ข่าว

'ผบ.ทบ.'แจงกินข้าว'นายกฯ'ไร้ปมการเมือง

'ผบ.ทบ.'แจงกินข้าว'นายกฯ'ไร้ปมการเมือง

27 พ.ค. 2556

'ผบ.ทบ.' แจงกินข้าว 'นายกฯ' ไร้ปมการเมือง-ปรับย้าย ยันสัมพันธ์ 'ทหาร-รัฐบาล' ไม่ขัดแย้ง ผุดไอเดีย 'หน่วยทหารสายฟ้า' แนะยึดไฟดับ 14 จว.ใต้เป็นบทเรียน

 

                     27 พ.ค.56 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญ ผบ.เหล่าทัพร่วมรับประทานอาหารค่ำที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี เมื่อค่ำวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า เป็นการพบปะกันปกติตามที่เคยมีการพูดคุยกัน 2 เดือน/ครั้ง ถือเป็นการคุยกันนอกรอบ โดยไม่ได้พูดคุยเรื่องการเมือง แต่คุยเรื่องภาคใต้ ชายแดน การช่วยเหลือประชาชน และไม่มีการพูดถึงเรื่องการปรับย้ายตน ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับรัฐบาลก็ดีมาตลอด ไม่มีการขัดแย้งกัน ในส่วนของนายกฯกับตนก็ไม่มีปัญหากัน นายกฯเป็นผู้บังคับบัญชาและเป็นผู้นำรัฐบาล ในส่วนของตนเป็นข้าราชการประจำ จะต้องวางตัวในจุดที่เหมาะสม ต่างฝ่ายเคารพและเกรงใจซึ่งกันและกัน หรือแม้แต่ในส่วนของรมว.กลาโหม ที่ปรึกษานายกฯ และรองนายกฯ ก็ดูแลกองทัพอยู่

                     "สำหรับเรื่องอื่นๆเป็นเรื่องของการเมือง ก็ไปว่ากัน ผมไม่มีหน้าที่ไปตอบโต้ทุกเรื่อง กำลังพลต้องเดินไปข้างหน้า เพราะประชาชนเดือดร้อนอยู่ วันนี้รัฐบาลยังเป็นรัฐบาลอยู่ ประเทศชาติต้องเดินหน้าไปทุกวัน อันไหนที่ตีกันขอให้ไปตีกันข้างทาง แต่เราจะเดินไปข้างหน้าเพื่อดูแลประชาชนให้เดินไปข้างหน้า ทหารจะไม่ไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง" ผบ.ทบ. กล่าว

                     เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลเดินหน้าเรื่องพ.ร.บ. นิรโทษกรรม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "เป็นกระบวนการของสภาและรัฐธรรมนูญถ้าหากทำได้ก็ทำไป แต่ขอให้การดำเนินการทุกอย่างอยู่ในกรอบ อย่าขัดแย้งตีกันไปมาเพราะจะทำให้บ้านเมืองเสียหาย ซึ่งเรื่องนี้เขาไม่ได้มาถามผมและไม่ต้องมาถามด้วย เพราะด้วยหลายๆอย่างไม่ได้เกี่ยวข้องกับทหารเลย ในส่วนที่มีคดีความต่อกัน ก็ต่อสู้กันไปต้องแยกแยะให้ออกว่าจะเดินอย่างไร ต้องหาทางออกให้ได้ แต่ผมไม่มีส่วนร่วมในตรงนี้ อย่าเอาเราเข้าไปเกี่ยวพันในเรื่องตรงนี้ ด่าทหารไปก็เจ็บคอเปล่าๆ ส่วนผลที่ได้จากการนิรโทษกรรมเป็นอย่างไร ผมไม่รู้ จะสบายใจกันทุกฝ่ายจริงหรือไม่ก็ไม่รู้ ให้รอดู ผมไม่ไปทำนายผลที่จะตามมา ทหารทุกคนอยากให้ประเทศแข็งแรง ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายให้เร็วที่สุด ผมจะดูแลลูกน้องที่มีคดีความให้เกิดความสบายใจเพราะครอบครัวเขาก็เดือดร้อน ผู้บาดเจ็บสูญเสียก็ต้องดูแลทั้งหมด ซึ่งขึ้นอยู่กับกระบวนการทาง สภา รัฐธรรมนูญ และกระบวนการยุติธรรม และผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียก็ต้องมีความพอใจ"

 

'ผบ.ทบ.' ผุดไอเดีย 'หน่วยทหารสายฟ้า' ช่วยปชช.แก้ไฟดับ

 

                     พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวให้โอวาทต่อกำลังพลในระหว่างเป็นประธานวันสถาปนาเหล่าทหารสื่อสาร ครบรอบ 89 ปีว่า กำลังพลของกรมสื่อสารได้พัฒนา ปรับปรุงการสื่อสาร ยุทโธปกรณ์ต่างๆให้มีความทันสมัย เพื่อตอบสนองนโยบายของกองทัพบก ทั้งงานด้านความมั่นคง และการพัฒนาประเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตนขอชื่นชมเพราะการดำเนินการได้รับความพอใจจากประชาชน ทุกวันนี้เราเผชิญกับภัยคุกคามหลายรูปแบบแต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือภัยคุกคามทางเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ที่ทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง ถือเป็นภารกิจของหน่วยที่ปกป้องและป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นพร้อมทั้งสร้างกำลังพลรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน

                     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนขอสั่งการให้กรมการทหารสื่อสาร เตรียมความพร้อมในเรื่องการติดต่อสื่อสาร การให้แสงสว่างทั่วประเทศกับประชาชนทั่วประเทศ หากมีเหตุการณ์ไฟฟ้าดับเกิดขึ้น จะต้องมีการสื่อสาร ระหว่างส่วนผู้มิภาค ท้องถิ่น และส่วนกลาง จึงอยากให้ไปวางแผนในเรื่องนี้ โดยเอาสถานการณ์ช่วงที่เกิดไฟฟ้าดับ ใน 14 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาเป็นตัวอย่าง และหากเกิดเหตุไฟดับทั่วประเทศ หน่วยทหารสื่อสารจะมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง เพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ ของกองทัพบกว่า ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ทุกสถานการณ์

                     "โดยในส่วนของทหารนั้น เรามีอุปกรณ์ทางการทหาร ทั้งเครื่องปั่นไฟ เครื่องมือในการติดต่อสื่อสารทางวิทยุ และอุปกรณ์ส่องสว่าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้ในระยะแรกและประสานงานกับกองทัพภาค ที่มีพื้นที่ในความรับผิดชอบทั้ง 77 จังหวัด ระดมเครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ไปช่วยเหลือประชาชนหากเกิดเหตุการณ์พร้อมจัดตั้งหน่วยบรรเทาสาธารณภัย เรียกว่าหน่วยทหารสายฟ้า" ผบ.ทบ. กล่าว

 

'ประยุทธ์' เสนอล้อมรั้วตลอดชายแดนใต้

 

                     พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบง) ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ลอบวางระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่องว่า เรื่องนี้มีมาตลอด ผู้ก่อความไม่สงบพยายามกดดันรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐให้กลับมาสนใจ โดยอ้างเหตุผลความไม่เป็นธรรม ประวัติศาสตร์ ทุกวันนี้เราพยายามเน้นเรื่องการพัฒนาให้มากขึ้น

                     "แต่สิ่งที่เป็นปัญหาและมีแนวโน้มที่ดีขึ้น คือการบูรณาการ ทั้งกระทรวง ทบวง กรม อย่างไรก็ตามฝ่ายก่อเหตุพยายามต่อสู้ เพื่อให้รัฐอยู่ภายใต้สิ่งที่เขาต้องการ วันนี้จะบอกว่าเหตุระเบิดมากขึ้นหรือไม่ เขาก็พร้อมทำได้ทุกวัน ตราบใดที่ยังไม่สามารถทำลายเครือข่ายเขาได้ ทุกวันนี้เราได้ทำลายเครือข่ายวางระเบิดไปหลายเครือข่ายแล้ว มีการจับกุมดำเนินคดี แต่เนื่องจากเราพยายามใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในการดำเนินการจึงทำให้มือระเบิดหลายรายได้รับการประกันตัว แต่เรากำลังติดตามพฤติกรรมของพวกนี้ว่า มีส่วนร่วมกับผู้ที่อยู่ภายนอกหรือไม่ รวมถึงจำนวนของมือระเบิดที่ได้รับการประกันตัวมีกี่คน และอยู่ที่ไหนบ้าง ซึ่งผมได้เรียนให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี รวมถึง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม รับทราบไปแล้ว"

                     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องของอุปกรณ์ที่มีทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากภายนอกประเทศ จึงต้องขอความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ที่เป็นปัญหาคือ ระยะทาง และกำลังที่มีอยู่ที่ไม่เพียงพอต่อภารกิจและหน้าที่ เราพยายามคัดกรองตามแนวชายแดนกว่า 600 กิโลเมตร กำลังทหารบางส่วนไม่สามารถปิดการการลักลอบนำเข้าได้ทั้งหมด จึงได้ประสานไปยังกระทรวงมหาดไทย ประสานไปยังกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยดูแลตามแนวชายแดนเพราะตลอดแนวลำน้ำทั้งหมดสามารถข้ามไปมาได้ทุกช่องทาง

                     "ผมจึงได้เสนอแนวความคิดต่อนายกฯ หากมีความเป็นไปได้จะมีการสร้างรั้วชายแดนใต้ตลอดแนว เพราะเป็นพื้นที่ที่ไม่มีปัญหาในเรื่องของเขตแดน ทางนายกฯก็เห็นด้วย เพราะจะสามารถทำให้เราควบคุมช่องทางเข้าออกได้น้อยลง ผมเชื่อมั่นว่า หากเรามีการป้องกันตามแนวชายแดนครบระบบ ก็สามารถป้องกันสิ่งที่จะข้ามาจากนอกประเทศได้ เช่น สารตั้งต้นในการประกอบระเบิด ซึ่งเรื่องนี้จะต้องขอความร่วมมือในประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้มีการกำหนดลงไปในหัวข้อ การพูดคุยที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 13 มิ.ย. นี้ด้วย" ผบ.ทบ. ระบุ

                     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า การแก้ไขปัญหาในวันนี้สามารถตอบคำถามทุกอย่างได้ ทั้งเรื่องความเป็นธรรม และการพัฒนา รวมทั้งไม่ได้ใช้กำลังเข้าไปปราบปราม ซึ่งการแก้ไขปัญหาภาคใต้ต้องอาศัยประชาชนทั้งภายในและต่างประเทศ รวมถึงประชาชนในพื้นที่ เพราะทราบดีว่าใครเป็นใคร แต่ด้วยความกลัว ทำให้ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ และเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถจะดูแลรักษาความปลอดภัยได้ทุกหมู่บ้าน เมื่อถามถึงเหตุการณ์ระเบิดที่ปากซอยรามคำแหง 43/1ช่วงคืนวันที่23พ.ค.ว่า มีการเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องรอฟังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังสอบสวนอยู่ ซึ่งขณะนี้สามารถจับผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน อาจจะเป็นไปได้ว่า เป็นเรื่องของความขัดแย้ง

                     เมื่อถามว่า หน่วยงานทางความมั่นคงได้มีการติดตามบุคคลที่เป็นแนวร่วมที่อาจเข้ามาในพื้นที่กทม. หรืออาจเป็นนักศึกษาที่ศึกษาในบริเวณนั้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "เราห่วงมาโดยตลอดว่าจะต้องเกิดสถานการณ์แบบนี้ โดยมีการพูดมานานแล้ว ทั้งนี้ กอ.รมน. มีหน้าที่ดูแลทุกพื้นที่ไม่ใช้เฉพาะในพื้นที่ภาคใต้"