
'ฝ่ายค้าน'ส่ง77ขุนพลชำแหละงบฯ57
'วิปฝ่ายค้าน' ระดม 77 ขุนพลชำแหละ งบฯ57 เน้นปมทุจริต ล้มเหลว ใช้อำนาจมิชอบ เรียกร้อง 'พท.' ประท้วงอย่างสร้างสรรค์
27 พ.ค. 56 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงภายหลังการประชุมวิปฝ่ายค้านที่มีพิจารณาเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 (พรบ.งบฯ57) ว่าวิปฝ่ายค้านขอเรียก ร่าง พรบ.งบฯ 57 ว่าเป็นฉบับซุกหนี้ตบตาประชาชน เพราะนอกจากวงเงินที่เสนอขอจัดสรร จำนว 2.5 แสนล้านบาทแล้ว ยังพบการซุกหนี้สาธารณะ นอกงบประมาณ อยู่อีก 6 ล้านล้านบาท ใน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรับจำนำข้าว, พรก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท เพื่อบริหารจัดการน้ำ และพรบ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน จำนวน 2 ล้านล้านบาท ดังนั้น วิปฝ่ายค้านได้ตั้งประเด็นการอภิปรายไว้ 3 หัวข้อ ได้แก่ 1.ความล้มเหลวของการใช้จ่ายงบประมาณ, 2.การทุจริต และ 3.การใช้งบประมาณที่นำไปสู่อำนาจโดยมิชอบ ทั้งนี้ จะไม่มีการพุ่งเป้าอภิปรายกระทรวงใดเป็นพิเศษ โดยล่าสุด มี สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ แสดงเจตจำนงจะอภิปรายแล้ว 77 คน ส่วนพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ พรรคภูมิใจไทย , พรรครักประเทศไทย และพรรครักษ์สันติ นั้นยังไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องภายในของแต่ละพรรค ทั้งนี้ได้มีการจัดสรรเวลาให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน คือ พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 12 ชั่วโมง พรรคภูมิใจไทย จำนวน 2 ชั่วโมง และอีก 1 ชั่วโมง เป็นของพรรครักประเทศและพรรครักษ์สันติ
“ในการประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่าง พรบ.งบฯ57 ระหว่างวันที่ 29-31 พ.ค. วิปฝ่ายค้านกังวลว่ารัฐบาลจะไม่รักษาคำพูดเหมือนอย่างการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ อยากเรียกร้องให้ สส.พรรคเพื่อไทย หากจะประท้วงการอภิปรายขอให้ประท้วงอย่างสร้างสรรค์ “นายจุรินทร์ กล่าว
ขณะที่ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กรรมการวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมวิปฝ่ายค้าน ว่า ที่ประชุมวิปฝ่ายค้าน ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง, สำนักงบประมาณ สำนักนายกฯ มาชี้แจงถึงประเด็นข้อสงสัย ทั้งนี้ ตนมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการเสนอของบประมาณ ใน ร่างพรบ.งบฯ57 ในส่วนของกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ที่เสนอของบประมาณเพื่อใช้การจ่ายคืนประชาชนในโครงการรถคันแรก โดยในร่าง พรบ.งบฯ57 เสนอขอจัดสรร 4 หมื่นล้านบาท และตั้งของบฯ ในปีงบประมาณ 58 อีก จำนวน 6,812 ล้านบาท ทำให้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถทำนโยบาย ที่ประกาศว่าจะคืนเงินให้ประชาชนภายใน 1 ปีให้เป็นจริงได้ อีกทั้งการเสนอของบฯ ดังกล่าว เป็นการขาดวินัยการคลังเป็นอย่างยิ่ง
“ขณะนี้มีผู้ที่เข้าโครงการรถคันแรก มีจำนวน 1.2 ล้านคัน คิดเป็นเงินที่ต้องคืนประชาชน จำนวน 9.2 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมารัฐบาลได้เตรียมนำเงินคงคลัง จำนวน 3.8 หมื่นล้านบาทจ่ายคืนประชาชน” นายบุญยอด กล่าว



