
'บิ๊กแจ๊ส'ไม่ฟันธง!บึ้มรามฯเอี่ยวใต้
'บิ๊กแจ๊ส'ไม่ฟันธง!บึ้มรามฯโยงสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ด้าน'สุขุมพันธุ์' สั่งเช็ก CCTV ช่วยล่ามือบึ้ม
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 27 พ.ค. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวเหตุการณ์ลอบวางระเบิดบริเวณร้านขายของหน้าปากซอย รามคำแหง 43 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า จากการตรวจสอบระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุปากซอยรามคำแหง 43/1 ยังไม่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะตะปูที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุไม่ใช่เป็นแบบตะปูเรือใบเป็นเพียงตะปูธรรมดาที่ใช้ในงานก่อสร้างทั่วไปและผ่านการใช้งานมาแล้วซึ่งต้องรวบรวมพยานหลักฐานทุกส่วนเข้าด้วยกันก่อนจึงจะสามารถฟันธงได้ว่ามีสาเหตุมาจากเรื่องอะไรกันแน่ แต่หากตัดประเด็นอื่นๆ ทิ้งไปน่าจะเป็นการข่มขู่สร้างสถานการณ์มากกว่าเชื่อว่าไม่น่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในภาคใต้ซึ่งต้องหาหลักฐานยืนยันชัดเจนก่อนจะสรุปประเด็นสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งตอนนี้ตำรวจกำลังทำงานอยู่ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องสาเหตุ
" ขอเวลาในการสืบสวนสอบสวนหาข่าวก่อน อย่าเพิ่งโยงไปเป็นเรื่องไฟใต้เพราะอุปกรณ์ที่คนร้ายใช้มีความแตกต่างกันและไม่ประสงค์ต่อชีวิต การสอบสวนขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร ต้องรอการสรุปจากทีมงานก่อนเพราะเพิ่งเรียกประชุมเมื่อคืนหลังเกิดเหตุและมอบการบ้านให้แต่ละชุดไปทำกันซึ่งเช้าวันนี้เพิ่งเริ่มทำงานกัน ตอนนี้ยังสรุปอะไรไม่ได้ต้องรอผลสรุปจาก EOD รวมถึงข้อมูลจากสายสืบทั้งหมดที่ผมสั่งการไปลงพื้นที่หาข่าว และหลังเกิดเหตุขึ้นทำให้เราต้องเข้มงวดในการเฝ้าระมัดมากขึ้นและต้องขอความร่วมมือประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสข้อมูลตำรวจเพราะเหตุการณ์ครั้งนี้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บด้วย แม้ว่าคนร้ายจะไม่ประสงค์ต่อชีวิตก็ตาม แต่ตำรวจเองก็ไม่สบายใจโดยสั่งให้ตำรวจทุกท้องที่เฝ้าระวังอย่างเต็มที่" ผบช.น.กล่าวและว่า
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นความขัดแย้งผลประโยชน์กลุ่มมาเฟียเรียกเก็บค่าร้านแผงค้าในพื้นที่ตามที่เป็นข่าวนั้น ตำรวจยังไม่ได้ตัดทิ้งไปซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้งนั้นซึ่งในเย็นวันนี้ ผบ.ตร.ได้เรียกทุกฝ่ายประชุมร่วมกันเวลา 16.30 น. ซึ่งช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เข้ารายงานเหตุระเบิดและความคืบหน้าให้นายกฯ รับทราบเหตุแล้ว ซึ่งนายกฯแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและขอให้ตำรวจทำงานเต็มที่นำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้และให้ดูแลประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบจากผู้ชำนาญการด้านวัตถุระเบิดชี้ว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องใช้ดินดำแรงต่ำ มีส่วนประกอบของตะปูจำนวนมากเมื่อเกิดแรงดัน จุดชนวนด้วยการตั้งเวลา เมื่อเกิดระเบิดขึ้นแรงระเบิดจะทำให้ตะปูที่อัดอยู่แน่นแตกกระจายตัวลักษณะดาวกระจายทำให้ไปถูกประชาชนที่อยู่ในที่เกิดเหตุและที่เดินผ่านไปมาได้รับบาดเจ็บ โดยมือทำระเบิดมีความพยายามในการประกอบระเบิดให้ดูเหมือนระเบิดที่ใช้ในภาคใต้ แต่ความจริงไม่ใช่เพราะระเบิดที่ใช้ในภาคใต้นั้นมีอานุภาพในการทำลายร้างที่รุนแรงกว่าหลายเท่าและต้องการให้มีการสูญเสียในวงกว้างหวังผลต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพราะส่วนประกอบระเบิดโจรใต้จะมีตะปูเรือใบลักษณะตัดแหลมคมไม่โค้งงอ และมีลูกเหล็กเป็นส่วนประกอบเพื่อช่วยให้มีเสียงดังและมีสะเก็ดระเบิดจำนวนมากต้องการให้มีผู้บาดเจ็บและล้มตาย ที่สำคัญการวางระเบิดของภาคใต้หวังผลสูญเสียจำนวนมาก และจะทำพร้อมกันหลายจุด จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นมีรายงานทางลับว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นหน้ารามฯนั้น มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งของกลุ่มมาเฟียซึ่งเป็นกลุ่มที่เรียกค่าคุ้มครองพื้นที่แผงลอยร้านค้าหาผลประโยชน์เป็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มเก่ากับกลุ่มใหม่เป็นกลุ่มของคนมีสีที่อ้างตัวว่าเป็นเสธและกลุ่มคนใต้เก่าดั้งเดิมที่อยู่พื้นที่ดังกล่าวมานาน เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา กทม.และ สำนักงานเขตได้เข้ามาจัดระเบียบใหม่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงสัมทปานในพื้นที่ร้านค้าแผงลอยบนทางเท้า
"สุขุมพันธุ์"สั่งเช็กCCTVช่วยล่ามือบึ้ม เผยรายงานชาวต่างชาติเอี่ยวโยงเหตุบึ้ม
เมื่อเวลา 10.00 น. รายงานข่าวจากศาลากรุงเทพมหานคร(กทม.)แจ้งว่า ภายหลังเกิดเหตุวางระเบิดที่ปากซอยรามคำแหง 43/1 เมื่อคืนวานที่ผ่านมา ล่าสุดยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ โดยกล้องของกทม.ที่อยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุที่สุดอยู่บริเวณซอยรามคำแหง 53 และวัดเทพลีลา ส่วนบริเวณดังกล่าวไม่ได้มีกล้องของกทม.ติดตั้ง มีเพียงกล้องวงจรปิดจากธนาคารกรุงเทพเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบรูปพรรณสัณฐานของผู้ต้องสงสัยก็สามารถมาขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดกทม.ได้ทันที
ต่อมาเวลา 11.45 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. แถลงภายหลังเป็นประธานประชุมคณะผู้บริหารว่า ได้มอบหมายให้สำนักการจราจรและขนส่ง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณรอบจุดเกิดเหตุ ตั้งแต่บริเวณแยกเทพลีลา โรงเรียนเทพลีลา ปากซอยรามคำแหง 27 ปากซอยรามคำแหง 41/1 และปากซอยรามคำแหง 53 โดยเฉพาะบริเวณปากซอย 41/1 ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 150 เมตร จะมีการดึงสัญญาณภาพตั้งแต่ช่วงเวลา 18.00-22.00 น. ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปใช้เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้กล้องของกทม.จริงทุกตัวไม่มีกล้องดัมมี่ แต่บางจุดที่ยังไม่มีการเชื่อมไฟเนื่องจากบริษัทผู้ติดตั้งไม่สามารถดำเนินการเองได้ เพราะการไฟฟ้านครหลวงได้กำหนดเงื่อนไขว่าจะเป็นผู้ดำเนินการเอง ทั้งนี้ กทม.จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงความคืบหน้าการติดตั้งกล้องวงจรปิด พร้อมเชื่อมสัญญาณให้ทราบเป็นระยะ ซึ่งปัจจุบันกทม.ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดทั่วกรุงเทพฯ และสามารถใช้ได้จริง 13,000 ตัว ขณะเดียวกันกำลังติดตั้งเพิ่มเติมพร้อมเชื่อมต่อสัญญาณให้ครบ 27,000 ตัวให้เร็วที่สุด โดยจะประสานจุดติดตั้งที่เหมาะสมกับผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ อาทิ สถานีตำรวจนครบาล สำนักงานเขต และชุมชน
"บริเวณปากซอยรามคำแหง 41/1 ที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุระเบิดบริเวณดังกล่าวเมื่อปี 2553 แล้วครั้งหนึ่ง แต่การระเบิดที่ปากซอย 43/1 จากรายงานมีชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย"ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
ผอ.สำนักข่าวกรองชี้ระเบิดรามไม่ใช่ก่อการร้าย
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ กล่าวถึงเหตุระเบิดในย่านรามคำแห่งเมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวโยงกับความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และไม่ใช่การก่อการร้าย ทั้งนี้ไม่อยากคาดการณ์ว่าเกิดขึ้นจากสาเหตุใด อย่างไรก็ตาม หน่วยข่าวกรองกำลังทำการสืบสวนอย่างไกล้ชิด เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบอยู่แล้วว่าเกิดขึ้นเพราะเหตุใด



