ข่าว

พุ่งปมความขัดแย้งแผงค้า'บึ้มรามฯ43/1'

พุ่งปมความขัดแย้งแผงค้า'บึ้มรามฯ43/1'

27 พ.ค. 2556

ผบ.ตร.ประชุมคลี่คลายคดีระเบิดหน้ารามฯ43/1 พุ่งปมความขัดแย้งแผงค้า ไม่โยงภาคใต้เหตุการประกอบระเบิดต่างกัน ผบช.น.สั่งคุมเข้ม9จุดเสี่ยงกลางกรุง


              เมื่อเวลา 16.30 น.2556  พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดที่หน้าปากซอยรามคำแหง 43/1 โดยมี พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เจ้าหน้าที่อีโอดี ตำรวจสันติบาล กองพิสูจน์หลักฐาน กองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ใช้เวลาประชุมกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง

              หลังการประชุม พล.ต.ท.คำรณวิทย์ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า อุปกรณ์ทำระเบิด และลักษณะของระเบิดไม่เหมือนกับระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เชื่อว่าผู้ก่อเหตุครั้งนี้ไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสีย ส่วนสาเหตุจะต้องเป็นการบ้านของ บช.น.ต้องดำเนินการ ในที่ประชุมให้น้ำหนักการก่อเหตุ 2 ประเด็น คือ 1.ขัดผลประโยชน์การค้าขาย และ 2.สร้างสถานการณ์ ส่วนประเด็นปลีกย่อยอื่นๆ ทิ้งไป แต่เรายังไม่ฟันธงประเด็นใดประเด็นหนึ่ง แต่ยังต้องดูทุกจุดเหมือนเดิม โดยเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบว่า พื้นที่หน้ารามฯ มีกลุ่มที่มีอิทธิพลกลุ่มใดบ้าง ใครบ้างที่ได้รับประโยชน์ และมีผู้ต้องหาอยู่ในกลุ่มนั้นหรือไม่ ส่วนที่พบบัตรประจำตัวของข้าราชการครูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประชุมไม่ได้มีการหารือในเรื่องดังกล่าวเลย

              "บช.น.จะเพิ่มระดับความเข้มข้นมากกว่านี้ โดยจะเห็นว่าในช่วงระยะเวลาวางระเบิดช่วง 18.00 น. และระเบิดในเวลา 20.39 น. ซึ่งเป็นช่วงหัวค่ำ ตรงนี้ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่เกิดความบกพร่องอย่างชัดเจน เราก็รับข้อผิดพลาดไปแก้ไข ซึ่งจุดเสี่ยงทุกจุด ทาง บช.น.ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงเฝ้าอย่างเข้มข้น ทั้งแหล่งชุมชน รวมหน่วยงานราชการ ทั้งทำเนียบ รัฐสภา หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สุนัขตำรวจตรวจค้นพื้นที่ ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือและอย่าเพิ่งรำคาญ และจะประสานกับทางผู้ว่าฯ กทม. เพื่อขอข้อมูลความขัดแย้งเรื่องแผงค้าและเรื่องเทศกิจในพื้นที่” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว

              ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผบ.ตร.สั่งการให้ บช.น.ลงเอกซเรย์พื้นที่ที่เกิดเหตุ และพื้นที่ใกล้เคียง ปิดล้อมค้นบ้านเช่า อพาร์ตเมนต์ รวมทั้งตรวจสอบหมายจับต่างๆ ตั้งแต่วันนี้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยขอเวลาไม่เกิน 7 วัน

              ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการติดตามบุคคลที่เป็นแนวร่วมที่อาจเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า "เราห่วงมาโดยตลอดว่าจะต้องเกิดสถานการณ์แบบนี้ โดยมีการพูดมานานแล้ว ทั้งนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) มีหน้าที่ดูแลทุกพื้นที่ ไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่ภาคใต้"

              มีรายงานจากฝ่ายมั่นคง แจ้งว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้ประสานหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) และสั่งการให้ชุดสืบสวนทั้งในและนอกเครื่องแบบเฝ้าระวังพื้นที่รับผิดชอบสำคัญ 9 แห่งดังต่อไปนี้ 1.ทำเนียบรัฐบาล 2.รัฐสภา 3.ศาลรัฐธรรมนูญ 4.บ้านเอกอัครราชทูตและบ้านประธานองคมนตรี 5.บ้านนายกรัฐมนตรี 6.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 7.แยกราชประสงค์ 8.ศูนย์การค้าที่สำคัญ และ 9.ทำเนียบองคมนตรี ทั้งนี้ให้เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง