ข่าว

ล็อกเป้า'อีโอดี'ทำลายขวัญเจ้าหน้าที่

ล็อกเป้า'อีโอดี'ทำลายขวัญเจ้าหน้าที่

29 พ.ค. 2556

ล็อกเป้า'อีโอดี'ทำลายขวัญเจ้าหน้าที่ สกัดเหตุใหญ่เทียบชั้นกรือเซะ-ตากใบ : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน


              ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กำลังพลทั้งทหาร และตำรวจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่างตกเป็นเป้าสังหารอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเช้าวันที่ 24 พฤษภาคม กำลังพลชุดกองร้อยทหารพรานที่ 4204 ถูกคนร้ายลอบวางระเบิด และจุดชนวนสังหารเสียชีวิต 5 ศพที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

              จากนั้นวันที่ 25 พฤษภาคม ทหารสังกัดกองร้อยทหารราบที่ (ร้อย.ร.15122) หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ก็ถูกคนร้ายกดชนวนระเบิดที่ขุดหลุมฝังไว้กลางถนนทำให้ทหารเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 4 นาย ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ในเวลาไล่เลี่ยกันก็เกิดเหตุคนร้ายกดชนวนระเบิดที่ซุกไว้ใต้ท่อลอดกลางถนนทำให้ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตำรวจภูธรจังหวัดยะลา บาดเจ็บ 4 นาย และประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาบาดเจ็บอีก 2 คน

              ต่อมา เช้าวันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม คนร้ายก็กดระเบิดที่ซุกไว้ข้างเพิงพักในโรงเรียนบ้านกะลาพอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ทำให้ทหารกองร้อยทหารพรานที่ 4205 เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 3 นาย และในช่วงเที่ยงก็เกิดระเบิดกลางสะพานบ้านสาวอ บนถนนสาย 42 นราธิวาส-ปัตตานี ต.มะนังดาลำ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ทำให้ ตชด.ที่ 21 จ.สุรินทร์ ช่วยราชการ สภ.สายบุรี เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 2 นาย

              เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิดระบุว่า รูปแบบของเหตุระเบิดที่ใช้โจมตีเจ้าหน้าที่ยังเป็นไปในลักษณะเดิมๆ คือ การเจาะถนน และฝังระเบิดเอาไว้ ส่วนการนำระเบิดไปวางไว้ใต้ท่อลอดกลางถนนเหมือนที่ซุ่มโจมตีชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด(อีโอดี) ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พบเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น

              เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า การขุดเจาะถนนแล้วนำระเบิดไปฝังไว้จะมีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงกว่าการนำไปวางไว้ใต้ท่อ เพราะแรงอัดในหลุมจะพุ่งตรงขึ้นสู่ปากหลุมที่มีพาหนะของเจ้าหน้าที่แล่นผ่านทำให้ได้รับแรงอัดโดยตรง จึงมีโอกาสสูญเสียมากกว่าการนำไปวางไว้ใต้ท่อลอด ซึ่งแรงอัดจะพุ่งออกทางท่อมากกว่า

              "ทุกวันนี้ชุดอีโอดีกลายเป็นเป้าอันดับ 1 ไปแล้ว เพราะหากลงมือสำเร็จจะทำลายขวัญกำลังใจได้มาก ต่อไปคงจะหาคนที่เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อเก็บกู้ระเบิด และเข้าไปหาหลักฐานมามัดตัวคนร้ายได้ยาก เพราะขนาดอีโอดียังโดนเสียเอง และชุดอีโอดียังเลี่ยงการเดินทางได้ยาก เพราะเกิดเหตุซุ่มยิงหรือระเบิดทุกครั้ง ชุดอีโอดีต้องเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ"

              เขาเชื่อว่า เหตุการณ์ที่ชุดอีโอดีตำรวจภูธร จ.ยะลา โดนวางระเบิดนั้นไม่น่าจะเกิดจาก "ข่าวรั่ว" แต่น่าจะเกิดจากลักษณะของรถอีโอดีที่มีจุดเด่นต่างจากรถของหน่วยอื่น ขณะที่เส้นทางในพื้นที่ก็มีเพียงไม่กี่เส้นทาง คนร้ายจึงสามารถจดจำรถ แจ้งเบาะแสไปยังแนวร่วม และนำระเบิดไปวางยังจุดที่เจ้าหน้าที่จะผ่านได้สำเร็จ

              ส่วนเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นกับชุดลาดตระเวนเขามองว่า ก่อนหน้านี้ในการประชุมหน่วยได้มีข้อเสนอแนะให้ "เดินลาดตระเวน" มากขึ้น โดยให้เดินหลังแนวต้นไม้ใหญ่หรือเสาไฟฟ้าข้างทาง เพราะคนร้ายมักจะซุ่มอยู่บริเวณป่าหรือต้นไม้ข้างทาง ซึ่งถ้าเดินลาดตระเวน โอกาสที่จะเจอคนร้าย หรือร่องรอยระเบิดก็เป็นไปได้สูง

              "ทุกวันนี้เท่าที่เห็นก็มีการเดินลาดตระเวน แต่ส่วนใหญ่มักจะเดินบนไหล่ทาง ซึ่งมักจะถูกเจาะหลุมฝังระเบิดเอาไว้ ขณะที่มือกดระเบิดมักจะซุ่มอยู่บริเวณที่มีเสาไฟฟ้า และต้นไม้ตั้งอยู่ในแนวเดียวกัน ซึ่งเป็นเส้นสมมุติ หรือหลักเล็ง ถ้ากันชนรถของเจ้าหน้าที่แตะหลักเล็งแล้วกดระเบิดทันทีจะมีความแม่นยำสูงมาก" เจ้าหน้าที่คนเดิม เผยยุทธวิธีของคนร้าย

              ขณะที่รัฐบาลก็อยู่เฉยไม่ได้ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และผบ.เหล่าทัพ เข้าหารือ

              ทั้งนี้ ได้มีการกำชับให้ดูแล "พื้นที่เชิงสัญลักษณ์" เป็นพิเศษ เพราะการข่าวทราบมาว่ากลุ่มขบวนการมีแผนปฏิบัติการขั้นสูงสุดเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ เหมือนเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ 28 เมษายน 2547 และเหตุการณ์ตากใบ 25 ตุลาคม 2547

              แหล่งข่าวความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยอมรับว่า ที่ผ่านมาไม่สามารถป้องกันเหตุระเบิดได้ แม้ว่าหน่วยข่าวจะเกาะติดอยู่ตลอดก็ตาม  สารตั้งต้นประกอบระเบิดทะลักเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยนำมาจากประชาชนบางส่วนที่เข้าไปทำงานใน "โรงงานระเบิดหิน" รวมทั้งกลุ่มที่ลักลอบนำเข้ามาแล้วนำมาขายให้กลุ่มก่อความไม่สงบ

              "เราไม่สามารถควบคุมได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะชายแดนสามารถเข้าออกได้ง่าย สมัยก่อนเราได้ตรวจเข้ม ห้ามนำสายไฟ ห้ามซื้อขายถ่านไฟฉาย หรือห้ามนำสารประกอบวัตถุระเบิด รวมถึงถังแก๊สเข้ามา แต่ก็ถูกต่อต้านในที่สุด

              ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่ายังมีชาวบ้านบางส่วนให้การสนับสนุนและชี้เป้าหมาย ที่สำคัญแกนนำได้ระดมอุซตาสที่ไปศึกษาอยู่ในตะวันออกกลางกลับเข้ามาในพื้นที่ โดยมีการกระจายอยู่ในพื้นที่ที่เข้มแข็งเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ หากมีจังหวะเวลาที่เหมาะสมก็จะร่วมออกปฏิบัติการวางแผนก่อเหตุรุนแรง"

              สำหรับแนวร่วมที่ปฏิบัติการขณะนี้เป็นแนวร่วมรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มแนวร่วมหัวรุนแรงที่เชื่อว่า การต่อสู้ด้วยความรุนแรงเท่านั้นจะนำมาสู่เอกราชของปัตตานี โดยกลุ่มหัวรุนแรงบางส่วนแฝงตัวอยู่ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ขณะที่การเจรจากับบีอาร์เอ็นก็ถือเป็นการยกระดับปัญหา และทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น เพราะกลุ่มหัวรุนแรงในพื้นที่แสดงจุดยืนปฏิเสธการเจรจาอย่างชัดเจน


เปิดงบดับไฟใต้ปี57พรวด2.6หมื่นล้าน

              ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2557 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภา วันที่ 29 พฤษภาคม รัฐบาลได้วางยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ไว้ 8 ยุทธศาสตร์ 52 แผนงาน โดยแผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งงบไว้ที่ 25,921.1 ล้านบาท อยู่ในยุทธศาสตร์เร่งรัดการพัฒนาประเทศและเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่ 1 จากทั้งหมด 8 ยุทธศาสตร์ โดยงบประมาณตามแผนงานดังกล่าวสูงขึ้นกว่าปีงบประมาณ 2556 ที่ตั้งเอาไว้ 21,124 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นราว 4,797 ล้านบาท

              ทั้งนี้ แผนงานตามงบดังกล่าว ระบุวัตถุประสงค์และเป้าหมายเอาไว้ว่า เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยบูรณาการการบริหารจัดการหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วนให้มีเอกภาพเพื่อควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบให้ลดความรุนแรงลง รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบและอำนวยความยุติธรรมอย่างทั่วถึง เป็นธรรม

              สนับสนุนความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเพิ่มรายได้ของครัวเรือนยากจน และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ตลอดจนเพิ่มมูลค่าทางการค้า การลงทุน ควบคู่กับการพัฒนาด้านสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา การให้บริการสาธารณสุข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตบนพื้นฐานของวิถีชีวิตประชาชนทั้งทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม
สำหรับหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งงบประมาณปี 2557 ตามแผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ "งบดับไฟใต้" เอาไว้ดังนี้

              กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) 7,856,131,500 บาท (จากงบรวมซึ่งตั้งไว้ที่ 8,544,570,700 บาท)

              ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) 3,054,653,200 บาท

              สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 1,881,515,300 บาท (จากงบรวมซึ่งตั้งไว้ที่ 87,051,059,300 บาท)

              กองทัพบก 593,004,000 บาท (จากงบรวมซึ่งตั้งไว้ที่ 91,597,556,300 บาท)

              กองทัพเรือ 805,593,200 บาท (จากงบรวมซึ่งตั้งไว้ที่ 36,216,788,200 บาท)

              กองทัพอากาศ 275,771,000 บาท (จากงบรวมซึ่งตั้งไว้ที่ 33,619,111,000 บาท)

              กองบัญชาการกองทัพไทย 115,536,000 บาท (จากงบรวมซึ่งตั้งไว้ที่ 15,144,614,800 บาท)

              ทั้งนี้ งบประมาณของหน่วยงานหลักที่มีภารกิจแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ดังกล่าวส่วนใหญ่มีทิศทางเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ยกเว้นงบของกองทัพบกเท่านั้นที่ลดลง

              ส่วนหน่วยงานอื่นที่น่าสนใจก็เช่น สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 233,265,200 บาท กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย 2,830,795,000 บาท สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 2,184,064,400 บาท สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 578,253,800 บาท เป็นต้น

              สำหรับงบดับไฟใต้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2556 สรุปได้ดังนี้ ปี 2547 จำนวน 13,450 ล้านบาท ปี 2548 จำนวน 13,674 ล้านบาท ปี 2549 จำนวน 14,207 ล้านบาท ปี 2550 จำนวน 17,526 ล้านบาท ปี 2551 จำนวน 22,988 ล้านบาท ปี 2552 จำนวน 27,547 ล้านบาท ปี 2553 จำนวน 16,507 ล้านบาท ปี 2554 จำนวน 19,102 ล้านบาท ปี 2555 จำนวน 16,277 ล้านบาท และปี 2556 จำนวน 21,124 ล้านบาท รวม 10 ปีงบประมาณใช้จ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 182,402 ล้านบาท

              เมื่อรวมกับงบประมาณปี 2557 ที่ตั้งเอาไว้ 25,921.1 เท่ากับว่า 11 ปีงบประมาณรัฐบาลทุ่มงบดับไฟใต้ไปแล้วทั้งสิ้น 208,323.1 ล้านบาท หรือทะลุ 2 แสนล้านบาท โดยตัวเลขนี้ไม่รวมกับงบกลางที่หน่วยงานต่างๆ เช่น ศอ.บต. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กอ.รมน. ขอเบิกจ่ายเพิ่มเติมอีกระหว่างปีอีกจำนวนมาก

............................

(หมายเหตุ : ล็อกเป้า'อีโอดี'ทำลายขวัญเจ้าหน้าที่ สกัดเหตุใหญ่เทียบชั้นกรือเซะ-ตากใบ : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน)