
'เต้น'วอน!อย่าเชื่อมการเมืองโยงไข่ไก่
'ณัฐวุฒิ' วอนฝ่ายค้านอย่าเอาเรื่องการเมืองมาเชื่อมโยงเรื่องไข่ไก่ ย้ำจุดยืนคนเสื้อแดงหนุน พรบ.นิรโทษฯ ไม่แปลกใจ 'พธม.' ยื่นศาลระงับแก้ 'รธน.'
28 พ.ค.56 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาราคาไข่ไก่แพงว่า พยายามเรียกร้องมาตลอดว่า เรื่องการแก้ปัญหาให้กับประชาชนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชีวิตความเป็นอยู่ หรือเรื่องปากท้องของประชาชนนั้นเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายการเมืองที่จะต้องช่วยกัน รัฐบาลมีหน้าที่ก็ต้องทำอย่างเต็มที่ ฝ่ายค้านจะตรวจสอบก็สามารถทำได้ แต่ไม่ใช่นำเข้าสู่เกมการเมือง มาวิพากษ์วิจารณ์บิดเบือนความจริงจนเกิดความเสียหายนั้นไม่ควรทำ ขณะนี้ตนกำลังพูดคุยและร่วมมือกันทำงานกับเกษตรกรผู้ผลิตไข่ไก่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประคับประคองสถานการณ์ ซึ่งผลผลิตไข่ไก่ออกมาน้อยกว่าที่ควรจะเป็นเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้บริโภค ขณะเดียวกันผู้ผลิตก็ต้องยังอยู่ได้ หลังจากนี้ถ้าข้อมูลของกรมปศุสัตว์ถูกต้องในระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ค.ผลผลิตไข่ไก่จะไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องสภาวะทางอากาศและจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ และสถานการณ์อาจกลับด้านคือ ผลผลิตอาจล้นเกินความต้องการของตลาด ราคาไข่ไก่อาจจะตกต่ำ อย่างไรก็ตาม ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือเพื่อกำหนดมาตรการรับมือแล้ว ถือเป็นการทำงานล่วงหน้าและแน่ใจว่าทุกหน่วยงานที่ทำงานอยู่ขณะนี้ต้องการสมาธิในการทำงาน
“ผมไม่อยากเห็นบรรยากาศของการเมืองเข้ามาทำให้คนที่กำลังทำงานเกิดความสับสนและทำงานไม่สะดวก ถ้าจะเล่นการเมืองขอให้มาเล่นกับผม อย่าไปเล่นเลยเถิดเอาผู้บริโภค ผู้ประกอบการและผู้ผลิตมาเกี่ยวข้อง ประเด็นการเมืองมีเรื่องให้พูดและทำมาก แต่เรื่องการแก้ปัญหาให้กับประชาชนไม่ควรจะใช้วิธีการแบบนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นติดตามอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่อง ใครมีข้อเสนอแนะอะไรก็สามารถทำได้ แต่ถ้าจะใช้เป็นเกมการเมืองผมเองก็ไม่อยากไปตอบโต้ด้วย อย่าเอาเรื่องการเมืองทั้งเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ พรบ.ปรองดอง ก็ว่าในเรื่องการเมือง อย่ามาเชื่อมโยงกับเรื่องที่ประชาชนเดือดร้อน”นายณัฐวุฒิ กล่าว
เมื่อถามถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของกระทรวงพาณิชย์ นอกเหนือจากการจำหน่ายในราคาธงฟ้า นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า มาตรการที่กระทรวงทำไม่ใช่การตรึงราคาหรือเอาไข่ไก่ธงฟ้าออกมาจำหน่ายอย่างเดียว ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในได้ไปตรวจสอบสถานที่เก็บผลผลิตไข่ไก่รายใหญ่ทั่วประเทศซึ่งยังไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่ถ้าพบว่า มีการกักตุนไข่ไก่ในปริมาณมากมีความจำเป็นต้องบริหารจัดการเอาไข่ในสต็อกออกมาจำหน่ายเพื่อรักษาระดับราคาในตลาด ส่วนเกษตรกรรายใดคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการตลาดก็สามารถประสานเข้ามากระทรวงพาณิชย์ยินดีอำนวยความสะดวก นอกจากนี้ได้ประสานงานกับภาคเอกชนรายใหญ่ทั้งเทสโก โลตัส บิ๊กซี ตกลงที่จะตรึงราคาขายปลีกไข่ไก่ไว้จนถึงสิ้นเดือนนี้ และมีการนำไข่ไก่เบอร์ 3 มาจำหน่ายในราคา 1.90 บาท เป็นต้น รวมถึงค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ ทั้งดีแทค ทรูมูฟ เอไอเอส ให้ความร่วมมือส่งข้อความสั้นในมือถือถึงราคาสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็น เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้โดยตรงโดยจะเริ่มในต้นเดือน มิ.ย.นี้
ย้ำจุดยืนคนเสื้อแดงหนุน พรบ.นิรโทษฯ ยันควบรวม"ปรองดอง"ฉบับเฉลิมลำบาก ชี้ไม่มีใครคิดรัฐประหาร
นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงร่าง พรบ.ปรองดองของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่มีการบรรจุเข้าที่ประชุมรัฐสภาว่า ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับไม่ว่าจะเป็น พรบ.นิรโทษกรรม หรือ พรบ.ปรองดอง ต้องเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ ไม่มีเหตุอะไรที่จะต้องใช้วิธีการนอกระบบมากดดันแทรกแซง พรรคประชาธิปัตย์ มี สส.อยู่ในสภาเป็นร้อย ก็ต้องอภิปรายทำความเข้าใจ อีกทั้ง ยังมีการเปิดเวทีผ่าความจริง ซึ่งเหลือแต่ความเท็จ เชื่อว่าเสถียรภาพของรัฐบาลทุกวันนี้ ยิ่งเดินไปข้างหน้ายิ่งมั่งคง เพราะได้พิสูจน์กับประชาชนว่าได้ทำอย่างถูกต้อง ยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตย
เมื่อถามถึงจุดยืนของคนเสื้อแดงต่อ พรบ.ปรองดองของ ร.ต.อ.เฉลิม นายณัฐวุฒิก ล่าวว่า คนเสื้อแดงสนับสนุน พรบ.นิรโทษกรรม ส่วน พรบ.ปรองดอง เป็นเอกสิทธิ์ของ สส. ที่จะนำเสนอ อย่างไรก็ตาม ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ให้เป็นเหยื่อของฝ่ายตรงข้ามในการขยายผลให้เป็นความขัดแย้ง เมื่อถามว่าหากมีการอภิปราย พรบ.ปรองดอง สส.คนเสื้อแดงพร้องสนับสนุนหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ต้องดูกระบวนการที่จะถึงวันนั้นก่อน เพราะเมื่อเปิดสภาวาระกฎหมายแรกที่จะพิจารณาคือ พรบ.นิรโทษกรรม ซึ่งวันนั้นจะต้องดูว่าสถานะของ พรบ.ปรองดองว่า อยู่ตรงไหน อย่าไปคาดการณ์อะไรล่วงหน้าเพราะกลุ่มตาขาวจ้องที่จะขยายผลอยู่
เมื่อถามว่า พรบ.นิรโทษฯ กับ พรบ.ปรองดอง สามารถนำมาพิจารณารวมกันได้หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คิดว่าหลักการยังแตกต่างกันอยู่ ซึ่งอาจลำบากหากมีการควบรวมกัน อย่างไรก็ตาม เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละฝ่ายที่จะดำเนินการ สำหรับ พรบ.นิรโทษฯ มีการพูดถึงประชาชนทั้งหมด แต่ว่า พรบ.ปรองดองนั้น ภาพจะกว้างไปกว่า ซึ่งหมายถึงความพยายามทำให้บ้านเมืองคืนสู่ความปรองดอง ด้วยการดูแลทุกคนทุกฝ่ายที่ต้องคดีความ เนื้อหาสาระมีความแตกต่าง หากควบรวมกันแล้วจะขัดกันทางหลักการหรือไม่ ก็ต้องดูในรายละเอียด แต่ยังไม่เห็นสัญญาณว่าจะคิดรวมกัน
เมื่อถามว่า เหตุระเบิดย่านรามคำแหงจะเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อมูลละเอียด และไม่อยากไปวิพากษ์วิจารณ์ให้ล้ำเส้น ต้องติดตามจากเจ้าหน้าที่ เมื่อถามต่อว่า เป็นห่วงหรือไม่ที่ว่าจะเกิดเหตุการณ์เหมือนก่อนรัฐประหารปี 2549 ที่มีระเบิดทั่วกรุงเทพฯ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่คิดว่าไม่มีใครคิดทำรัฐประหาร เพราะได้พิสูจน์แล้วว่าการรัฐประหารไม่ใช่ทางออกของปัญหา แต่เป็นการสร้างวิกฤตเพิ่ม อีกทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ก็ออกมาปฏิเสธการทำรัฐประหารอยู่ทุกวัน ซึ่งน่าจะเชื่อได้บ้าง ยกเว้นมีคนบางกลุ่มพรรคการเมืองบางพรรคเรียกร้องจะให้มีการรัฐประหารตลอดเวลา
ไม่แปลกใจ พธม. ยื่นศาลระงับแก้ รธน.
นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงกรณีที่ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)ยืนหนังสือคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า เป็นเรื่องที่ไม่แน่แปลกใจ เพราะสำหรับ พธม. พรรคประชาธิปัตย์ และ สว. บางส่วน มีศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่พึ่งทางใจ มีเหตุการณ์ทางการเมืองแล้วไปไม่เป็น ก็จะไปหาศาลรัฐธรรมนูญ แล้วนำมาขยายความใหญ่โตว่ารัฐบาลจะไปไม่รอด เพราะได้ยื่นเรื่องต่อศาลแล้ว เป็นสิ่งที่เห็นจนชินตา แต่ตนยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลดำเนินการอย่างถูกต้อง และกระบวนการแก้ไขจะเดินหน้าอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา และไม่กังวลถึงการต่อสู่ในชั้นศาล ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง พรรคเพื่อไทยมีประสบการณ์ถูกยื่นยุบพรรคมาแล้วหลายครั้ง มีภูมิต้านทานในเรื่องนี้ เพราะเรายืนอยู่บนความถูกต้องของระบอบประชาธิปไตย ส่วนประตูศาลรัฐธรรมนูญจะเปิดรับใครเป็นเรื่องที่สังคมเข้าใจได้
“ผมว่าพรรคประชาธิปัตย์น่าจะไปเปิดสาขาอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่ศาลรัฐธรรมนูญก็ไปเปิดส่วนงานที่พรรคประชาธิปัตย์ในการอำนวยความสะดวกกันหรือป่าวนั้นไม่ทราบ แต่เท่าที่เห็นมีอะไรพรรคประชาธิปัตย์ก็จะวิ่งไปที่นั้น ก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่า แทนที่จะวิ่งหาประชาชน แต่กลับวิ่งไปหาองค์กรอิสระที่มีคำถามเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอยู่” นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ตอนนี้มีกระบวนการแปลกๆขึ้นมา เช่น ขบวนการหน้ากากขาวในโลกไซเบอร์ ซึ่งตนก็มองว่าคงเป็นผลงานของคนกลุ่มเดิมๆ แต่หาวิธีการทุกอย่าง เพื่อสร้างแรงเสียดทานให้กับรัฐบาล เวลานี้หน้ากากขาวไม่หน้ากลัว แต่กลัวคนตาขาวที่ไม่กล้ายอมรับความเป็นจริงไม่กล้าสู้ตามกติกาอย่างตรงไปตรงมา พยายามหาวิธีการใต้ดินเล่นงานรัฐบาลตลอดเวลา ซึ่งกลุ่มตาขาว เป็นพวกที่ไม่ใส่หน้ากากแต่อำพรางตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยทั้งที่หัวใจฝักใฝ่เผด็จการมาตลอด



