
'จารุพงศ์'ยันเดินหน้า'ปรองดอง-นิรโทษฯ'
'จารุพงศ์' ยันเดินหน้า 'ปรองดอง-นิรโทษกรรม' ตามข้อเสนอ 'คอป.-กมธ.ปรองดอง' ปัดทำเพื่อ 'ทักษิณ' คนเดียว
27 พ.ค.56 นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กร่วมกันรณรงค์ให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ตัวเองเป็นรูปหน้ากากกายฟอว์กส์ หรือหน้ากากสีขาว แล้วโพสข้อความ “ขณะนี้กองทัพประชาชนได้ลุกขึ้นมาแล้ว ข้าขอประกาศว่า ข้าจะล้มล้างระบอบทักษิณให้หมดสิ้นจากแผ่นดินไทย” ในเฟซบุ๊กทุกเพจที่เป็นเครือข่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ยอมรับว่าเหตุดังกล่าวที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดจากการที่มีการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งการที่ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารผลักดันเรื่องเหล่านี้ เพราะพรรคเพื่อไทยได้รับปากไว้แล้วว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 เพราะไม่เป็นประชาธิปไตย มีการทำกับดักไว้เยอะมาก องค์กรอิสระมีที่มามิชอบ เราจึงต้องเดินหน้า
“ส่วนการเคลื่อนไหวของกฎหมายทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว พรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องเดินหน้าตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) และคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ว่าจากเหตุการณ์ต่างๆตั้งแต่ปี 49 เป็นต้นมา หากไม่มีการแก้ไขอะไรเลย ก็อาจจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ๆอีกก็ได้ จึงต้องทำให้แผลที่เกิดขึ้น ได้รับการสมานแผลที่ดี ส่วนจะใช้ตัวยาอะไรนั้นก็ว่ากันไป” นายจารุพงศ์ กล่าว
สำหรับกรณีที่มีการต่อต้านเพราะเป็นการทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงคนเดียว นายจารุพงศ์ กล่าวว่า บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย เราจะแก้ให้เป็นประชาธิปไตย แต่ฝ่ายตรงข้ามบิดเบือนเอาเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องคนๆเดียว ที่ถูกรัฐประหาร ทั้งๆที่เป็นนายกรัฐมนตรีตามกติกา พรรคตรงข้ามจะไม่พูดเรื่องนี้เลยหรือ พรรคตรงข้ามทำตัวเหมือนเป็นแนวร่วมเผด็จการ ด้วยการเปลี่ยนประเด็นที่เราจะแก้เพื่อประชาธิปไตย มาเป็นแก้เพื่อคนๆเดียว นี่เป็นวาทะกรรม เหมือนจำลองพาคนไปตาย
“นั่นคือการหลอกลวง ของจริงคือเราต้องการเดินหน้าเพื่อแก้กติกาบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตย ไม่ได้แก้เพื่อคนๆเดียว” นายจารุพงศ์ กล่าว
เมื่อถามว่า กลุ่มต่อต้านรัฐบาล ที่ไม่ได้อยู่ในสังคมโซเชียล ทางกระทรวงมหาดไทยได้รับรายงานบ้างหรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า เรามีการหาข่าวอยู่ ได้รับรายงานว่ามีความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้อยู่ แต่รายละเอียดยังเปิดเผยไม่ได้ ส่วนการเคลื่อนไหวนี้จะเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหรือไม่นั้น เชื่อว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองเพราะเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมือง
เมื่อถามว่า กรณีเหตุระเบิดที่ย่านรามคำแหง จะเป็นกระบวนการต่อต้านรัฐบาลหรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า เรื่องระเบิดยังตอบไม่ได้ว่าเกี่ยวกันหรือไม่ แต่ไม่ใช่ระเบิดที่เกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุ หรือใครนำลูกระเบิดทิ้งถังขยะ แต่ทราบว่าเป็นระเบิดที่พบใส่ตะปูลงไปในระเบิดด้วย เพราะฉะนั้นน่าจะเป็นสิ่งบอกเหตุว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์อะไรบางอย่าง
'พท.' โต้กลับ 'ปชป.' ปมกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท พรรคประชาธิปัตย์คงไม่สามารถร่วมในกระบวนการพิจารณาของรัฐบาลหากไม่มีความชัดเจน และเชื่อว่าหลายโครงการจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง จะถูกโกงจนกลายเป็นอนุสรณ์การทุจริตอย่างโครงการโฮปเวลล์ว่า นายชวนนท์พูดถูกว่าหลายโครงการจะไม่มีโอกาสสำเร็จถ้าวัดมาตรฐานศักยภาพตามฝีมือของพรรคประชาธิปัตย์ โครงการ 2 ล้านล้านบาท จะเกิดขึ้นในผืนแผ่นดินนี้ไม่ได้เลย ขนาดสร้างโรงพักยังได้แต่ตอ นับประสาอะไรกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะยกระดับประเทศ
ส่วนที่พูดถึงการโกงนั้น อาจเคยชินกับหลายโครงการที่มีปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นระดับมหากาพย์ เพราะขนาดแจกปลากระป๋องในฐานที่มั่นตัวเองยังแจกปลากระป๋องเน่าจนต้องปลดย้ายรัฐมนตรีหลายคน ทั้งนายวิฑูรย์ นามบุตร นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ และนายวิทยา แก้วภราดัย หรือกรณีงบไทยเข้มแข็ง จัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวศึกษาตามโครงการ SP2 ที่ส่งรายการครุภัณฑ์ไม่ได้ใช้ประโยชน์และไม่เคยขอไปให้วิทยาลัย ส่งจักรเย็บผ้าไปให้วิทยาลัยที่เขาไม่ได้สอนตัดเย็บ ส่งครุภัณฑ์ยานยนต์ไปให้วิทยาลัยที่ไม่ได้เปิดสอนช่างยนต์ นี่ไม่ใช่ตั้งใจจะโกงอย่างเดียวถึงทำได้ ต้องโง่ด้วยถึงจะทำแบบนั้นได้ นี่ต่างหากที่เป็นอนุสรณ์การทุจริตของจริง คนละเรื่องกับโครงการ 2 ล้านล้านบาท ที่โจทย์ใหญ่ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการต่อยอดนโยบายหาเสียงของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยให้กลายเป็นจริงโดยเร็ว ทั้งรถไฟฟ้า 10 สาย รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ ฯลฯ หากแต่เพื่อควบคุมต้นทุนโลจิสติกส์ที่นับวันยิ่งสูงขึ้น ไม่นับรวมต้นทุนด้านพลังงานที่สูญเสียไปถึง 700,000 ล้านบาทต่อปีจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้นทุกวัน และยังเป็นการสร้างโอกาสและความเจริญสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน นี่คือแผนลงทุนที่จะพลิกโฉมประเทศไทย



