ข่าว

'พธม.'ยื่นศาลออกคำสั่งระงับแก้'รธน.'

'พธม.'ยื่นศาลออกคำสั่งระงับแก้'รธน.'

27 พ.ค. 2556

'พธม.' ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการแก้ 'รธน.'

 

                          27 พ.ค. 56  เมื่อเวลา 12.00 น. ที่บ้านพระอาทิตย์แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนาย พธม. นายศิริชัย ไม้งาม และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ได้มีการประชุมหารือกันถึงแนวทางจุดยืนของพันธมิตรกว่า 1 ชั่วโมง ภายหลังการหารือนายปานเทพ ได้อ่านแถลงการณ์ เรื่อง "หยุดยั้งการล้มล้างรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองและพวกพ้อง" โดยมีเนื้อหาว่า 

                          บัดนี้ปรากฏอย่างชัดเจนว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ลุแก่อำนาจ ไม่ฟังเสียงประชาชน มุ่งแต่จะแสวงหาประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้องมากขึ้น มีการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างใหญ่หลวงในการจำนำข้าว , มีการใช้งบประมาณอย่างมหาศาลในการบริหารจัดการน้ำที่ไร้ประสิทธิภาพ ไม่กำหนดราคากลาง ขาดความโปร่งใสและใช้งบประมาณเกินความจำเป็นโดยไม่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม , เดินหน้ารับอำนาจศาลโลกในการตีความคดีปราสาทพระวิหารทั้งๆ ที่ประเทศไทยไม่ต่ออายุปฏิญญาการรับอำนาจศาลโลกโดยบังคับมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2505 , การไม่กระจายงบประมาณลงสู่การปกครองส่วนท้องถิ่นตามเจตนารมณ์ในรัฐธรรมนูญ , และปล่อยให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนไปทุกหย่อมหญ้า ฯลฯ เราจึงขอให้กำลังใจภาคประชาชนทุกกลุ่มที่ได้แสดงออกและเคลื่อนไหวการกระทำของรัฐบาลที่ล้มเหลวและฉ้อฉลในช่วงเวลาที่ผ่านมา

                          ยิ่งไปกว่านั้นพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ ยังได้เหิมเกริม ลุแก่อำนาจ เดินหน้าในการออกกฎหมายเพื่อลบล้างความผิดให้กับตัวเองและพวกพ้องในคดีความอาญาร้ายแรงโดยไม่ฟังเสียงและไม่สนใจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำดังกล่าว ตลอดจนยังปล่อยให้มีการเสนอกฎหมายเพื่อยกเลิกความผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย ซึ่งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า เราจะคัดค้านการออกกฎหมายล้างความผิดให้กับ่นักโทษชายทักษิณ และพวกอย่างถึงที่สุด แม้ว่าในชั้นนี้จะยังไม่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระดังกล่าวก็ตาม โดย พธม. จะคัดค้านในเรื่องดังกล่าวอย่างถึงที่สุดโดยให้ถือเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่เพียงฝ่ายเดียว

                          ทั้งนี้ พธม. ยังไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะมีเจตนาที่จะลด และลิดรอน สิทธิประชาชนในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ แม้ว่าจะได้มีผู้ที่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวแต่ พธม. เห็นว่าภายหลังจากการยื่นของกลุ่มบุคคลต่างๆ แล้ว พรรคเพื่อไทยยังมีพฤติกรรมอื่นๆ ตามมาที่สะท้อนให้เห็นว่ามีเจตนาที่จะต้องการล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไม่เคารพหลักนิติรัฐ และหลักการถ่วงดุลอำนาจโดยตุลาการ เช่น การเตรียมออกกฎหมายนิรโทษกรรม การออกแถลงการณ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่รับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ , โฆษณาชวนเชื่อใส่ร้ายป้ายสีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วยข้อความอันเป็นเท็จ , การสไกป์ของนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ทั้งในเวทีคนเสื้อแดงและการมีอิทธิพลต่อพรรคเพื่อไทย , การปล่อยให้มีมวลชนข่มขู่และกดดันตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ให้พิจารณาคดีความที่รัฐบาลได้กระทำความผิด ฯลฯ  จึงเห็นว่าจำเป็นต้องยื่นคำร้องโดยอ้างอิงหลักฐานและพยานแวดล้อมเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นดังกล่าว เพื่อความครบถ้วนสมบูรณ์ในการพิจารณาคดีครั้งนี้ โดยคำร้องของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้นจะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาดังต่อไปนี้

                          มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉิน เพราะมีการเร่งรัดจะให้รีบผ่านร่างรัฐธรรมนูญ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 68) ดังกล่าว ใช้เป็นกฎหมาย เพื่อจะนำไปสู่การลงมติในวาระที่สาม ของร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ ที่ค้างอยู่

                          นอกจากนี้จะขอให้สั่งให้ถอนร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวออกจากการพิจารณาของรัฐสภาในวาระที่สองหรือวาระที่สาม รวมทั้งขอให้ยุบพรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล พรรคมหาชน และพรรคประชาธิปไตยใหม่ เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองเหล่านี้ต่างเสนอกฎหมายและออกแถลงการณ์ไม่รับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญซึ่งไม่เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ รวมถึงเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคการเมือง โดยจะมอบหมายให้นายสุวัตร และนายปานเทพ ไปยื่นคำร้องดังกล่าวในวันเดียวกันนี้ในเวลาประมาณ 13.30 น. - 14.00 น. อย่างไรก็ดีในส่วนของการนัดชุมนุมใหญ่ในวาระยังไม่มีการหารือมีเพียงแต่การให้กำลังใจกลุ่มนวลชนต่างๆที่ชุมนุมอยู่ในขณะนี้ ส่วนรัฐบาลเราก็มีการออกแถลงการณ์ในเนื้อหาระบุเอาไว้ชัดเจนแล้ว