
จับตา2มาตรฐาน!กระตุ้นทท.เกาะรัตนโกสินทร์
จับตา2มาตรฐาน!กระตุ้นท่องเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์
อาคารกระทรวงกลาโหมริมถนนมหาไชย ต้นถนนราชดำเนินใน (เกาะเมืองชั้นใน) ไล่เรื่อยไปตลอดเส้นถนนราชดำเนินกลาง (เกาะเมืองชั้นนอก) อันเป็นที่ตั้งของอาคารทรงยุโรปที่จอมพล.ป.พิบูลสงครามให้ก่อสร้างถัดมาในปี 2480 สอดคล้องกับถนนในสไตล์ Champs Elysees นับเรียงกันไปจำนวน 15 อาคาร เมื่อเข้าถนนราชดำเนินนอก (นอกเกาะเมือง) นับตั้งแต่ตรงสะพานผ่านฟ้าลีลาศไปถึงลานพระราชวังดุสิต เป็นที่ตั้งของหน่วยราชการอีกมากมาย อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ สิ่งปลูกสร้าง "แลนด์มาร์ค" สำคัญแห่งยุคกลางรัตนโกสินทร์เหล่านี้ ล้วนอยู่ใน "มาสเตอร์แพลน" ของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่จะพัฒนายกระดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวย้อนยุค ในเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม โดยที่แม่งานใหญ่ที่ได้รับมอบหมายจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาและผลักดันโครงการก็คือ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
น่าแปลกที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จะผลักดันให้ถนนต่างๆ ในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่ชั้นในสุด ซึ่งก็ได้แก่พระบรมมหาราชวัง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นที่ตั้งของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้วทั้ง 4 ด้าน ตะวันตก เหนือ ตะวันออก และใต้ เป็นสนามแข่งขันรถสูตร 1 หรือฟอร์มูลาวันในอีก 2 ปีข้างหน้า หรือปี 2558
โดยกำหนดคัดเลือกเส้นทางการแข่งขัน 2 รอบ ในช่วงยามค่ำคืน เริ่มตั้งแต่ถนนมหาราชบริเวณท่าราชวรดิฐ อยู่ในทิศตะวันตกของพระบรมมหาราชวัง ผ่านกำแพงพระบรมมหาราชวังด้านเหนือทางถนนหน้าพระลาน ลอดสะพานพระปิ่นเกล้า แล้วเลี้ยวลดคดเคี้ยวมาเข้าราชดำเนินกลางฝั่งตรงข้ามศาลาเจษฎาบดินทร์ แล้ววิ่งสวนกลับมาทางถนนราชดำเนินกลาง เข้าราชดำเนินใน ผ่านหน้ากระทรวงกลาโหมและเลี้ยวขวากลับไปยังจุดสตาร์ทที่ท่าราชวรดิฐ รวมระยะทาง 5 กิโลเมตรกว่าๆ พอๆ กับระยะทางทั้งหมดของเขตเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน
ระหว่างรอ "มาสเตอร์แพลน" ของรัฐบาลคลอดออกมาเพื่อจัดระเบียบท่องเที่ยวย้อนยุคเกาะรัตนโกสินทร์ กกท.กลับผุดโครงการที่ค้อนข้างจะ "เดินคนละทาง" ระหว่างเวลา 2 ปีที่ทั้งสองแนวคิดคู่ขนานนี้ถูกนำเสนอสู่สังคม ชาวชุมชน และประชาคมท้องถิ่นย่อมมีสิทธิเต็มร้อยที่จะนำเสนอความคิดเห็นของพวกเขา เพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวดำเนินไปในแนวที่ควรจะเป็น พร้อมๆ กับการให้ข้อมูลสู่สาธารณะว่า แท้แล้วสถานภาพของตึกราม อาคารต่างๆ หรือแม้แต่ห้องแถวในย่านนั้น ล้วนแล้วแต่ต้องอนุรักษ์เอาไว้อย่างดีทั้งในแง่ของถาวรวัตถุ และจิตวิญญาณอันสะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของกรุงรัตนโกสินทร์ ดังตัวอย่างเพียงไม่กี่อาคาร พอเรียกน้ำย่อยให้สังคมได้แถลงถกเถียงหาจุดลงตัวกันต่อไป
ตึกกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์วางแผนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ นับได้ว่า ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ยิ่ง วันที่ 28 กรกฎาคม 2427 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินเปิดใช้อาคารที่ก่อสร้างในรูปทรงสถาปัตยกรรมยุโรป โดยมีเจ้าพระยาสุรศักดิ์ (เจิม แสงชูโต) รับหน้าที่ควบคุมการก่อสร้าง เริ่มต้นดังที่เป็นโรงทหารหน้า ซึ่งเป็นที่ดินของพระเจ้าลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ซึ่งในเวลาต่อมาบริเวณด้านหน้าจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ปืนใหญ่ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายสืบมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เมื่อราวกว่า 10 ปีที่ผ่านมา อาคารกระทรวงกลาโหมถูกฉาบทาด้วยสีเหลืองอร่าม ตัดกับขอบวงกบประตูสีเขียวและบานสีเขียวอ่อน ขีดคั่นด้วยทรงเสาสีขาวเป็นที่สะดุดตาต้องใจ และกลายเป็นโลเกชั่นสำคัญสำหรับการบันทึกเรื่องราวอันสะท้อนถึงยุคสมัยและความวิจิตรบรรจงอันสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
ย้อนกลับสวนทางแข่งเอฟวัน จากถนนราชดำเนินใน เข้าราชดำเนินกลาง สู่ราชดำเนินนอก ข้ามสะพานมัฆวานเข้าสู่เขตพื้นที่ของวังจันทรเกษม อันเป็นที่ตั้งของกระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน
ให้หลังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเปิดอาคารกระทรวงกลาโหม 8 ปี ทรงก่อตั้ง กระทรวงธรรมการ ขึ้น เพื่อรับผิดชอบในการกำกับดูแลงานด้านศาสนา การพยาบาล พิพิธภัณฑ์ และการศึกษาเมื่อปี 2435 ซึ่งนับแต่ปี 2484 กระทรวงธรรมการที่ได้เปลี่ยนชื่อไปหลายครั้งก็มาลงตัวในนามกระทรวงศึกษาธิการ และก็ปักหลักอยู่ในวังจันทรเกษมแต่นั้นเป็นต้นมา
แน่นอนว่า ภายในรั้วของวังจันทรเกษม หาได้เนืองแน่นไปด้วยสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่ล้วนๆ หากแต่เรือนเก่า และอาคารใหม่ที่สร้างขึ้นล้วนได้รับการรังสรรค์ให้กลมกลืนอยู่ด้วยกัน และที่สุดก็เป็นที่หมายมั่นปั้นมือของรัฐบาลว่าจะใช้เป็นพิพิธภัณฑ์อีกแห่งหนึ่ง คล้ายกับที่หมายตาไว้ตรงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ในปีเดียวกับการก่อเกิดของกระทรวงธรรมการ วันที่ 1 เมษายน 2435 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้รับการสถาปนาและก่อสร้างขึ้นบริเวณริมถนนราชดำเนินนอกก่อนถึงสะพานมัฆวานหลังจากได้รับชื่อเรียกขานมาหลายชื่อด้วยกัน ตั้งแต่กระทรวงพนิชการ กระทรวงเกษตราธิการ กระทรวงเกษตรพาณิชยการ กระทรวงเศรษฐการ กระทรวงเกษตราธิการ ไม่แน่นักว่า พญานาคคู่ราวบันไดหน้ากระทรวงมาสถิตอยู่เมื่อใด หากแต่ความเก่าแก่ของอาคารก็เป็นหนึ่งในสาม ที่อยู่ในแผนบูรณการการท่องเที่ยวย้อนยุค ส่งเสริมวัฒนธรรมชาติของรัฐบาลด้วยเช่นกัน
ถนนราชดำเนินในอดีตนับได้ 100 ปีลงมา มีอย่างน้อย 2 เหตุการณ์สำคัญอันอยู่ในความทรงจำของคนไทยไปตลอดกาล เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จนิวัติพระนคร โปรดเกล้าฯ ให้สร้างถนนสายนี้ขึ้นตามแบบของฝรั่งเศส หรือสไตล์ Champs Elysees และบนถนนสายนี้เช่นกัน ที่คุณพลอย แห่งสี่แผ่นดินเฝ้ารอรับเสด็จในหลวงอันเป็นที่รักของประชาชนชาวไทย ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ซึ่งก็เป็นประวัติศาสตร์ชาติอันทรงคุณค่า ที่ยังมีเรื่องราวทางการเมืองตามมาอีกมากมาย มีพื้นที่สาธารณะและสิ่งปลูกสร้างขอบข้าง ร่วมเป็นสักขีพยานของการเป็นไปและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชาติบ้านเมือง
การแข่งขันฟอร์มูลาวัน จะได้ร่วมอยู่ในหน้าหนึ่งบนถนนสายประวัติศาสตร์หรือไม่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจนว่า มีมาตรฐานเดียว
......................................
(หมายเหตุ : จับตา2มาตรฐาน!กระตุ้นท่องเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์)



