
ศึกน้ำลาย'ช่างแอร์'จบด้วยปืนดับ1
ช่างซ่อมแอร์-เจ้าของร้านแอร์ เปิดศึกน้ำลายคุยข่มฝีมือซ่อมแอร์ เจ้าของร้านเถียงสู้ไม่ได้ ลากช่างมาชก ก่อนตร.เข้าห้าม คาใจกลับไปเอาปืนมาขู่ ถูกแย่งยิงซ้ำดับสยอง
28 พ.ค. 56 เมื่อเวลา 07.00 น. ร.ต.ท.ชัย รตโรจนานนท์ ร้อยเวร สภ.ย่านตาขาว รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่ริมถนนวรคีรี เขตเทศบาล ต.ย่านตาขาว จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.พูนศักดิ์ เซ็งแซ่ รอง ผกก.ป พ.ต.ท.สราวุธ จงจิต รอง ผกก.หน.พิสูจน์หลักฐาน จ.ตรัง และเจ้าหน้าที่กู้ภัย อ.ย่านตาขาว
ที่เกิดเหตุเป็นริมถนน พบร่างของผู้เสียชีวิตนอนตะแคงจมกองเลือด ทราบชื่อคือ นายสมพร เพ่งเจริญธรรม อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/8 ม.1 ถ.ยวดประศาสน์ ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว ในสภาพสวมเสื้อช่างสีแดงและนุ่งกางเกงขายาวสีฟ้า พบบาดแผลที่ศีรษะมีร่องรอยถูกทุบด้วยของแข็งจนเป็นแผลฉกรรจ์ฉีกขาด ส่วนที่ชายโครงขวาถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด.357 จำนวน 1 นัด และขาขวา 2 นัด ทะลุน่องซ้ายหลัง รวม 3 นัด ใกล้กันยังพบ รถ จยย.ฮอนด้าคลิก สีน้ำเงิน ทะเบียน ขตง 339 ตรัง รองเท้าแตะ โทรศัพท์มือถือ ของผู้ตายตกหล่นอยู่ และชะแลง 1อัน ทางเจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลา 06.00 น.ผู้ตายซึ่งเป็นเจ้าของร้านซ่อมแอร์ได้มานั่งกินกาแฟกับนายณัฐวุฒิ ภูเก็ตรัตน์ อายุ 31 ปี ช่างซ่อมแอร์ที่อยู่คนละร้านกัน ที่ร้านเยื้องโอชา แล้วเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงเรื่องที่ทั้งคู่ต่างมีความชำนาญเรื่องการซ่อมแอร์ด้วยกันทั้งคู่ เมื่อผู้ตายเถียงสู้ไม่ได้ ก็เลยฉุดลากนายณัฐวุฒิออกมาหน้าร้าน จากนั้นได้เกิดการชกต่อยกัน กระทั่งมีตำรวจมาห้ามปราม ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
หลังจากนั้นปรากฏว่า ผู้ตายยังไม่ยอมเลิกรา จึงขี่รถ จยย.กลับไปเอาอาวุธปืนขนาด.357 ที่บ้านเพื่อไปข่มขู่นายณัฐวุฒิที่บ้าน จนเกิดมีปากเสียงโต้เถียงและชกต่อยกันอีกรอบ ซึ่งคราวนี้แม่ของนายณัฐวุฒิ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ได้เข้ามาห้ามปราม แต่ก็ไม่เป็นผล จนเกิดการชุลมุนขึ้น ซึ่งในจังหวะดังกล่าวนายณัฐวุฒิ เห็นว่าทางฝั่งผู้ตายมีอาวุธปืนจึงยื้อแย่งปืนกลับมาได้ แล้วใช้อาวุธปืนกระบอกดังกล่าวทุบตีที่ศีรษะผู้ตาย และทางผู้ตายได้ขออาวุธปืนคืน แต่นายณัฐวุฒิไม่ยอมให้เพราะกลัวว่าถ้าให้ไปแล้วจะถูกยิง จึงได้ไล่ให้ผู้ตายกลับไปบ้าน แต่ผู้ตายกลับเดินปรี่เข้ามาหา นายณัฐวุฒิจึงวิ่งหนี และเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังตามไล่ จึงยิงใช้อาวุธปืนยิงสวนใส่ จำนวน 1 นัด ก่อนจะซ้ำอีก 2 นัดจนเสียชีวิต ท่ามกลางการตกตะลึงของผู้ที่อยู่ในละแวกดังกล่าว
ทั้งนี้หลังก่อเหตุนายณัฐวุฒิไม่ยอมหลบหนีไป และนำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุวางตั้งไว้ที่หลังคารถยนต์กระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน ธป 3643 กทม.ที่จอดหน้าบ้านแล้วยืนรอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เบื้องต้นตำรวจระบุสาเหตุมาจากทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกันจากในร้านกาแฟกันก่อน และเมื่อแยกย้ายกลับบ้านแล้ว ทางผู้ตายยังติดใจไม่ยอมจึงกลับไปเอาอาวุธปืนที่บ้าน เพื่อมาข่มขู่นายณัฐวุฒิ และก็ได้ถูกนายณัฐวุฒิแย่งปืนมาได้ จนเกิดเหตุเศร้าสลดขึ้น
สำหรับผู้ตายและนายณัฐวุฒิถือเป็นคนที่มีนิสัยเรียบร้อย ขยันทำงาน และไม่เคยมีสาเหตุขัดแย้งมาก่อน แต่เมื่อผู้ตายไม่ยอม ทางนายณัฐวุฒิซึ่งมีอาการทางประสาทมาก่อน เมื่อถูกกดดันจึงทำให้เกิดอาการเครียดและบ้าคลั่งยิงผู้ตายจนถึงแก่ความตายดังกล่าว



