
'ปู'ห่วง!บึ้มรามฯสั่งมั่นคงหาสาเหตุ
'โฆษกรัฐบาล' เผย 'นายกฯ' เร่งหน่วยงานความมั่นคงหาสาเหตุระเบิดหน้ารามฯ คาดขัดแย้งทางธุรกิจ'ปานศิริ' ระบุ กล้องวงจรปิดจับภาพมือบึ้มได้
27 พ.ค.56 นายธีร์รัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิดบริเวณปากซอยรามคำแหง 43/1 เมื่อช่วงกลางคืนวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบเหตุการณ์แล้ว ซึ่งได้สั่งให้หน่วยงานด้านความมั่นคงตรวจสอบและรายงานให้ทราบ ซึ่งในสาเหตุเบื้องต้นเชื่อว่า เป็นความขัดแย้งทางธุรกิจ แต่ยังไม่ได้ตัดประเด็นเรื่องการก่อการร้ายออกไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหาสาเหตุ ซึ่งยังไม่ได้สรุปว่าเป็นเรื่องของการเมือง หรือเรื่องก่อการร้ายรวมถึงเกี่ยวโยงกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องปัญหาเกี่ยวกับมาเฟียหน้ารามฯ นายกรัฐมนตรี มีแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างไร นายธีร์รัตน์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังไม่มีนโยบายใดๆเพิ่มเติม เพียงแต่ขณะนี้ต้องการทราบรายงานและภาพเหตุการณ์โดยสรุปของเหตุการณ์ก่อนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะอะไร และอย่างไร เพราะเกรงว่าจะกระทบกับความเชื่อมั่น ทั้งนี้ คาดว่าบ่ายวันนี้คงจะมีข้อมูลเพิ่มเติมและนายกรัฐมนตรีจะให้สัมภาษณ์ด้วยตัวเองด้วย ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดูเรื่องมาตราการรักษาความปลอดภัยอย่างรอบด้านรอบมหาวิทยาลัยรามคำแหงเข้มงวดมากขึ้น
เมื่อถามว่า มีข่าวว่าสามารถจับตัวผู้ที่ก่อเหตุได้แล้ว นายธีร์รัตน์ กล่าวว่า จากการที่ได้หารือกับนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปรากฎว่ายังไม่ได้มีการจับตัวแต่อย่างใด
กล้องวงจรปิดจับภาพมือบึ้มรามฯ43/1ได้
พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ เพื่อติดตามความคืบหน้าเหตุระเบิด บริเวณปากซอยรามคำแหง 43/1 โดย พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้รายงานความคืบหน้า ว่า วัตถุระเบิด สันนิษฐานว่า เป็นชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่เกิน 1 กิโลกรัม ลักษณะการ -ประกอบใช้ตะปูเป็นสะเก็ดระเบิด ส่วนกล้องวงจรปิด หรือ CCTV จากธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อย รามคำแหง บริเวณใกล้เคียง สามารถบันทึกภาพก่อนเกิดเหตุไว้ได้ ซึ่งได้ให้พนักงานสอบสวนประสานกับธนาคาร เพื่อขอภาพทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานแล้ว คาดว่าจะนำมาตรวจสอบได้ในเช้าวันนี้ นอกจากนี้ กำชับให้พนักงานสอบสวนติดตามสอบปากคำผู้บาดเจ็บบางรายที่แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านด้วย
"ส่วนข้อมูลผู้ต้องสงสัย ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน โดยได้วางแนวทางการสอบสวน มุ่งประเด็นไปที่ความขัดแย้งของผู้ค้าในพื้นที่ และจะติดตามเจ้าหน้าที่เก็บขยะของกรุงเทพมหานคร มาสอบปากคำด้วย พร้อมประสานและตรวจสอบภาพจากกล้อง วงจรปิด ทั้งขาเข้าและขาออก ถนนรามคำแหง นอกจากนี้ ภายหลังมีความชัดเจนเรื่องวัตถุระเบิด ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหาเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน เพื่อนำมาเทียบเคียงหาความเชื่อมโยงของคนร้ายด้วย" พล.ต.ต.อนุชัย กล่าว
"บิ๊กแจ๊ส"นัดถกเครียดสงบปม"บึ้ม"บ่ายนี้กันพื้นที่อันตรายหวั่นประชาชนผวา
พ.ค.พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)ยังไม่ยืนยันสาเหตุที่ชัดเจนกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณปากซอยรามคำแหง 43/1 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานก่อนสั่งระดมฝ่ายสืบสวนนครบาลลงพื้นที่สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานสอบปากคำพยานและผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วนหาสาเหตุที่แท้จริงและฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงพี่น้องประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์ สามารถแจ้งเบาะแสมายังเจ้าหน้าที่ สน.หัวหมาก และตำรวจนครบาลได้ทันทีเพื่อประโยชน์ในการสอบสวน
ล่าสุด ผู้บังคับบัญชาระดับสูงมีคำสั่งถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องห้ามให้ข่าวความคืบหน้าใดๆ อย่างเด็ดขาดจนกว่าจะมีความชัดเจนในเรื่องที่เกิดขึ้นเกรงจะเกิดความสับสนและทำให้ประชาชนหวาดกลัวพร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่ดูแลจุดเกิดเหตุและพื้นที่เฝ้าระวังอย่างเข้มงวดและให้กันเป็นเขตพื้นที่อันตรายห้ามเข้าเด็ดขาด ภายหลังหน่วยเก็บกู้และตรวจสอบทำวัตถุระเบิด เข้าตรวจที่เกิดเหตุในเช้ามืดที่ผ่านมาสามารถเก็บภาชนะบรรจุ สายไฟและเศษตะปูจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ผบช.น.เรียกประชุมผลคืบหน้าการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอีกครั้งในบ่ายวันนี้ พร้อมส่งทีมสอบสวนไปสอบปากคำผู้บาดเจ็บ พยานที่อยู่ในเหตุการณ์และตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดรอบบริเวณเพิ่มเติมแล้วและสั่งคุมเข้มจุดเกิดเหตุห้ามไม่ให้บุคคลภายนอก เข้าไปยุ่งเกี่ยวอย่างเด็ดขาดและให้ปิดการจราจร 1 ช่องทางจนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้นท่ามกลางเศษขยะเกลื่อนกระจายเต็มพื้นที่ โดยร้านค้าต่างๆ ในย่านดังกล่าวต่างปิดเงียบด้วยความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น ขณะที่การจราจรถนนรามคำแหงฝั่งขาออก จากช่วงแยกวัดเทพลีลา มุ่งหน้าการกีฬาแห่งประเทศไทย ยังคงติดขัดเป็นอย่างมาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ปิดการจราจร 2 ช่องทาง บริเวณปากซอยรามคำแหง 43/1 เป็นระยะทางยาวประมาณ 100 เมตร ขณะที่ประชาชนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงและที่ผ่านไปมาต่างหยุดชลอดูสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น
พ.ต.อ.สาโรช ซุ่นทรัพย์ รองผู้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 กล่าวว่า ได้สอบปากคำผู้บาดเจ็บแล้วและอยู่ระหว่างการตรวจภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณหน้าร้านทำผม และหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยรามคำแหง และเส้นทางโดยรอบซึ่งยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุและประเด็นที่ชัดเจนต้องรอผลตรวจวัตถุระเบิดจากหน่วย EOD ก่อน ส่วนเบาะแสอื่น ๆ ไม่สามารถเปิดเผยได้
"เลขาธิการสมช."ระบุเหตุระเบิดซอยรามฯ 43/1 ไม่น่าเกี่ยวไฟใต้
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุระเบิดบริเวณปากซอยรามคำแหง 43/1 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนสอบสวน แต่ยังไม่ได้ความกระจ่าง แต่ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดูในทุกประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว ความขัดแย้ง หรือจะไปยึดโยงประเด็นไหนที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าพยานหลักฐานยังขาดในเรื่องของตัวบุคคล ส่วนที่มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตัวบุคคลต้องสงสัยแล้วนั้น เป็นเพียงข่าว ในชั้นต้นยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย แต่ยังไม่ได้มีการเชิญตัวมา
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ว่าจะมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้ตามมาอีก พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ในสถานการณ์ตอนนี้พอดีมีปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกทม.บางส่วนขึ้นมา ก็เลยมีข้อกังวลใจขึ้นมา แต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับให้มีการรักษาความปลอดภัยในทุกพื้นที่ รวมทั้งพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติอยู่เป็นจำนวนมากด้วย เมื่อถามว่า สมช.ประเมินหรือไม่ว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า มองดูจากรูปการณ์แล้วไม่น่าจะเกี่ยวข้อง ทั้งจากการดูรูปการณ์ในพื้นที่และสถานที่ที่เกิดเหตุดูแล้วไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
เมื่อถามว่า เหตุใดจึงตัดความเชื่อมโยงในสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ออกไป เลขาธิการสมช.กล่าวว่า เพราะข้อเท็จจริงยังไม่ถึงขั้นนั้น ที่มีการพยายามเชื่อมโยงกันเพราะคนเห็นว่าเกิดเหตุในพื้นที่รามคำแหง และพอพื้นที่เป็นย่านรามคำแหงคนเลยจินตนาการกัน ขณะที่ระเบิดที่คนร้ายใช้แม้จะเป็นระเบิดแสวงเครื่องก็จริง แต่เทคนิคยังไม่ถึงขั้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งตอนนี้ยังไม่ได้จับใครเลย มีแต่ผู้ต้องสงสัย
หน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด เก็บหลักฐานเพิ่มเติมจุดเกิดเหตุระเบิด
เมื่อเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ EOD พร้อมเจ้าหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เดินทางเข้าตรวจสอบบริเวณหน้าร้านตัดผม ออกัส บริเวณปากซอย 43/1 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากเกิดเหตุระเบิดบริเวณแผงขายของเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นพบ เศษตะปู เศษกระป๋องเหล็ก ที่คาดว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องแรงดันต่ำ ใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งทำให้การจราจรบริเวณโดยรอบติดขัดเป็นอย่างมากในช่วงเช้า
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก อยู่ระหว่างการประสานกล้องวงจรปิดบริเวณหน้า ธ.คารกรุงเทพ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นจุดที่ทำให้คนร้ายนำระเบิดมาวางไว้ได้ เพื่อเร่งหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
...............................................
ข่าวเกี่ยวข้อง
- ระเบิด!หน้าปากซอยรามฯ43/1เจ็บอื้อ : http://www.komchadluek.net/detail/20130526/159481/ระเบิด!หน้าปากซอยรามฯ431เจ็บอื้อ.html



