
ผู้ว่าฯกกท.ลั่นดันเอฟ-1แข่งแน่
ผู้ว่าฯกกท.ลั่นดันเอฟ-1แข่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ฟุ้งเชิดหน้าชูตาประเทศ โยนรัฐบาลชี้ขาดหาก ปชช.ต้านหนัก
ความคืบหน้ากรณีการกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) เตรียมการเสนอให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่ง “ฟอร์มูล่าวัน” หรือ “เอฟ-1” ในปี 2558 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนปฏิบัติการ (มาสเตอร์แพลน) เพื่อเสนอข้อความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี โดยใช้เส้นทางหลักผ่านถนนราชดำเนิน รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ระยะทาง 5.995 กม. เริ่มที่กรมอู่ทหารเรือ ท่าราชวรดิฐ ผ่านสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ อาทิ พระบรมมหาราชวัง สนามหลวง ป้อมพระอาทิตย์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขณะที่มีกระแสท้วงติงจากหลายฝ่ายถึงความเหมาะสม และหวั่นวิตกว่าแรงสั่นสะเทือนและเสียงที่ดังเกินค่ามาตรฐานของรถแข่งเอฟ-1 จะสร้างความเสียหายให้แก่โบราณสถานนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า กระบวนการต่างๆ ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว โดยแผนปฏิบัติการที่กำลังทำอยู่นั้น หากเสร็จสมบูรณ์ ก็จะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ซึ่งตนพร้อมเข้าชี้แจงถึงข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบ ตลอดไปจนถึงการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถจัดการแข่งขันเอฟ-1 ได้ ซึ่งการเจรจาก่อนหน้านี้ผู้บริหารของเอฟ-1 ได้เตรียมบรรจุให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันของฤดูกาล 2015 ด้วย
นายกนกพันธุ์ กล่าวว่า โครงการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอฟ-1 เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สนับสนุนให้ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานานาชาติทุกระดับ เพื่อให้สอดคล้องและส่งเสริมการท่องเที่ยวไปพร้อมกัน โดยประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดกีฬานานาชาติมาแล้วหลายรายการ และการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่งรายการนี้ หากไทยได้รับสิทธิ์ ก็จะเป็นรายการที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ไทยเคยเป็นเจ้าภาพมา และจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะสิ่งสำคัญที่สุดคือ เครดิต ความเชื่อมั่นของประเทศไทย ที่จะปรากฏในเวทีโลกในการจัดงานใหญ่และยากระดับนี้ได้
ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า เข้าใจดี และตระหนักถึงผลกระทบที่ประชาชนจะได้รับ หากไทยได้เป็นเจ้าภาพเอฟ-1 ซึ่งการแข่งขันรายการนี้จะเกิดขึ้นได้ ทุกฝ่ายก็ต้องให้ความร่วมมือกัน การทำประชาพิจารณ์ เพื่อชี้แจงความเข้าใจต่อประชาชน ก็ต้องทำอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากการสำรวจความเห็นและความต้องการของประชาชนแล้ว มีเสียงคัดค้านมากกว่าเห็นด้วย หรือส่งผลกระทบต่อสถานที่ ประชาชน และสิ่งแวดล้อมมาก รัฐบาลก็ต้องพิจารณาเป็นประเด็นสำคัญว่า จะเดินหน้าต่อไป หรือจะหยุดเพียงเท่านี้
ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยังยืนยันที่จะเดินหน้าคัดค้านการจัดการแข่งขันรถเอฟ-1 โดยระบุว่า ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง มีความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยจากอุบัติเหตุซึ่งมักเกิดเป็นปกติในการแข่งรถประเภทนี้ ทำให้อาคารสิ่งปลูกสร้างในแนวถนนตลอดระยะทางของการจัดแข่งอาจได้รับความเสียหาย เพราะทุกตารางเมตรของพื้นที่จัดแข่งรถล้วนเป็นพื้นที่ทางโบราณสถาน และที่สำคัญเสียงดังและแรงสั่นสะเทือนของรถแข่งจำนวนมากจะทำให้โครงสร้างของพระบรมมหาราชวัง อาคารประวัติศาสตร์และโบราณสถาน วัดสำคัญต่างๆ ที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติได้รับผลกระทบเสียหาย
นอกจากนั้น การจัดการแข่งขันดังกล่าว เป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายฉบับ เช่น ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 มาตรา 74 มาตรา 290 ประกอบมาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 67 และมาตรา 87 และขัดต่อ พ.ร.บ.การจาจร 2522 พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2535 พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 2504 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 2535 ซึ่งเป็นขั้นตอน วิธีการ ที่กฎหมายกำหนด โดยมีหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลหลายหน่วยงาน รวมทั้งคณะกรรมการเกาะรัตนโกสินทร์ ภายใต้การมีส่วนร่วมของประชาชนคนกรุงเทพมหานครทั้งหมด
การที่ กกท. และ กทม. จะใช้อำนาจโดยพละการ นำไปสู่การเห็นชอบหรืออนุมัติให้ผู้ประกอบการเอกชนนำรถ “ฟอร์มูล่า-วัน” มาแข่งขันเพื่อโปรโมทแบรนด์สินค้าของเอกชน โดยสมอ้างว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สมาคมจึงใคร่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยุติการกระทำและการใช้อำนาจทางปกครอง ที่อาจนำไปสู่ความเดือดร้อนและเสียหายเกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว หากยังดื้อดึง สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและชาวชุมชนในเกาะรัตนโกสินทร์ที่หวงแหนโบราณสถานและทรัพย์สมบัติของชาติ จะฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อระงับเพิกถอนโครงการทันที



