
ล่าเจ้าของโรงงานมักง่าย ทิ้งกากขยะพิษ
ล่าเจ้าของโรงงานมักง่าย ทิ้งกากขยะพิษไร้ความรับผิดชอบ : โดย...มานิตย์ สนับบุญ
ปัญหามีผู้ลักลอบทิ้งกากขยะพิษ น้ำยาเคมี ที่บ้านหนองจอกใหม่ หมู่ 18 ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี โดยนำขยะพิษทิ้งในบ่อลูกรังเนื้อที่กว่า 70 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อของ 2 ตำบล คือ ตำบลบ้านพระกับตำบลดงขี้เหล็ก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผลไม้นานาชนิดของ จ.ปราจีนบุรี โดยกากสารพิษคล้ายถ่านหินลิกไนต์สีดำ น้ำเงินปนเทา เป็นน้ำเคมีสีสนิมและเกล็ดสีน้ำเงิน ปริมาณกว่า 100 ตัน และส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงอย่างรุนแรง เมื่อถูกน้ำฝนจะเกิดปฏิกิริยาลุกฟู่เป็นฝุ่นควันพวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า ทำให้ชาวสวนผลไม้เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อน้ำเพื่อการเกษตร น้ำกิน น้ำใช้และเกิดมลพิษทางอากาศจนเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงร้องขอให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพระไปเจรจากับเจ้าของที่ดินแห่งนี้เพื่อให้ขนย้ายขยะสารพิษไปทิ้งที่อื่น
"ปัญญา บำรุงวัด" นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพระ กล่าวว่า อบต.ได้ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน กำนันตำบลบ้านพระ และตำบลดงขี้เหล็ก พื้นที่รอบๆ บ่อลูกรังพื้นที่ทิ้งขยะพิษ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.ยิ่งยศ อินทบุหรั่น ผกก.สภ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อให้นางอำนวย ซื่อสัตย์ อายุ 68 ปี เลขที่74/1 หมู่ 18 ตำบลบ้านพระ ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าวให้ทำตามข้อตกลง โดยการขนย้ายสารพิษไปทิ้งที่อื่นและให้ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ เนื่องจากท้องถิ่นไม่อนุญาตหรือยินยอมให้ทิ้งขยะสารพิษ น้ำยาเคมีใดๆ ในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผลไม้นานาชนิดมากที่สุดของ จ.ปราจีนบุรี
ขณะที่นางอำนวย ซื่อสัตย์ เจ้าของที่ดินบ่อลูกรังดังกล่าว ได้เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.เจริญ บุญสิทธิ ร้อยเวร สภ.เมืองปราจีนบุรี โดยระบุว่าที่ดินดังกล่าวได้ขายให้นายทุนคนหนึ่งไปแล้ว พร้อมได้รับเงินมัดจำจำนวน 2 แสนบาท จึงไม่ทราบว่ากากสารพิษ น้ำยาเคมีในบ่อลูกรังเป็นของผู้ใด เนื่องจากกากสารพิษดังกล่าวถูกขนมาทิ้งในช่วงเวลากลางคืนไม่มีใครเห็น ในเบื้องต้นได้ว่าจ้างให้บริษัทปรับคุณภาพของเสียรวมคัดแยกขยะและฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วแห่งหนึ่ง เพื่อให้มาขนย้ายกากสารพิษดังกล่าวให้พ้นพื้นที่บ้านหนองจอกใหม่แล้ว
ด้าน น.ส.จิตรา พรหมชุติมา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี หาผู้กระทำความผิดแล้ว สำหรับการแก้ปัญหา ให้เอาพลาสติกมาคลุมกองกากสารพิษก่อน เนื่องจากสารพิษส่งกลิ่นค่อนข้างรุนแรง และประสานกระทรวงอุตสาหกรรมให้เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหากากสารพิษ น้ำยาเคมีโดยเร่งด่วน ซึ่งผลการตรวจสอบตัวอย่างของกากตะกรัน น้ำยาสารเคมี พบว่าผลการพิสูจน์จากการเก็บตัวอย่างกากสารพิษ น้ำยาเคมีที่ถูกนำมาทิ้ง ไปตรวจสอบแล้วพบว่าตัวน้ำเคมีฤทธิ์เป็นกรด มีสังกะสีกับเหล็ก ตรงสารที่เป็นตะกรันมีสารอะลูมิเนียมสูงมาก
นอกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน จ.ปราจีนบุรี อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดได้ร่วมมือกันแก้ปัญหาแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่ยังได้เข้าร้องเรียนสำนักคดีความมั่นคง กรมสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อให้ลงพื้นที่สอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อทำเป็นคดีพิเศษดำเนินคดีกับเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมที่มักง่ายทิ้งกากสารพิษ โดยไม่รับผิดชอบ
พล.ต.ต.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ กล่าวว่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบกากสารพิษมีกลิ่นเหม็นรุนแรงมากกว่าทุกแห่ง ที่ไปทำคดีมา ลักษณะเป็นตะกรันและน้ำยาสารเคมี แต่ถูกฝังกลบแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ประสานกรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมควบคุมมลพิษ เพื่อเอาข้อมูลมาตรวจสอบหาแหล่งที่มาของกากสารพิษ น้ำยาเคมี ดังกล่าว เพื่อพิจารณาให้เป็นคดีพิเศษ พร้อมกับแจ้งกรมควบคุมโรคให้มาตรวจสุขภาพของประชาชนในพื้นที่บริเวณรอบบ่อลูกรังที่ทิ้งกากสารพิษดังกล่าวด้วย
ขนะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกากสารพิษดังกล่าว ทั้งน้ำยาเคมีที่ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งตลบอบอวนไปทั่วบริเวณ โดยใช้เครื่องวัด Gas Alert Micro5 ตรวจวัดที่กองกากขยะพิษหาค่าสารมีเทนและก๊าซแอมโมเนีย ปรากฏว่าเครื่องส่งเสียงร้องเตือนอันตราย เสียงดังลั่นและผลการตรวจวัดสารแอมโนเนียและก๊าซมีเทนค่าเกิน 40 ppm เกินค่าปกติ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก
ซึ่งผลการตรวจวิเคราะห์กองกากขยะพิษที่เรียกว่าตะกรันที่เกิดจากหลอดอะลูมิเนียมและกลิ่นเหม็นฉุนรุนแรงเกิดจากกากสารพิษทำปฏิกิริยากับน้ำ เกิดเป็นก๊าซมีเทน และแอมโมเนีย โดยมีเทนจะทำให้ติดไฟง่าย แอมโมเนียจะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ หากสูดดมเข้าไปมากจะทำลายเนื้อเยื่อปอด ทั้งนี้ ตรวจพบ 40 ส่วนที่เกินค่ามาตรฐานถือเป็นจุดวิกฤติแล้ว ส่วนผลการตรวจวิเคราะห์น้ำยาเคมีที่ถูกลักลอบทิ้งที่ฝังกลบทำลายหลักฐาน สารที่พบเป็นน้ำกรดรุนแรง สีฟ้าและเขียวเข้มมีฤทธิ์เป็นด่างปนเปื้อนด้วยโลหะหนักมีสังกะสี อะลูมิเนียม เหล็กเป็นวัตถุอันตรายเช่นกัน เป็นวัตถุหนักสะสมลงในดิน
ขณะนี้การแก้ปัญหาการลักลอบทิ้งขยะพิษในบริเวณดังกล่าวคืบหน้าไปมาก แม้จะยังไม่ได้ตัวเจ้าของโรงงานที่มักง่าย ที่นำกากสารพิษมาทิ้งอย่างไร้ความรับผิดชอบมาลงโทษก็ตาม แต่ อบต.บ้านพระ ก็ประสานให้เจ้าของบ่อลูกรังขนขยะมีพิษออกจากพื้นที่เพื่อส่งไปโรงบำบัดขยะพิษที่ จ.สระแก้ว และสิ่งที่เห็นคือพลังความสามัคคีของคนในท้องถิ่นในการเฝ้าระวังปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีใครอยู่นิ่งเฉย ทั้งแจ้งตำรวจ นายกอบต.บ้านพระ และแจ้งสื่อมวลชนเพื่อสะท้อนปัญหา ซึ่งทุกฝ่ายไม่ได้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว เอาจริงเอาจังกับปัญหา จนไม่มีผู้รับอันตรายใดๆ และผลผลิตทางด้านการเกษตรในท้องถิ่นทั้งพืชผักผลไม้ของเมืองปราจีนบุรี ก็ไม่ได้รับความเสียหายเช่นกัน
.....................................................
(ล่าเจ้าของโรงงานมักง่าย ทิ้งกากขยะพิษไร้ความรับผิดชอบ : โดย...มานิตย์ สนับบุญ)



