและความปลื้มใจที่คนไทยไม่ทิ้งกัน ขอบคุณทุกคนขอพระศรีรัตนตรัยจงดลบันดาลให้ทุกๆ ท่านประสพพบเจอแต่ความสุขความเจริญ หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า ไม่เจ็บไม่ไข้ มีแค่ความสุขตลอดไปตราบนานเท่านาน"
ส่วนความเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊กของ "Sukanya Boonprom" ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมนี้ เธอยังคงโพสต์ภาพเก่าๆ รูปสวยๆ สมัยที่ยังทำงานที่ร้านขายเสื้อผ้า ด้วยใบหน้าและรูปร่างจัดว่าเธอเป็นคนสวยทีเดียว ควบคู่กับรูปที่เธอกำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา เธอได้แชร์วิดีโอ "นาทีระเบิด! ปากซอยราม 43/1" ระบุว่า เห็นแล้วเสียวแทนเลย..ระเบิด!!
เชื่อว่า เธออาจยังสะเทือนใจกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว และคงไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครอีก?!!
................................
(หมายเหตุ : ชีวิตหลัง...ควันไฟ'คาร์บอมบ์'ลีการ์เด้น ฝันเปิดร้านเสื้อ'รักษาตัวเอง' : ภูชิสส์ พิรุณละอองรายงาน)



