ข่าว

'ปู'ฉุน!สื่อถามลอยตัวเหนือปัญหา

'ปู'ฉุน!สื่อถามลอยตัวเหนือปัญหา

28 พ.ค. 2556

'นายกฯ' ลั่นพร้อมคุยทุกสี โยนสภาพิจารณาปมรวมร่างกฎหมายปรองดอง-นิรโทษ ยืนยันเหตุบึ้ม ราม 43/1 ไม่เกี่ยวไฟใต้ - ไฟการเมือง แจง 'ประสาร - กิตติรัตน์' ไม่เกาเหลา

                28 พ.ค.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาทางการเมืองโดยเฉพาะกรณีที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ออกมาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมติพรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอร่าง พรบ.ปรองดอง เข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า เรื่องปรองดองหรือเรื่องการแก้ไขปัญหาทางการเมืองต้องให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ และการแสดงออกขอให้อยู่บนเวทีที่ถูกต้อง ซึ่งหลายๆส่วนในวันนี้จะเห็นว่าการเสนอ พรบ.ต่างๆขอให้รัฐสภาเป็นกลไกในการพิจารณา แต่การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญในครั้งนี้จะมีเพียงการนำเสนอร่าง พรบ.งบประมาณปี 2557 อย่างเดียวโดยคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้เห็นชอบในการเสนอขอเปิดสมัยประชุมสภาเพียงแค่ 3 วัน เชื่อมั่นว่าจะไม่มีวาระนี้เข้าไป

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมานายกฯบอกว่า เปิดรับฟังความคิดเห็นทุกด้านจะประกาศเลยหรือไม่ว่าพร้อมจะคุยกับทุกสีทุกกลุ่ม น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรายินดีอยู่แล้ว เรียนว่าทุกคนทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยินดีที่รับฟัง  เรายินดีที่จะรับฟังข้อคิดเห็นต่างๆ แต่การแก้ปัญหาต้องแยกเป็น 2 ส่วน ปัญหาเรื่องความเดือดร้อน หรือนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลเรายินดีรับฟังทุกคนอยู่แล้วเป็นหน้าที่โดยตรง เรารับฟังทุกฝ่ายไม่มีการแยกสี แต่ถ้าเป็นปัญหาเรื่องการเมืองรัฐบาลมีหน้าที่ในการทำอย่างไรให้มีกลไกในการมีส่วนร่วม ซึ่งเราได้ทำเป็นระยะๆ แต่การแก้ปัญหาการเมืองนั้นจะมีข้อกฎหมายรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ

                เมื่อถามว่า คิดว่าอะไรที่จะทำให้เกิดความปรองดองในประเทศขึ้นได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องพูดว่า ภาพรวมเราอยากเห็นการปรองดองแต่เนื้อหานั้นต้องไปคุยรายละเอียดในสภา ไม่ได้หมายความว่า ทุกร่าง พรบ.ที่เสนอเข้าไปแล้วจะเป็นสูตรสำเร็จสิ่งที่ต้องทำ คือว่าฝ่ายสภาต้องรับเอาไปพิจารณาก่อนว่าจะเอาวาระไหนขึ้นก่อนหลัง กลไกรัฐสภาเปิดกว้างให้ประชาชนได้รับฟังอยู่แล้ว

                เมื่อถามอีกว่า คิดว่ามีสิทธิ์ที่จะมีการนำเนื้อหาของร่าง พรบ.ปรองดองกับนิรโทษกรรมรวมเข้าด้วยกันหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า  อยู่ที่สภาคงตอบไม่ได้ เพราะมีหลายร่าง ซึ่งก่อนจะนำร่างไหนเข้าไปต้องผ่านการเห็นชอบจากมติในสภา เป็นเรื่องของทางฝ่ายนิติบัญญัติที่จะได้ตกลงกัน ตนคงไม่มีส่วนไปเกี่ยวข้องตรงนั้น เราคงมีหน้าที่เสนอร่าง พรบ.งบประมาณเท่านั้น

                ต่อข้อถามว่า ดูเหมือนนายกฯจะลอยตัวหรือไม่ เพราะนายกฯเป็นแกนนำรัฐบาลและเป็นพรรคการเมืองนำในประเทศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวปฏิเสธว่า "โถ...จะลอยตัวตรงไหนล่ะคะ วันนี้ก็ยืนตอบคำถามสื่อมวลชนทุกวัน ยืนตอบปัญหาแก้ปัญหาทุกอย่าง เรียนว่าทุกอย่างเราเองพยายามทำอย่างเต็มที่ ขอความกรุณาว่าให้ความเป็นธรรมบ้าง อย่ามองว่าเราลอยตัว แต่จริงๆก็ต้องแยกเรื่องบทบาทการบริหารงานฝ่ายนิติบัญญัติเป็นคนละส่วนกัน"

 

 

ยืนยันเหตุบึ้ม ราม 43/1 ไม่เกี่ยวไฟใต้ - ไฟการเมือง

 

                น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการสอบสวนถึงสาเหตุการลอบวางระเบิดย่านรามคำแหง ว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นตนได้รับทราบจากฝ่ายความมั่นคงแล้ว โดยเฉพาะ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ที่ได้เรียกประชุม ก็ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ในการสืบค้นก่อนว่าเกิดจากสาเหตุใด ส่วนมาตรการที่จะสั่งการเพิ่มเติมนั้น ก็ให้ดูแลความปลอดภัยในจุดต่างๆ และการเพิ่มความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว

               ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุลอบวางระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องการเมืองใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ค่ะ

               เมื่อถามว่า เหตุระเบิดกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมและการท่องเที่ยว รัฐบาลจะเร่งสร้างความเชื่อมั่นอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็คงต้องช่วยกัน ซึ่งเราได้สั่งการอย่างเคร่งครัดไปแล้ว หวังว่าในจุดที่มีการตรวจเพิ่มก็น่าจะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม บางครั้งเราไม่อยู่ในความประมาท เราตื่นตัวมากเกินไปก็อาจจะทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกตื่นตระหนกว่าวันนี้เหตุการณ์เกิดรุนแรง แต่จริงๆแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะจุดก็ขอให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบหน้าผู้กระทำความผิดโดยเร็วดีกว่า

 

 

               
แจง "ประสาร - กิตติรัตน์" ไม่เกาเหลาแล้ว

 

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะรัฐมนตรีเรียกให้นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เข้ามาชี้แจงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจต่อที่ประชุม ครม. ว่า เป็นการหารือในวาระ ครม.ที่ทางได้ให้ทางกระทรวงการคลัง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ร่วมกับ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำเสนอกรอบนโยบายการแก้ไขปัญหาสภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ ซึ่งการแก้ปัญหาเศรษฐกิจนั้นมีทั้งหมด 3 ด้าน คือ การเงิน การคลัง และมาตรการเฉพาะด้านที่เป็นมาตรการของแต่ละกระทรวง วันนี้เราเลยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมแผนงานที่ให้ทุกกระทรวงดำเนินการ และที่เราได้สั่งการให้ ครม.ทั้งหมด เป็นแผนแบบบูรณาการที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและรับฟัง ซึ่งเราได้เชิญนายประสารเข้ามาฟังด้วย เพราะว่าเป็นผู้ที่ถ้าเห็นพ้องตามแผนก็จะได้นำรายละเอียดนี้ไปปฏิบัติ เพราะขั้นตอนในการปฏิบัติต้องเป็นหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานที่จะต้องไปทำ

                น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของรัฐบาลมีหน้าที่ในการบูรณาการด้านนโยบายภาพรวม แต่ทางด้านธปท.ก็จะเป็นในแง่เทคนิคที่เราไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้ ซึ่งตรงนี้เป็นที่มา โดยเบื้องต้นมติ ครม.และผู้ที่เกี่ยวข้องได้เห็นชอบและรับทราบแผนว่าสอดคล้องต้องกัน ก็ถือว่าเป็นการบูรณาการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในภาพรวม เราเองถ้าแก้ปัญหาในด้านใดด้านหนึ่ง โดยไม่ได้บูรณาการกัน ก็จะทำให้ประสิทธิภาพไม่ได้เกิดอย่างเต็มที่ จึงรวบรวมมาตรการต่างๆ ทั้งมาตรการเร่งด่วนภายใน 6 เดือน และมาตรการระยะยาวด้วย ในการที่จะดำเนินการให้สอดคล้องกันในช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจขนาดนี้ และได้ขอให้ทางนายกิตติรัตน์ ได้รวบรวมและติดตามสถานการณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อรายงานต่อครม.เป็นระยะ

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ระหว่างนายกิตติรัตน์และนายประสาร ไม่มีอะไรติดใจกันแล้วใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่มีค่ะ เพราะเราก็ทำงานกันได้ แต่บางครั้งอาจจะมีการพูดคุยกันไม่ตรงในด้านของเทคนิคมากกว่า แต่มาวันนี้ก็ชัดเจน ในแง่ของนโยบายภาพรวมก็สอดคล้องต้องกัน แต่เทคนิคนั้นก็ถือว่าต้องให้ผู้ที่รับผิดชอบนั้นดำเนินการ แต่เราก็คงคอยติดตามในเรื่องของผลมากกว่า