
เรียนรู้พระอัจฉริยภาพผ่านบทเพลง
เรียนรู้พระอัจฉริยภาพผ่านบทเพลง
นับเป็นโอกาสดีที่ประชาชนชาวไทยโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ของชาติ จะได้ร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะองค์อัครศิลปินที่มีพระอัจฉริยภาพล้ำเลิศด้านดนตรี ผ่านโครงการ "บทเพลงแห่งแผ่นดิน" ภายใต้โครงการ "อัครดุริยะศิลปินราชสดุดี 84 พรรษา" ซึ่งมูลนิธิหอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จัดขึ้น พร้อมแถลงข่าวแนะนำรายละเอียดโครงการ ที่หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ถ.สามเสน วันก่อน
นนท์ บูรณสมภพ กรรมการมูลนิธิ เล่าว่า สมาชิกวง อส.รวมตัวกันสร้างหอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ขึ้น ในโอกาสที่ทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ดำเนินมากระทั่งปัจจุบันงานเยอะขึ้นมากจึงได้จัดตั้งเป็นมูลนิธิ ทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลเกี่ยวกับบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพลงไทยทุกประเภทสำหรับการศึกษาค้นคว้าและวิจัยในอนาคต สามารถให้บริการการสืบค้นที่ทันสมัย รวดเร็ว และถูกต้องด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ
"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยมีรับสั่งว่า ดนตรีคือหัวใจของท่าน จะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี พระองค์ท่านไม่เคยว่างเว้นจากการทรงดนตรีนอกจากจะทรงติดพระราชภารกิจ คนส่วนใหญ่จะเห็นว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักพัฒนา แต่น้อยคนจะรู้ว่าพระองค์ท่านเป็นครูที่ประเสริฐของประเทศไทยด้วย อย่างสมัยที่เล่นดนตรีกับวง อส. พระองค์จะทรงสอนทุกเรื่อง ทั้งเรื่องตัวโน้ต เรื่องทฤษฎี ไปจนถึงวิธีเก็บรักษาเครื่องดนตรี ส่วนในเรื่องพระปรีชาทางด้านดนตรี จะเห็นว่านักประพันธ์เพลงเอกของโลกจะประพันธ์เพลงเพียงประเภทเดียว แต่พระองค์ท่านพระราชนิพนธ์ได้ทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นเพลงให้กำลังใจ เพลงปลุกความรู้สึก เพลงดราม่า เพลงมาร์ช หรือแม้กระทั่งเพลงละติน" กรรมการมูลนิธิเล่าด้วยควาบซาบซึ้ง
ด้าน จรรมนง แสงวิเชียร ประธานโครงการ กล่าวว่า ทางมูลนิธิได้รวบรวมบทเพลงพระราชนิพนธ์ รวมทั้งเพลงไทย เข้ามาอยู่ในห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาข้อมูลต่างๆ ที่ควรจะเผยแพร่ให้เด็กและเยาวชนไทยได้รับรู้ และปีนี้นับเป็นโอกาสดีที่จะได้เชิญชวนประชาชนร่วมชมนิทรรศการเคลื่อนที่เกี่ยวกับเพลงพระราชนิพนธ์ เครื่องดนตรีหรือวัตถุทรงคุณค่าในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพลิดเพลินไปกับมินิคอนเสิร์ตจากนักร้องชื่อดังร่วมกับวงเฉลิมราชย์ กับบทเพลงพระราชนิพนธ์อันทรงคุณค่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายน จนถึงธันวาคม ทั้ง 9 จังหวัดทั่วประเทศ
"ผมอยากให้เด็กและเยาวชนไทยเข้าใจบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ถูกต้อง ทั้งนี้พระองค์ท่านมิใช่แต่จะเป็นนักดนตรีเท่านั้น แต่ยังทรงเป็นนักประพันธ์ เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสาน และทรงเป็นครูด้วย ประเด็นสำคัญที่อยากให้เด็กเข้าใจคือ พระองค์ท่านทรงใช้เพลงในการสื่อสารกับพสกนิกร อย่างเพลงให้กำลังใจ ปลอบประโลมใจ เป็นต้น โดยเพลงที่พระราชนิพนธ์ขึ้นยังสะท้อนให้เห็นช่วงจังหวะของสังคมไทยในแต่ละยุคสมัยอีกด้วย" ประธานโครงการแจง



