ข่าว

ผู้ส่งออกจี้รัฐเร่งขายข้าวในสต็อก!

ผู้ส่งออกจี้รัฐเร่งขายข้าวในสต็อก!

27 พ.ค. 2556

ผู้ส่งออกไทย จี้รัฐบาลเร่งระบายข้าวในสต็อก ห่วงราคาข้าวไทยพุ่งแซงหน้าคู่แข่ง ขณะที่เงินบาทแข็งค่าซ้ำเติม ส่อฉุดส่งออกข้าวปีนี้หดเหลือแค่ 6 ล้านตัน

 

                          นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์การส่งออกข้าวไทยว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2556 ผู้ส่งออกไทยสามารถส่งออกข้าวไปแล้วประมาณ 1.9 ล้านตัน ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งส่งออกได้น้อยอยู่แล้วประมาณ 2.3 ล้านตัน เท่ากับยอดขายหายไปกว่า 10% และมีแนวโน้มว่า ทั้งปีจะสามารถส่งออกได้ประมาณ 6 ล้านตัน ไม่ถึง 6.5 ล้านตัน ตามที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกเข้ามาที่จะทำให้มีคำสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มเติม ประกอบกับประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามและอินเดียต้องเร่งระบายข้าวในสต็อก

                          "ที่สำคัญทั้งสองประเทศยังกำหนดราคาส่งออกต่ำกว่าข้าวไทย และเมื่อรวมกับปัจจัยค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมากกว่าค่าเงินในภูมิภาคเดียวกันก็ยิ่งทำให้การส่งออกข้าวไทยเป็นไปด้วยความยากลำบาก" นายชูเกียรติกล่าว

                          ดังนั้นผู้ส่งออกไทยเสนอให้รัฐบาลเร่งระบายข้าวที่คาดว่าจะมีอยู่กว่า 10 ล้านตัน ออกสู่ตลาด รวมทั้งปรับลดราคาการรับจำนำลงให้เป็นราคาที่ใกล้เคียงกับราคาตลาดโลกที่ทำให้ผู้ส่งออกสามารถแข่งขันได้ และช่วยเหลือเกษตรกรในด้านอื่นๆ เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพราะจากการที่ได้หารือกับผู้นำเข้าที่เป็นคู่ค้าของไทยต่างก็ต้องการนำเข้าข้าวจากไทย เนื่องจากมั่นใจในคุณภาพข้าวของไทย แต่ติดเรื่องราคาที่สูงจนทำให้ต้องหันไปนำเข้าข้าวจากประเทศอื่นๆ ที่มีราคาถูกกว่าไทย และคุณภาพก็ถูกพัฒนาให้ใกล้เคียงกับข้าวไทยมากขึ้น

                          นายชูเกียรติ กล่าวถึงการประชุม Thailand Rice Convention 2013 ระหว่างวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2556 ที่เชียงใหม่ มีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมกว่า 600 คนจาก 40 ประเทศ ว่า แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยต้องการตอกย้ำให้ทั่วโลกรับรู้ว่า ไทยจะเป็นศูนย์กลางของการส่งออกข้าว แต่หากรัฐบาลยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายการรับจำนำ หรือนโยบายการบริหารจัดการ รวมทั้งการส่งออกข้าว เชื่อว่าคงเป็นไปได้ยาก

 

มั่นใจทวงคืนอันดับ 1 ส่งออกข้าว

 

                          นางสาวกอบสุข เอี่ยมสุรีย์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยในงานประชุม Thailand Rice Convention 2013 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ว่า การที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการค้าข้าวอาเซียนได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายถัดไปของรัฐบาลว่าเมื่อเปิดประชาคมอาเซียนหรือเออีซี ปี 2558 จะมีการเปิดเสรีการค้าข้าวมากน้อยแค่ไหน กรณีที่เปิดกว้างเพื่อให้ผู้ลงทุนให้เพื่อนบ้านมาลงทุนซึ่งคิดว่าคงจะมีอยู่แล้วและอาจทำให้เพิ่มมากขึ้นหลังจากเปิด อีกส่วนหนึ่งคือการผลิตขณะนี้อาจจะยังไม่ได้เป็นนโยบายที่แน่ชัดว่าจะเปิดการผลิตมากน้อยเพียงใด หรือยืนยอมให้มีการไหลเข้ามาข้าวเปลือกหรือข้าวสารในประเทศรอบด้านมากน้อยเพียงใดคงต้องรอรัฐบาลให้มีความชัดเจน

                          ส่วนความพร้อมนั้นของประเทศไทยนนั้น มีมาตลอด ขณะนี้แม้จะมีการพัฒนาหลายด้านของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังเห็นว่าอุตสาหกรรมข้าวไทยมีความพร้อมมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านทั้งด้านโลจิสติก การผลิต แปรรูป และด้านบริการ เช่น การเงิน การขนส่ง ของไทยทันสมัยกว่าเพื่อนบ้าน ซึ่งการค้าความรวดเร็วสำคัญมาก ซึ่งไทยรวดเร็วมาก

                          ขณะที่โอกาสของไทยจะกลับมาเป็นที่ 1 ด้านปริมาณการส่งออกนั้น คิดว่าต้องค่อยๆ เพิ่ม ตอนนี้อันดับ 3 แต่ปริมาณไม่ได้ต่างจากอันดับ 1 และ 2 มากนัก ไม่ใช่ห่างกันเป็นล้านๆ ตัน คิดว่ายังมีโอกาส หากรัฐบาลสามารถมีสัญญาจีทูจีเพิ่มขึ้น ส่งมอบมากขึ้น โดยอัตโนมัติจะช่วยให้เรากลับเป็นอันดับ 1 เพราะเชื่อว่ารัฐบาลคงไม่ทำจีทูจีแบบเล็กๆ คงต้องทำระดับหลายแสนตัน หรือหลักล้านตัน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การพยากรณ์ของสำนักข่าวต่างประเทศคาดการณ์ว่าไทยกลับมาเป็นที่ 1 ได้

                          นางสาวกอบสุข กล่าวต่อว่า สถานการณ์การส่งออกข้าวล่าสุด ตอนนี้ตลาดโลกซึมอยู่ การค้าเอกชนอาจจะลำบากอยู่ ยังไม่เห็นปัจจัยบวก แต่อุตสาหกรรมข้าวเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ดังแต่ไม่ได้หมายความว่าจะซึมแบบนี้ไปตลอด ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ยังมองหาความหวังดีๆ อยู่ว่าจะขายได้ ขณะนี้อัตราแลกเปลี่ยนเห็นแนวโน้มดีขึ้นจากเมื่อ 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ปัจจัยดั้งเดิมพื้นฐานเรื่องราคาแพงยังเป็นอยู่ หากสามารถมีความช่วยเหลือจากภาครัฐจะช่วยผลักดันน่าจะดีขึ้น เพราะข้าวไทยมีความต้องการอยู่แล้ว หากสามารถทำให้ช่องว่างราคาระหว่างไทยกับคู่แข่งแคบเข้ามาได้ ไม่ว่าจะโดยอัตราแลกเปลี่ยนหรือต้นทุนจะทำให้ไทยกลับมาแข่งขันได้อีกอย่างง่าย

                          สำหรับปริมาณการส่งออกข้าวไทยภาคเอกชนปีนี้ที่ตั้งเป้าไว้ 6.5 ล้านตัน แต่ผ่านไป 4 เดือนสถานการณ์ดูไม่ดี คาดการณ์ว่าอาจจะมีการปรับลดประมาณการณ์ลงมาที่ 6 ล้านตัน แต่จะปรับอย่างเป็นทางการหลังเดือนมิถุนา รอสรุปสถานการณ์ภาพรวมครึ่งปีแรกก่อนว่าทิศทางเป็นอย่างไร