
โสภณ ซารัมย์ลั่นผมไม่ใช่ พระสมเด็จ
ละครฉากใหญ่ว่าด้วยโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน วงเงินกว่า 6.4 หมื่นล้านบาท ถูกเนรมิตขึ้น ท่ามกลางพล็อตเรื่องความร้าวฉานในพรรคร่วมรัฐบาล และการต่อรองแลกผลประโยชน์ทางการเมือง ส่งผลให้ชื่อชั้นของ โสภณ ซารัมย์ ส.ส.บ้านนอกกจากบุรีรัมย์ แถมยังประทับตราด้วยยี่ห้อ
"สังคมมักจะยึดติดแต่ภาพภายนอกเห็นแขวนพระสมเด็จก็นึกว่าดี แต่หารู้ไม่ว่าไม่ใช่พระสมเด็จ แต่เป็นพระปลอม เพราะไม่มีใครรู้จริงว่า พระสมเด็จปลุกเสกมากี่รุ่นกันแน่ ไม่อยากต่อว่า ใครดีหรือไม่ดี แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับผมด้วย แม้ผมจะไม่ใช่พระสมเด็จ แต่ผมไม่ใช่พระปลอม เป็นพระที่มีกำเนิด"
นี่คือสุ้มเสียงของ “โสภณ” เมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่สังคมออกมาต่อต้านโครงการเช่ารถเมล์ ที่พรรคภูมิใจไทยเป็นต้นคิด และอยู่เบื้องหลังการผลักดันโครงการมาหลายสมัย นับตั้งแต่ยุค สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี เรื่อยมา
เป็นเพราะต้นทุนของพรรคภูมิใจไทยต่ำหรือไม่ ที่ทำให้สังคมต้องออกมาจับจ้อง ??
ก่อนผมจะมาเป็นรัฐมนตรี ทุกคนก็ทราบว่านักการเมืองทุกคนมีคนอยู่เบื้องหลังกันหมดแหละ พอผมมาเป็นรัฐมนตรี คนก็บอกว่าไอ้นี่เป็นนอมินีของเนวิน เป็นร่างทรง ผมไม่ปฏิเสธว่าที่มาของผมเป็นอย่างไร แต่ผมคุยกันจบแล้ว คุยกับคุณเนวิน ว่าสิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ ผมเป็นคนตัดสินใจ และวันนี้ผมยืนยันว่าคนที่ตั้งผมมาไม่ได้เลวร้ายอย่างที่สังคมคิด
เหมือนตอนผมเป็น ส.ส.ครั้งแรก นอนกางมุ้งอยู่นะ แต่คนบ้านผมบอกว่า เป็น ส.ส.อะไรบ้านก็เก่า ไม่สมฐานะ ก็เลยไปกู้เงินธนาคารมาสร้างบ้านร่วม 8 ล้านบาท บวกเงินเก็บที่พอมีอยู่บ้าง ก็เอามาสร้างบ้าน รู้ไหมพอผมสร้างบ้านเสร็จแล้วคนว่าไร เขาก็บอกว่า ไอ้นี่โกง โกง โกง เป็น ส.ส.มา 4 ปี รวยแล้วมีเงินสร้างบ้านหลังใหญ่โต แต่เขาก็ไม่ถามว่าเราเป็นหนี้เท่าไหร่ในการกู้มาสร้างบ้าน ทุกวันนี้ก็ยังใช้หนี้อยู่
เหมือนกับโครงการเช่ารถเมล์ ก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเข้ามาหาผลประโยชน์ตั้งแต่แรก ??
วันนี้สังคมออกมาบอกเหมือนกับว่ามีการโกงเกิดขึ้นแล้ว ทั้งที่โครงการนี้ยังเสร็จไม่ถึงครึ่งทางเลย ได้แค่ประมาณ 49% แต่สังคมสรุปแล้วว่ามีการโกงเกิดขึ้นแล้ว พอบอกว่าโสภณเป็นคนคิด คนก็บอกว่านี่เป็นการหากิน เป็นการหาทุนเข้าพรรค พรรคภูมิใจไทยจะหาทุนเลือกตั้ง
ต้องบอกอย่างตรงไปตรงมาว่าการตรวจสอบเหมือนกับไม่ให้ความเป็นธรรมกับผม ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นการตรวจสอบตามภาพลักษณ์ ถ้าเป็นโครงการของคนในชั้นสูงตระกูลดี ร่ำรวยมาก่อน ไม่โกง ไม่ต้องตรวจสอบ พวกนี้เพราะร่ำรวยมาก่อน เป็นพระสมเด็จมาแล้ว จะปลอมหรือไม่ ไม่รู้ แต่เป็นพระสมเด็จ เห็นห้อยในคอก็พากันกราบกันไหว้ แต่อยากให้ตรวจสอบด้วยว่าพระสมเด็จที่อยู่ในคอเป็นของปลอมหรือของเก๊
เรื่องนี้จุดเริ่มต้นจริงๆ มาจากสภาพัฒน์ ที่เสนอแผนปรับปรุงการบริการขนส่งมวลชนว่า ขสมก.จะต้องมีการปรับปรุง ต้องมีการฟื้นฟู ในขณะที่เสนอโครงการนั้นเห็นว่าไม่สมควรซื้อ ไม่ใช่อยู่ดีๆ แล้วนายโสภณจะคิดมาเช่ารถเมล์เอง มันไม่เป็นธรรมกับผม
ที่สุดแล้วหากบอร์ดสภาพัฒน์ฟันธงว่าเห็นควรต้องซื้อ จะทำอย่างไร ??
ก็ต้องซื้อตามนั้น แต่วันนี้ผมต้องอธิบายวิธีการเช่าว่า เราไม่ได้ออกไอเดียเพื่อทำมาหากิน เพราะพรรคภูมิใจไทยเสียหาย นายโสภณเสียหาย ยืนยันว่าที่ผ่านมาวอร์รูมภูมิใจไทย หรือคุณเนวินไม่ได้มีการมาติวเข้มผม เพราะทุกอย่างเราคุยกันจบแล้ว และผมคิดว่าผมได้อธิบายใน ครม.จนเป็นที่น่าพอใจแล้ว ผมก็พอใจ ส่วนใครจะฟังหรือไม่ฟัง รับได้หรือไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เพราะผมถือว่าได้ทำหน้าที่แล้ว ทุกวันนี้ข่าวเรื่องรถเมล์สร้างความสับสนจนกลายเป็นมหากาพย์ไปแล้ว
ก็ชี้แจงใน ครม.ครบทุกประเด็นแล้ว แต่ทำไม ครม.ไม่เข้าใจ ??
ครม.ไม่เข้าใจไม่เป็นไร แต่วันนี้ผมต้องชี้แจงให้สังคมเกิดความเข้าใจ ให้สังคมได้เห็น เพราะผมรับไม่ได้จริงๆ ถ้าผมบอกว่าจะซื้อ ผมก็ต้องถูกตำหนิว่าเอาอีกแล้ว พรรคภูมิใจไทยเอาอีกแล้ว จนขนาดไหนมึงก็ยังจะซื้ออยู่ ประเทศจนก็ยังจะกู้ กู้ กู้ มาซื้อรถเมล์เพื่อทำมาหากิน ผมเชื่อว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว จะเช่า จะซื้อ ผมก็โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง เพราะผมไม่ใช่พระสมเด็จ
ผมเป็นคนไม่กลัวเสียหน้า ถ้าประเทศชาติได้ประโยชน์ พร้อมรับฟัง พร้อมกลับได้ทุกเรื่อง จึงเป็นเหตุให้มีการปรับราคาได้ตลอด แต่คนก็บอกว่าโอ้โห ทำเหมือนซื้อของในตลาดสดเลย สองวันลดได้สองพันกว่าล้านบาท มันต้องการฝังและหมกเม็ดเอาไว้ ซึ่งความจริงเป็นการลดตามข้อเท็จจริงโดยเฉพาะเรื่องอัตราดอกเบี้ย
นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังออกมาระบุว่าวันนี้วิธีการซื้อน่าจะเหมาะสมที่สุด ??
วันนี้ถือว่าภาระผมหมดแล้ว เพราะภาระของผมคือ หนึ่ง ฟื้นฟู ขสมก.ให้หยุดเลือดไหล วันนี้ 16 ล้านบาท 10 วัน ก็ 160 ล้านบาท เงินทุกบาททุกสตางค์เป็นเรื่องภาษีของประชาชน หากโครงการนี้จะช้าก็เป็นเรื่องของรัฐบาล วันนี้ผมมีหน้าที่อยากเห็นคนกรุงเทพฯ ใช้รถที่มีคุณภาพ วันนี้เราใช้รถตามยถากรรม ผมอยากเห็นคนกรุงเทพฯ ใช้รถดีมีมาตรฐานและคิดว่าตรงเวลา ครอบคลุมประหยัด 30 บาททุกเส้นทางต่อได้ตรงเวลา โดยเฉพาะคนที่ขึ้นรถเมล์วันละสองถึงสามเที่ยวจะได้ประโยชน์
มีการมองว่าโครงการเช่ารถเมล์กลายเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองจนเกิดการเกี้ยเซียะผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ??
วันนี้ถ้ามองว่าเป็นการเมือง ผมก็ไม่ต้องยอมเสียหน้า ไล่มาตั้งแต่ 6.9 หมื่นล้าน จนเหลือ 6.4 หมื่นล้าน มันมีที่ไปที่มาอธิบายได้ เพราะเกี่ยวกับเรื่องดอกเบี้ย ถ้าเป็นเรื่องเกมการเมืองจริง ผมเคาะเอาไม่ดีกว่าหรือครับ หรือให้พรรคภูมิใจไทยเคาะเอาไม่ดีกว่าหรือ ถ้าพรรคไม่ยอม พวกผมไม่เคยออกมาพูดเลย ถ้าบอกว่าจะเอาเสถียรภาพของรัฐบาลมาต่อรอง พวกผมพูดไม่ดีกว่าหรือครับ ทำไมต้องให้คน 20 คน 30 คน หรือ 40 คนออกมาพูด พวกผมก็มีมือสนับสนุนรัฐบาลเหมือนกันนี่ เกิน 40 เสียงด้วยซ้ำ แต่พวกผมไม่ออกมาพูดไง สังคมเคยเห็นใจพรรคภูมิใจไทยไหม แต่กลับไปบอกว่าพรรคภูมิใจไทยหาตังค์ วันนี้เราไม่เคยเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูดต่อรองเลย ไม่ได้เป็นการเกี้ยเซียะ มีแต่การเอาเนื้อหามาพูดคุยกันล้วนๆ จึงไม่ต้องมีใครมาติวผม
ประชาธิปัตย์เคยคัดค้านเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น จึงต้องใช้กระแสสังคมบีบ??
เข้าใจว่าช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาค้านเพราะยังไม่มีทีโออาร์ ยังไม่มีรายละเอียด เขาก็ออกมาค้าน ถือว่าไม่เป็นอะไร และต้องเข้าใจว่าคนที่เป็นฝ่ายค้านก็ต้องหาเรื่องมาค้านอยู่ดี ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะมันเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะใช้กระแสสังคมมาบีบหรือไม่นั้นเราก็ไม่รู้ เพราะเราก็ต้องว่าไปตามความเป็นจริง
ว่ากันว่าเป็นเพราะนายกฯ กลัวกระแสสังคม และการตรวจสอบจาก 40 ส.ว.ที่ขู่คว่ำ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ??
ผมพูดแทนท่านไม่ได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่อยู่ในใจท่าน ซึ่งในที่ประชุม ครม.ท่านก็บอกว่าท่านไม่กลัวใครกดดัน จะบอกว่าวันนี้คนบ้านผมเห็นด้วยกับโครงการเกิน 40 คนแน่นอน แต่ทำไมเสียงไม่ดัง แต่ที่พูดนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นการพูดเพื่อท้าทาย หรือจะบอกว่า ส.ส.พรรคภูมิใจไทยมีเสียงสนับสนุนเกิน 40 อยู่แล้ว แต่ทำไมเสียงไม่ดัง และสิ่งที่ผมอยากทราบในวันนี้ว่า เสียงของคนที่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยอันไหนมันมากกว่ากัน แต่มันไม่สามารถรู้ได้เพราะคนที่ออกมาคัดค้านต้องออกมาคัดค้าน คนที่เห็นด้วยก็นอนอยู่บ้าน เห็นด้วยช่วยนิ่ง
คิดว่าแนวทางการทำประชาพิจารณ์เป็นทางออกที่เหมาะสมของโครงการนี้หรือไม่ ??
วันนี้มันเลยขั้นการทำประชาพิจารณ์แล้ว และผมเพิ่งได้ข้อสรุปว่าจะมีการจัดเวทีสัมมนาเพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนปัญหาโครงการในวันที่ 15 มิถุนายน ในหัวข้อ "ทิศทางรอดของ ขสมก." โดยเอาคนที่เป็นกลางที่สุดมาสัมมนากัน โดยเอาเหตุผลทางวิชาการมาพูดคุยกันว่าในขณะนี้ที่ศักยภาพของ ขสมก.เป็นอย่างนี้ จะมีแนวทางอย่างไรที่จะทำให้รอดได้ และในช่วงบ่ายอาจจะมีการเปิดเวทีฟังเสียงของประชาชน ผมจะนั่งฟังทั้งวัน แต่ไม่ใช่เป็นเวทีการเมืองเพื่อมาด่ากัน
มั่นใจการทำงานของบอร์ดสภาพัฒน์ทั้ง 15 แค่ไหน ??
เป็นเรื่องของสภาพัฒน์ เพราะถือว่าหมดหน้าที่ของผมแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาหาทางออกของสภาพัฒน์ ซึ่งผมก็ไม่เอาข้อมูลที่มีอยู่ให้สภาพัฒน์ มันเกินหน้าที่ของผมแล้ว เราต้องให้เกียรติองค์กรหรือบอร์ดของสภาพัฒน์ในการตัดสินใจ วันนี้ถือว่าหน้าที่ใครหน้าที่มัน ไม่แทรกแซงกันดีแล้ว
มีข้อครหาอย่างมากเรื่องการล็อกสเปก เอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการบางราย ??
โครงการนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่าทำไมไม่ซอยโครงการละ 400 คัน หรือ 200 คัน ผมถามเถอะ ถ้าผมซอยเป็นโครงการคนก็บอกเอาอีกแล้วแบ่งเค้กกันอย่างทั่วถึงเลย แบ่งกันกินครบหน้าครบตา ไม่มีการประมูลแข่งขันกัน ในเรื่องการซอยงานเราก็มีการพิจารณาจะไม่เกิดการแข่งขัน และสเปกรถจะเป็นอย่างไร การควบคุมมาตรฐานจะเป็นอย่างไร คือจะไม่ได้มาตรฐานเดียวกัน ถึงแม้จะมีการประมูลในสเปกเดียวกัน แต่การสำรองจะไม่เหมือนกัน เพราะหากรถเสียจะต้องมีรถมาเปลี่ยน หากมีการซอยแบ่งย่อย เกิดบางบริษัทไม่ยอมเสียค่าปรับไม่ยอมเอารถมาวิ่งกรณีรถเสียตามทีโออาร์ ก็จะส่งผลต่อผู้โดยสาร เพราะตามทีโออาร์กำหนดว่าตั๋วใบเดียวต้องขึ้นได้ทุกสาย ทั้งหมดนี้ได้มีการศึกษาไว้หมดแล้วจึงตกลงไว้ที่เจ้าเดียวทั้งหมด ส่วนคุณจะมาร่วมกันทำก็เป็นเรื่องของคุณ แต่คนรับผิดชอบต้องเป็นผู้เดียว เพื่อให้โครงการเดินต่อไปได้ ไม่ได้ล็อกเพื่อเจ้าใหญ่
มีการพูดกันถึงในเรื่องค่าคอมมิชชั่น ??
ผมไม่ทราบ เพราะวันนี้โครงการยังไม่เกิด ทุกวันนี้คนไปวิจารณ์กันทั้งๆ ที่โครงการยังไม่เกิด ใครเขาจะไปจ่ายให้ ครม.มันไม่มีหรอก มันคงไม่มีผู้ประกอบการโง่ขนาดนั้นหรอก ต้นไม้ยังไม่ทันได้ปลูกเลยจะกินผลแล้ว ไม่มีทางเป็นไปได้
นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ยอมรับได้กับการขาดทุนของ ขสมก.เพราะเป็นบริการสาธารณะ ??
การเป็นองค์กรบริการสาธารณะ ต้องเป็นบริการสาธารณะที่ดี ต้องบริหารจัดการที่ดี ไม่ใช่ขาดทุนไม่เป็นไร แล้วแต่มึงจะบริหารอีลุ่ยฉุยแฉก ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็รับไม่ได้ เพราะกระทรวงคมนาคมมีหน้าที่ในการบริหารจัดการงานในความรับผิดชอบให้เกิดประสิทธิภาพ มีคุณภาพ และประโยชน์ที่สุดกับประชาชน ผมต้องทำหน้าที่รัฐมนตรีให้คุ้มกับเงินเดือน พ้นหน้าที่ไปแล้วไม่อายคน
โครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นของรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล??
รอยร้าวไม่มีครับ อยู่ที่เหตุผล การทำงานร่วมกันต้องมีเหตุผล เข้าใจคนอื่นบ้าง เหมือนผมก็เข้าใจคนอื่น อะไรดี ผมก็ยอม ติดตรงไหนก็ว่ากันไป อะไรไม่โปร่งใสก็ว่า เราก็ยอมปรับมาเรื่อยๆ ถ้าเราบริหารประเทศเอาการเมืองมาบริหาร หรือบริหารเชิงการเมืองมากเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาประเทศในภาวะที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้ต้องใช้การเมืองน้อยที่สุด ใน ครม.ก็ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน ถึงขนาดที่ว่าพอ พ.ร.ก.เงินกู้ผ่าน พ.ร.บ.งบปี 53 ผ่านทุกอย่างก็เข้าสู่การเลือกตั้ง
น้อยใจบ้างหรือไม่ ทำไมสังคมจึงจับจ้องและคอยตรวจสอบโครงการของพรรคภูมิใจไทย ??
ก็อย่างที่ผมบอก พรรคภูมิใจไทยทำโครงการอะไร คนก็บอกว่าโอ้โหไอ้นี่ต้องโกง ต้องตรวจสอบให้ละเอียด พวกนี้หน้าโกง ความจริงสิ่งที่เห็นนั้นมันไม่ใช่ ลิ้นมันไม่มีกระดูก จะพูดอะไร พูดได้หมด การพูดเป็นเพียงลมปาก แต่สิ่งที่ผมกำลังทำคือการพิสูจน์ตัวเอง ที่ต้องทำหน้าที่รัฐมนตรีให้คุ้มกับเงินเดือน เมื่อพ้นหน้าที่ไปแล้วจะได้ไม่อายคน
บัญชา แข็งขัน - เสถียร วิริยะพรรณพงศา



