ข่าว

ยื่นอาวุธผิดมือปัญหาคลาสสิกของอเมริกา

ยื่นอาวุธผิดมือปัญหาคลาสสิกของอเมริกา

27 พ.ค. 2556

ยื่นอาวุธผิดมือปัญหาคลาสสิกของอเมริกา : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman


            เวลานี้การเมืองในสภาของสหรัฐ กำลังถกกันหน้าแดงหน้าด่างว่าจะช่วยกบฏซีเรียแค่ไหนดี เอาแค่ด้านมนุษยธรรมและสนับสนุนอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่อาวุธดีไหม หรือสนับสนุนทุกอย่างให้เต็มสูบไปเลย เพราะสถานการณ์มาถึงจุดที่ว่าถ้าชาติตะวันตกไม่ช่วยมากไปกว่านี้ สงครามจะล้นออกจากซีเรีย ไปติดชาติอื่นๆ เช่น เลบานอน ตุรกีและอิสราเอล ตะวันออกกลางจะลุกเป็นไฟ ดับยากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในสหรัฐเองยังมีคนคิดต่างกันอยู่มาก ฝ่ายที่อยากช่วยให้ถึงที่สุด เอาอาวุธไปให้กบฏ หรือถึงขั้นส่งทหารไปรบได้เลยยิ่งดีนั้น มักเป็นพวกอนุรักษนิยมที่อ้างการปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐ ในภูมิภาคและสงสารผู้บริสุทธิ์ไม่อยากให้ล้มตายมากไปกว่านี้ แต่ในความเป็นจริงจะต้องการปกป้องผลประโยชน์ยิวหรือเปล่าก็ไม่ทราบ

            แต่พวกสายที่อ่อนลงมาหน่อย เช่น พวกก้าวหน้าหรือออกไปทางซ้าย นั้นไม่ถึงกับคิดว่าไม่ควรช่วยฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียหรอก แต่ยังไม่อยากให้ถึงขั้นให้อาวุธร้ายแรง เพราะอาจจะเป็นการ "ยื่นอาวุธผิดมือ" ให้ฝ่ายตรงข้ามกับสหรัฐ ย้อนมาเล่นงานสหรัฐเองในอนาคต

            ปัญหาการยื่นอาวุธผิดมือให้ไปอยู่ในมือศัตรูนั้นเป็นปัญหาคลาสสิกที่อเมริกายังแก้ไม่ตก ก็เพราะอเมริกาไม่สามารถทำอะไรได้ทุกอย่างด้วยตนเอง เนื่องจากกำลังพลไม่พอบ้าง ไม่คุ้นเคยสภาพแวดล้อมในยุทธบริเวณบ้าง ยิ่งถ้าทหารของตนตายลงมากรายขึ้น มหาชนในประเทศก็จะออกมาต่อต้านสงคราม ต้องถอยฉากออกมาอยู่ดี ดังนั้น อเมริกาเลยต้องการพันธมิตรทั่วโลก ช่วยมากบ้างน้อยบ้าง เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางทหารของตน แล้วอเมริกาก็ช่วยสนับสนุนทั้งเงินทอง คำปรึกษา การขนส่ง ตลอดจนอาวุธยุทธภัณฑ์ให้พันธมิตรเหล่านี้รบแทนบ้าง รบเคียงไหล่บ้าง ทั้งลับและไม่ลับ แต่ผลที่ตามมาหลังจากชนะศึกแล้วบางทีกลับไม่เป็นผลดีต่อสหรัฐ

            ที่ชัดเจนที่สุดคือกรณีอัฟกานิสถานยุค 80 ที่อเมริกาช่วยเหลืออาวุธปืนเล็กกลุ่มมูจาฮีดีนมิใช่น้อยในการรบกับโซเวียต ผลคืออัฟกานิสถานรอดพ้นระบอบคอมมิวนิสต์ได้ในที่สุด แต่ก็วุ่นวายไม่จบจนทุกวันนี้ เพราะแตกแยกทั้งประเทศ และมีกลุ่มที่เคยได้รับการอุ้มชูช่วยเหลือจากสหรัฐ กลายมาเป็นปรปักษ์อย่างแรงที่พัฒนาเป็นตาลีบัน เป็นอัล-ไกดาทุกวันนี้

            นัยสำคัญของการสนับสนุนทางด้านอาวุธนั้นไม่ได้อยู่ที่ชนพื้นเมืองฝ่ายที่สหรัฐสนับสนุนจะเอาอาวุธนั้นมารบกับสหรัฐในอนาคต แต่อยู่ที่ชนพื้นเมืองนั้นจะเหมือนเสือติดปีก มีศักย์สงครามทัดเทียมกับฝ่ายรัฐบาลมากขึ้น และจะโค่นรัฐบาลได้ไว ตัวอย่างชัดๆ ล่าสุด คือสงครามลิเบีย ที่ถ้านาโตไม่เข้าช่วยฝ่ายกบฏแล้ว มีหวังกัดดาฟีชนะแน่นอน แต่พอช่วยแล้ว ผลเป็นไง ทุกวันนี้รัฐบาลวอชิงตันต้องหวานอมขมกลืนกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลใหม่ของลิเบียหลายคนที่เป็นอัล-ไกดาเก่า กลุ่มเคร่งจารีตหัวรุนแรงซึ่งก็เกลียดอเมริกาอยู่แล้วเหิมเกริมยิ่งขึ้น ส่วนประชาชนที่อยากได้ประชาธิปไตยอย่างบริสุทธิ์ก็หน้าแห้ง

            กรณีซีเรีย ก็เป็นอีกกรณีที่ยังไง บาร์ซา อัล อัสสาด ก็ไม่ลาออก อยู่เข่นฆ่าประชาชนควบคู่กับเข่นฆ่ากบฏ เรียกว่ามีทั้งหน้ามารหน้าเทพ ลำพังซีเรียละเมิดสิทธิมนุษยธรรม ชาติตะวันตกแค่กระอักกระอ่วนใจทนกันมาได้จะ 3 ปีแล้ว ยิ่งฆ่ากบฏหัวรุนแรงก็ไม่เป็นไร เพราะพวกนี้ก็เป็นศัตรูกับสหรัฐ แต่อเมริกาและอิสราเอลทนไม่ได้ที่ซีเรียรบทุกท่า เพื่อขยายวงสงคราม เช่น สนับสนุนเฮซบอเลาะห์ยั่วอิสราเอลเป็นระยะ เป็นต้น เลยอยากจะโค่นอัสสาด แต่จะช่วยกบฏได้อย่างไรดี เพราะช่วยไปแล้วกบฏชนะ พวกหัวรุนแรงที่เป็นปรปักษ์ต่อคุณค่ายึดถือของชาติตะวันตกอาจครองประเทศ ซีเรียจะวุ่นยิ่งกว่าเดิม ตะวันออกกลางอาจเลวร้ายลงกว่านี้

            แต่บางฝ่ายกลับเห็นความจำเป็นของการไม่นิ่งดูดาย เพราะคิดว่าถ้าช่วยกบฏก็อาจจะเป็นการกุมชะตากรรมในอนาคตให้ยังอยู่ในมือสหรัฐได้ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ปล่อยสถานการณ์เป็นไปอย่างนี้ รัฐบาลหน้าของซีเรียก็จะเป็นศัตรูของวอชิงตันอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราน่าจะได้เห็นวาระสุดท้ายของรัฐบาลนี้ของซีเรียใกล้เข้ามาทุกที