ข่าว

บันเทิงเกาหลีช่วยแพร่วัฒนธรรมอภิสิทธิ์เตรียมสั่งศึกษา

บันเทิงเกาหลีช่วยแพร่วัฒนธรรมอภิสิทธิ์เตรียมสั่งศึกษา

07 มิ.ย. 2552

"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"นายกรัฐมนตรีเผยความสำเร็จหารือกับเกาหลีใต้ เตรียมศึกษาการเผยแพร่วัฒนธรรมจากเกาหลี สั่งศึกษาปรับวิธีแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ แทนการรับจำนำ และต้องไม่บิดเบือนกลไกตลาด

วันนี้ (7 มิ.ย.) เวลา 09.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นครั้งที่ 21 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ความว่า

เดินทางไปเกาหลีประสบความสำเร็จอย่างดี

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ วันนี้ผมมาพบกับพี่น้องเป็นรายการสดอีกครั้งหนึ่งนะครับหลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วอยู่ในช่วงที่เดินทางไปเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการไปประชุมอาเซียน-เกาหลี เพื่อเฉลิมฉลองการที่อาเซียนกับเกาหลีนั้น มีความสัมพันธ์กันครบ 20 ปี ก็คงจะขอกล่าวสั้น ๆ ว่าการเดินทางไปก็ประสบความสำเร็จอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือว่าบทบาทที่ทางเกาหลีกับอาเซียนนั้น จะดำเนินการร่วมกันในเรื่องของความร่วมมือในด้านการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะในเรื่องการค้าการลงทุน ซึ่งได้มีการลงนามข้อตกลงในเรื่องของการลงทุน ทำให้เรื่องของเขตการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับเกาหลีขณะนี้ถือว่าได้ทำข้อตกลงครบถ้วนทุกด้านแล้ว คือการค้าสินค้า การค้าบริการ และเรื่องของการลงทุน

ในช่วงเวลาที่อยู่ที่เกาหลีนั้นนอกเหนือจากการประชุมแล้ว ได้มีการพบปะหารือสองฝ่ายกับทางเกาหลีด้วย ซึ่งประเด็นสำคัญก็คือ การที่จะเพิ่มพูนในเรื่องของการค้า การลงทุน และความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับทางด้านสังคม วัฒนธรรมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับที่น่าสนใจคือว่า เราได้มีการพูดถึงเรื่องการที่จะขอให้ทางเกาหลีนั้นนำเข้าสินค้า โดยเฉพาะในเรื่องของผลไม้ และอาหารของเรา มากยิ่งขึ้นโดยรวม ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี ก็จะให้ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่นั้นไปดูในเรื่องที่เป็นปัญหาอุปสรรคอยู่ในปัจจุบันในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานในเรื่องของสินค้าหรือมาตรฐานในเรื่องของสุขอนามัย อันนี้เป็นเรื่องที่ได้มีการดำเนินการพูดคุยกัน

แลกเปลี่ยนความร่วมมืออุตสาหกรรมบันเทิง-อาหาร

และที่น่าสนใจคือว่า เกาหลีเองนั้นความจริงมีความประทับใจในแนวทางที่เราได้ผลักดันให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักทั่วโลก เขาเองก็อยากที่จะมาศึกษาดูงานที่นี่ ผมเลยถือโอกาสบอกกับเขาว่าเรายินดีที่จะให้ข้อมูล ให้เขามาดูว่าเราทำอย่างไร ในทางกลับกัน ผมได้บอกว่าอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีได้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่างมาก และรวมไปถึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย ซึ่งก็เป็นตัวนำและขับเคลื่อนให้เกาหลีเป็นที่รู้จักทั่วโลก และทำให้เรื่องของการท่องเที่ยวก็ดี เรื่องของการเผยแพร่วัฒนธรรมก็ดี ทำได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นก็ขอเป็นการแลกเปลี่ยนนะครับว่า เขามาดูงานในเรื่องอาหารของเรา เราก็จะให้คนที่เกี่ยวข้องของเรานั้นได้ไปศึกษาเกี่ยวกับการเติบโตของธุรกิจบันเทิงของเกาหลี ซึ่งเป็นตัวนำในเรื่องของวัฒนธรรม และเรื่องของการท่องเที่ยวไปในตัวด้วย นอกจากนั้นก็มีเรื่องของการที่จะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเกาหลีนั้น ยังคงเดินทางมาประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าจริง ๆ แล้วเกาหลีก็เป็นชาติที่เดินทางมา เข้าใจว่าเป็นอันดับ 3 นะครับ แต่ละปีก็มีเป็นล้านคน เราก็ยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมที่จะให้การต้อนรับ และกำลังปรับปรุงในเรื่องของมัคคุเทศก์ที่จะพูดภาษาของเขา เพราะฉะนั้น การสนทนาปรึกษาหารือนั้นเป็นไปในบรรยากาศที่ดีเป็นกันเองมาก และเชื่อว่าจะช่วยกระชับความร่วมมือต่าง ๆ ได้

การพัฒนาเทคโนโลยีให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

มีเรื่องหนึ่งซึ่งเกาหลีให้ความสำคัญเป็นพิเศษนะครับในขณะนี้ คือเรื่องของการพัฒนาโดยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ต้องการที่จะช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน ต้องการที่จะปรับแนวทางในเรื่องของการพัฒนาให้การใช้เทคโนโลยี การใช้ทรัพยากรนั้น มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เป็นเรื่องซึ่งจะมีการร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นความเป็นไปได้ในเรื่องของการที่จะมาลงทุนเกี่ยวกับเรื่องของพลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการที่เราเองก็ให้แรงจูงใจ ให้มีการลงทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เพื่อที่จะให้มีการใช้ทรัพยากรหรือสร้างปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมน้อยลง ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อว่าจะทำให้ในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า มีความเปลี่ยนแปลงในแง่ของบทบาทของเกาหลี ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและในประเทศไทยด้วย

ความจริงก็ไม่ใช่เฉพาะเกาหลีนะครับ ในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ผมเองได้มีโอกาสเปิดงานอีกงานหนึ่งที่ทางญี่ปุ่นต้องการที่จะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในเรื่องของการที่จะแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมกับเราด้วย เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการปรับเปลี่ยนในเรื่องเทคโนโลยีก็ดี หรือกระบวนการการพัฒนาให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ผมเชื่อว่าจะมีประเทศที่เป็นมิตรที่จะเป็นหุ้นส่วนกับเรา ที่พร้อมที่เข้ามาลงทุนปรับเปลี่ยนอะไรหลายอย่าง ซึ่งจะทำให้การพัฒนาของเรามีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

สำหรับในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ผมจะเริ่มเดินทางไปเยือนประเทศในอาเซียน เนื่องจากว่าตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งยังไม่ได้เดินทางไปครบในทุกประเทศตามธรรมเนียม สำหรับสัปดาห์หน้าจะมีมาเลเซียและกัมพูชา ซึ่งจะมีประเด็นหลายประเด็น สัปดาห์หน้าคงจะได้มีโอกาสมาเล่าให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบถึงความร่วมมือที่ไปพูดคุยเจรจาหารือกัน

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการออกพ.ร.ก.กู้เงินชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันอังคารนะครับหลังจากที่เดินทางกลับมาจากเกาหลีแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในเรื่องที่พรรคฝ่ายค้านได้ยื่นตีความพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ในเรื่องให้อำนาจรัฐบาลในการกู้เงินในประเทศ ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และได้วินิจฉัยมาโดยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์แล้วว่า การตราพระราชกำหนดนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ขณะนี้รัฐบาลก็จะเร่งเดินหน้าในเรื่องของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 ซึ่งผมได้มีโอกาสมาเล่าให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบอยู่เป็นระยะ ๆ โดยการนำพระราชกำหนดฉบับนี้ขอความเห็นชอบจากสภาฯ ขณะนี้ท่านประธานรัฐสภาได้นัดประชุมแล้ว

ก็จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาพระราชกำหนดกันในวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน และมีการประชุมในเรื่องของงบประมาณในวันที 17-18 มิถุนายน พระราชกำหนดผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก็จะนำเสนอต่อวุฒิสภาในช่วงสมัยประชุมวิสามัญ จะเป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วก็กฎหมายเหล่านี้ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในการสร้างงานก็จะมีความคืบหน้าไป ในส่วนของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ขณะนี้กำลังเตรียมการ เพราะว่าผมได้ขอให้ทำรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของการกระจายโครงการต่าง ๆ ลงไปในพื้นที่ เพื่อประโยชน์ที่จะให้ทั้งผู้นำชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่ พี่น้องประชาชน ได้ติดตามเพื่อตรวจสอบ อยากให้เร่งรัดครับ คือเราจะได้แสดงให้เห็นเลยว่าแต่ละโครงการที่เราจะทำ จะเรื่องแหล่งน้ำ จะเรื่องถนน จะเรื่องโรงเรียน จะเรื่องสถานีอนามัยนั้น ไปอยู่ที่ไหนอย่างไร จะมีการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ (www.chuaichart.com <http://www.chuaichart.com/>) จะมีการนำเสนอให้สภาฯ ได้รับทราบ และผมหวังจะให้พี่น้องประชาชนนั้นคอยติดตาม

เผยแพร่ความคืบหน้าโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล

ผมต้องการ 2 อย่างครับ อย่างแรกคือว่าให้โครงการต่าง ๆ สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว เพราะเป้าหมายในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้คือการสร้างงาน ถ้าเราเดินตามแผนของการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 ใน 3 ปีข้างหน้านี้ เราก็จะสร้างงานได้ประมาณ 1,500,000-2,000,000 คน ก็อยากจะให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้คอยติดตาม และแจ้งให้ทางรัฐบาลทราบว่า โครงการคืบหน้า ไม่คืบหน้าอย่างไร ส่วนที่ 2 คือต้องการเห็นความโปร่งใส เพราะว่าเราทราบดีว่าในยามที่พี่น้องประชาชนประสบกับความยากลำบากในภาวะเศรษฐกิจอย่างดี เราไม่ต้องการเห็นโครงการของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเงินภาษีหรือไม่ว่าจะเป็นเงินกู้นั้น มีการทุจริต มีการรั่วไหล พบอะไรผิดปกติก็จะได้แจ้งเข้ามาได้ เพราะฉะนั้น ผมก็จะเร่งรัดในเรื่องของการให้ข้อมูลเหล่านี้มีการเผยแพร่ไปให้มากที่สุดในแง่ของการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ช่วงที่สอง น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ จากสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ สัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี
 
ผู้ดำเนินรายการ สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่ช่วงที่ 2 ของรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ นะคะ ดิฉัน สโรชา พรอุดมศักดิ์ จากสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV และสถานีภาคภาษาอังกฤษ Thai Asian News Network นะคะ วันนี้รับหน้าที่มาดำเนินรายการในช่วงที่ 2 ค่ะ สวัสดีค่ะท่านนายกฯ จริง ๆ แล้วได้มีโอกาสคุยกับท่านนายกฯ มาหลายครั้งแล้ว แต่ว่าส่วนใหญ่จะเป็นภาคภาษาอังกฤษ มาคุยเป็นภาคภาษาไทยบ้าง เมื่อสักครู่นี้ท่านนายกฯ พูดถึงเรื่องของ พ.ร.ก. เงินกู้ และ พ.ร.ก.ที่จะเข้าในช่วงสัปดาห์วันที่ 15 มิถุนายน นะคะ ตอนนี้เตรียมพร้อมเรียบร้อยหรือยังคะ

นายกรัฐมนตรี ครับ ที่จริงก็เตรียมพร้อมมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็ตั้งใจจะเอาเข้าสภาฯ ตั้งแต่ตอนใกล้ ๆ ปิดสมัยประชุม แต่ว่ามีการยื่นเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ต้องระงับไว้นะครับ จริง ๆ ตัวกฎหมายเองนี้มันมีอะไรไม่มากหรอก เพราะว่ามันเป็นรูปแบบของกฎหมาย ซึ่งก็เคยทำกันมาในอดีต เวลาที่รัฐบาล พูดง่าย ๆ ก็คือว่าใช้เงินงบประมาณชนเพดาน และมีการต้องการที่จะเอาเงินอีกส่วนหนึ่งมาลงทุน ก็จะขออำนาจกู้เพื่อที่จะเป็นการ เหมือนกับเป็นการยกเว้น การที่เราต้องจำกัดตัวเองว่าใช้จ่ายเงินได้เท่าไร ซึ่งก็จะเกิดขึ้นเฉพาะในยามวิกฤตนะครับ กฎหมายจะมีอยู่เท่านั้นเองครับ และจะมีฟอร์มของมันว่าให้อำนาจไปกู้อะไร เพียงแต่ว่าผมเองเป็นคนบอกว่า เวลาทำเงินกู้อย่างนี้ เคยเป็นผู้แทนมาก่อน ผู้แทนก็จะบ่นว่ามันไม่เหมือนกับเวลาเราออกกฎหมายงบประมาณ

เวลาเราออกกฎหมายงบประมาณต้องเอารายจ่ายเป็นรายละเอียด เป็นรายการมาให้ดูเลย ผมก็บอกว่าครั้งนี้เราก็ควรที่จะให้ทางสมาชิกสภาฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย และต้องให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้รับทราบด้วย เพราะฉะนั้นช่วงที่เตรียมตอนนี้ก็คือรายละเอียดของตัวโครงการที่จะไปดำเนินการนะครับ

รู้สึกคำถามเยอะเรื่องนี้ว่ารายละเอียดจะ ส่วนหนึ่งที่จะไปงบประมาณก็ส่วนหนึ่ง แต่ว่าที่จะไปลงทุนเป็นโครงการ ๆ นี้ มีโครงการอะไรบ้างหลัก ๆ ที่จะได้ตรวจสอบกัน คือเงินงวดแรก 400,000 ล้านนี้ 200,000 ล้านก็คือไปเสริมฐานะการคลัง อีก 200,000 ล้านก็คือเอาไปลงทุน การลงทุนหลักของเราก็คือว่าต้องการเอาโครงการที่พร้อมทำ เพราะต้องการให้เกิดการจ้างงานเร็วที่สุด เพื่อจะเป็นการฟื้นฟูกระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือสิ่งที่เรามาดูว่าโครงการแบบไหนบ้างซึ่งน่าจะไปได้เร็ว

ซึ่งก็จะมีโครงการที่เราต้องการกระจาย คือเราไม่ได้เน้นว่าจะมีโครงการขนาดใหญ่ 3 - 4 โครงการแล้วก็กระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเรารู้ว่าพูดกันอย่างนั้นมาทีไรนี้ พอโครงการใหญ่มีปัญหา มันจะสะดุด มันจะมีเรื่องนั้นเรื่องนี้ อันนี้เป็นโครงการที่ลงไปในพื้นที่ในชุมชนจริง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นก็จะมีแหล่งน้ำ มีถนน นะครับ ถ้างวดที่ 2 ก็คงจะมีเรื่องระบบรางด้วย เพราะระบบรางมันใช้เวลานานกว่า มีเรื่องของการปรับปรุงโรงเรียน อาจจะมีเรื่องศูนย์เด็กเล็ก มีเรื่องของการปรับปรุงสถานีอนามัย มีเรื่องของการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ อันนี้ก็จะเป็นโครงการที่จะดำเนินการได้ค่อนข้างเร็ว ทีนี้ที่ผมจะต้องการให้สภาฯ ได้เห็นก็คือการกระจายของโครงการเหล่านี้ไปตามภูมิภาค ไปตามภาคไปตามจังหวัดต่าง ๆ ทุกคนจะได้สบายใจว่างานนี้เป็นงานที่เราต้องการที่จะลงทุนเพื่อให้ประเทศไทยทั้งประเทศเข้มแข็งจริง ๆ บนความเสมอภาคกัน

ผู้ดำเนินรายการ แล้วที่บอกว่าเร็ว คุณอภิสิทธิ์ฯ ได้ประเมินไหมคะว่าจะเห็นผลเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ แล้วในระยะเวลาเท่าไร

นายกรัฐมนตรี บางโครงการนี้เราต้องการให้เริ่มได้ก่อนสิ้นปีงบประมาณนี้ด้วยนะครับ เรื่องตัวเงินนี้ทางกระทรวงการคลังก็ยืนยันว่าภายในเดือนสิงหาคมน่าจะจัดการได้เรียบร้อยนะครับ ทีนี้ถ้าตัวนี้ผ่านสภาฯ ขั้นตอนในการที่จะไปทำงานในพื้นที่คงจะเริ่มต้นได้เลย และเราต้องการที่จะให้โครงการเริ่มทำได้ก่อนสิ้นปีงบประมาณนี้

ผู้ดำเนินรายการ ก่อนสิ้นปีก็น่าจะเห็นผลกันในช่วง

นายกรัฐมนตรี สิ้นปีงบประมาณนะครับ ก็คือประมาณกันยายนไปต้นไปจะเริ่มเห็นเลยครับ

ผู้ดำเนินรายการ ค่ะ แสดงว่า 5 เดือนที่ผ่านมา ฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ที่เขาบอกว่ามันไม่ค่อยเห็นผลในช่วงกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรก มีอุปสรรคต่าง ๆ จากนี้ไปน่าจะเดินได้ค่อนข้างจะราบรื่นกว่า

นายกรัฐมนตรี ที่จริงจะบอก 5 เดือนที่ผ่านมาไม่เห็นผลนี้คงไม่ใช่ คือเราต้องปรับขั้นตอนในการทำงาน ตอนแรกที่เข้ามาที่ไม่ใช้อันนี้ เพราะรู้ว่าถ้าเราทำตัวนี้ตั้งแต่แรก โครงการยังไม่เกิด เหตุผลที่โครงการยังไม่เกิดเพราะว่าการใช้เงินงบประมาณตามปกติของปี 52 ของกรมชลประทาน ของกรมทางหลวงชนบทอะไรต่าง ๆ ยังไปได้ค่อนข้างน้อยนะครับ เราไปเพิ่มโครงการให้เขา เขาก็ทำได้เท่าเดิม แต่ว่าอันนี้เรามาใช้ในช่วงปลายปีงบประมาณ มันจะทำได้ แต่ช่วงที่เราทำก่อนหน้านี้ก็คือเราไปเสริมกำลังซื้อให้คน เพราะฉะนั้นเราก็ทำเรื่องเรียนฟรี ทำเรื่องเบี้ยยังชีพ ทำเรื่องของเช็คช่วยชาติ ทำเรื่องของการแทรกแซงพืชผล ซึ่งเดินไปหมดแล้ว แล้วผมคิดว่าเป็นรูปธรรม สัมผัสได้จริง ๆ เขาก็ไปสำรวจความคิดเห็นมา เอาละ เรียนฟรีก็ยังมีคนบ่นถูกไหมครับว่าเรียนฟรีจริงหรือไม่จริง แต่ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่ามีการแบ่งเบาภาระผู้ปกครองไปได้พอสมควร และผมดูตัวเลขการสำรวจ 70 - 80 เปอร์เซ็นต์ก็มีความพึงพอใจ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนี้อันนี้เห็น ๆ เลย เงินลงไป ตอนนี้น่าจะเกือบจะทั่วถึงแล้วนะครับ เพราะว่าผมก็ไล่ดูว่าบางท้องถิ่นที่ยังไม่ดำเนินการก็ขอให้จังหวัดเข้าไปเร่ง แล้วที่ช้าอยู่บางส่วนก่อนหน้านี้คือการโอนเงิน คือคนที่ไม่ได้มารับเงินสดแต่โอนเข้าบัญชี แล้วก็มีปัญหาระบบโอนเงินสำหรับบางท้องถิ่น ก็เร่งรัดก็คิดว่าน่าจะเรียบร้อยแล้วครับในช่วงนี้

ผู้ดำเนินรายการ ขออนุญาตไปเรื่องภาคใต้บ้าง เมื่อสักครู่นี้ท่านนายกฯ ยังไม่ได้แตะเรื่องนี้ เรื่องภาคใต้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณอภิสิทธิ์ฯ ได้ประชุมหน่วยงานความมั่นคง

นายกรัฐมนตรี ใช่ครับ ที่ไม่ได้พูดเพราะว่าทราบว่าจะมีการสอบถามพูดคุยกันเรื่องนี้ เพราะต้องคุยกันลึกพอสมควรนะครับ สิ่งแรกที่ผมอยากจะย้ำคือว่า สถานการณ์ปัญหาภาคใต้นี้เป็นสถานการณ์ซึ่งเป็นปัญหามายาวนาน แล้วก็มารุนแรงขึ้นมากในช่วง 5 - 6 ปีที่ผ่านมานะครับ ความรุนแรงตรงนี้จะแก้ได้ต้องปรับในเรื่องจุดเน้นของนโยบาย ซึ่งก็มีการเปลี่ยนแปลงมาคือในช่วงก่อนหน้านี้มีบางช่วงที่ไปเน้นเรื่องของการใช้ความรุนแรงนะครับ แล้วก็ไป พูดง่าย ๆ คือไปปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ซึ่งมันเคยมีความสมดุลของมันอยู่ ในแง่ของการที่จะเอาทุกหน่วยงานมารวมกัน ที่เป็น ศอ.บต. สมัยก่อนนะครับ พอตรงนั้นได้รับการเปลี่ยนแปลงกระทบไป ระบบการข่าวระบบอะไรต่าง ๆ มีปัญหา แล้วก็มาเกิดเหตุการณ์หลายเหตุการณ์นะครับ กรือเซะ ตากใบ คดีของทนายสมชายฯ ซึ่งก็ทำให้ปัญหานี้มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น

สิ่งที่ผมได้ย้ำว่าเป็นการปรับนโยบายก็คือ หนึ่ง เรามามุ่งเน้นเรื่องกระบวนการพัฒนา แล้วก็มีการอนุมัติแผนพัฒนาแล้วขณะนี้นะครับ ก็เช่นเดียวกันนะครับคงจะประมาณสิงหาคม กันยายน อะไรต่าง ๆ ที่เงินตรงนี้จะลงไป ผมมาปรับแก้ในเรื่องของขวัญกำลังใจในหลาย ๆ เรื่องนะครับ เรื่องเบี้ยเสี่ยงภัยขณะนี้ก็อนุมัติเงินไป ยังไม่ครบนะครับ แต่ว่าผมไล่ทำอยู่ ก็คิดว่าจะครบภายในสัปดาห์ สองสัปดาห์นี้นะครับ มีเรื่องของการอนุมัติเรื่องของการให้ความดีความชอบอะไรต่าง ๆ ของเจ้าหน้าที่ที่ไปปฏิบัติงานนะครับ ขณะเดียวกันนี้ก็กำลังปรับในเรื่องของการใช้กฎหมาย ซึ่งขณะนี้มีทั้งกฎอัยการศึก มีทั้ง พ.ร.ก. ประกาศใช้อยู่ 4 อำเภอสงขลาก็มีกฎอัยการศึกอยู่ ผมก็กำลังจะเอาตัวกฎหมายความมั่นคงใหม่ ซึ่งเอาเข้ามา เพื่อลดเงื่อนไขของการที่จะมีการหยิบยกว่ามีการไปใช้อำนาจ และก็ไปละเมิดสิทธิของประชาชนหรือไม่ แต่ว่าตรงนี้ก็ได้รับการตอบรับจากผู้ปฏิบัติอย่างดีนะครับ ขณะนี้ก็มีการกำชับว่า ตราบเท่าที่ พ.ร.ก. กฎอัยการศึกยังประกาศใช้อยู่ การใช้อำนาจในทางปฏิบัติต้องระมัดระวังมาก ๆ อย่าไปสร้างเงื่อนไขเพิ่มเติม

ผู้ดำเนินรายการ อันนี้คือในแง่ของกฎหมายฉบับใหม่ที่จะเข้ามา

นายกรัฐมนตรี ยังอีกสักระยะหนึ่งนะครับ

ผู้ดำเนินรายการ ลดอำนาจเจ้าหน้าที่หรือเปล่าคะ

นายกรัฐมนตรี คือมันจะเปลี่ยนแปลงไป โครงสร้างอะไรต่าง ๆ จะเปลี่ยนแปลงไป ทีนี้ระหว่างที่เราทำอยู่นี้ จริง ๆ แล้วการทำงานของเจ้าหน้าที่ก็เดินไป ก็พยายามดูแล ฝ่ายความมั่นคงก็ทำไป การพัฒนาก็ทำไป ถ้าพูดถึงตัวเลขของเหตุการณ์ มันก็ดีขึ้น แต่ว่าความรู้สึกมันไม่ดีขึ้นครับ เพราะมันยังเกิดอยู่ทุกวัน คือเราลดมาก็จริง แต่ก่อนหน้านี้โดยเฉลี่ยอาจจะ 3 - 4 เหตุการณ์ต่อวันเลย แต่ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นทุกวัน ไม่มีใครพอใจนะครับ ผมก็ไม่พอใจ ก็ได้มาซักซ้อมกันอีกครั้งหนึ่งนะครับ ก็ยังเห็นว่าที่ผ่านมามีจุดอ่อนอยู่บ้าง หนึ่ง คือเรื่องบูรณาการ ยังเป็นปัญหาอยู่ งานด้านพัฒนากับงานด้านความมั่นคงยังไม่ค่อยเชื่อมกันนัก ซึ่งเราจะต้องปรับโครงสร้างเป็นกฎหมายต่อไป แต่ระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมาย ก็จะต้องมาปรับปรุงตรงนี้นะครับ ส่วนที่สองก็คือว่า เราคงจะต้องมีความละเอียดอ่อนในการรับรู้ความรู้สึก ปัญหาต่าง ๆ แล้วก็ตอบสนองนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มไหนก็ตามให้ดีกว่านี้ ซึ่งตรงนี้ก็จะมีการเร่งรัดดำเนินการ มีการซักซ้อมความเข้าใจกันอีกครั้งหนึ่ง

และมีบางเรื่องอย่างเช่นการเยียวยา ขณะนี้ทางรัฐมนตรีฯ สาทิตย์ฯ ก็บอกว่าสัปดาห์หน้า จะเอาเรื่องของกรณีตากใบเข้าไปในเรื่องของการเยียวยาด้วย เนื่องจากว่าขณะนี้ก็มีคำพิพากษามาในทำนองว่า เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิด เราก็จะไปดูในกระบวนการเยียวยา และเรายังให้ความสำคัญกับเรื่องของการที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุก ๆ ฝ่าย เพราะนั่นคือหัวใจ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะบอกว่า ถามใจผมเหมือนผมก็บอกยังไม่พอใจ และจะปรับปรุงอย่างต่อเนื่องนะครับ แต่ต้องใช้เวลาอยู่อีกระยะหนึ่งนะครับ เพื่อที่จะให้ทุกอย่างมีความลงตัว มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ผู้ดำเนินรายการ ฟังดูคุณอภิสิทธิ์ฯ ให้ความสำคัญทางด้านความรู้สึกของคนในพื้นที่ค่อนข้างเยอะ มีกลไกของรัฐที่ลงไปในพื้นที่สามารถสะท้อนความรู้สึกของพี่น้องประชาชนในภาคใต้กลับมาถึงรัฐบาลเพียงพอหรือยังคะ

นายกรัฐมนตรี มีครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วนี้ไม่ว่าจะเป็นในสภาฯ เอง ซึ่งมีทั้ง ส.ส. และมีทั้งผู้นำสายต่าง ๆ เช่นผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา กลุ่มคนเหล่านี้เรามีช่องทางในการสื่อสารและเปิดโอกาสให้มาได้สะท้อนความคิดเห็นอยู่เกือบตลอดเวลา อย่างทุกเสาร์ - อาทิตย์ขณะนี้สภาฯ ก็จัดให้มีผู้นำทางศาสนาใน 3 จังหวัดมาเยี่ยมที่สภาฯ และได้มีโอกาสสะท้อนปัญหาให้ผมฟังทุกสัปดาห์เลย เพราะฉะนั้นตรงนี้เราพยายามที่จะทำให้ทุกฝ่ายได้มองเห็นว่าเราใส่ใจจริง ๆ นะครับกับปัญหา ส่วนการลงพื้นที่นั้นท่านรองนายกฯ สุเทพฯ ก็เพิ่งพาคณะไปลงพื้นที่มา และผมก็ตั้งใจว่าจะหาจังหวะโอกาสในการที่จะไปลงพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง คือไปมาแล้วครั้งหนึ่ง ก็จะไปดูความคืบหน้าในหลาย ๆ เรื่องอีกครั้งหนึ่งครับ

ผู้ดำเนินรายการ เราจะเห็นภาพคุณอภิสิทธิ์ฯ ลงพื้นที่มากขึ้นไหมคะจากนี้ไป

นายกรัฐมนตรี ช่วงนี้ก็จะหาโอกาสมากขึ้น ติดนิดเดียวครับคือว่าผมต้องทำงานด้านการต่างประเทศไปพร้อม ๆ กันด้วย เนื่องจาก พูดง่าย ๆ ก็โดยธรรมเนียมปฏิบัตินี้ต้องไปพบอาเซียน

ผู้ดำเนินรายการ ก็ยังต้องเยี่ยมแต่ละประเทศอยู่

นายกรัฐมนตรี ครับ สัปดาห์หน้าจะเก็บได้อีก 2 ประเทศ แต่ก็ยังค้างอยู่นะครับ มาเลเซีย กัมพูชา แต่ผมยังค้างฟิลิปปินส์ ยังค้างบรูไน ยังค้างพม่านะครับ สิงคโปร์ผมจะไปวันที่ 22 แล้วก็ปลายเดือนนี้จีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญมาก ผมก็จะเดินทางไปนะครับ เพราะฉะนั้นอาจจะเป็นเดือนกรกฎาคม ก่อนที่จะเปิดสมัยประชุมอีกครั้งหนึ่งเดือนสิงหาคม ก็คงจะหาจังหวะ เวลา โอกาส ในการที่จะลงพื้นที่มากขึ้นครับ