
'โอ๊ค'ปัดปรองดอง'ฆาตกร99ศพ'
'โอ๊ค' โพสต์สนับสนุน 'กฎหมายปรองดอง' ฉบับที่ 'ไม่ปรองดองกับฆาตกร 99 ศพ'
26 พ.ค. 56 นายพานทองเเท้ ชินวัตร โพสต์ข้อความวันนี้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า " ผมยินดีสนับสนุน 'กฎหมายปรองดอง' ฉบับใดก็ได้ที่ 'ไม่ปรองดองกับฆาตกร 99 ศพ' ครับ
เหตุผลและความจำเป็นที่ผมต้องสนับสนุน พรบ.ปรองดองฯ ฉบับใดฉบับหนึ่งก็คือ ช่วงหลายปีที่ผ่านมา การกระทำแบบสองมาตรฐาน ซึ่งรัฐบาลที่มาจากคณะปฏิวัติ 19 กันยา 49 ได้ฝังรากไว้ทั้งในรัฐธรรมนูญ , องค์กรอิสระ , กระบวนการยุติธรรมบางส่วน ฯลฯ ทำให้การตัดสินและพิจารณาเรื่องต่างๆ ผิดเพี้ยนไป ทำให้มีกลุ่มบุคคลในสังคมไทย ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. ผู้ที่ได้เปรียบจากผลพวง 2 มาตรฐาน 2. ผู้ที่ถูกกระทำจากผลพวง 2 มาตรฐานนี้ และ 3. กลุ่มผู้ที่อยู่ตรงกลาง แต่ได้รับผลกระทบจากข้อขัดแย้งของคนทั้ง 2 กลุ่ม
แน่นอนว่ากลุ่มที่ 1. ผู้ที่ได้เปรียบจากกระบวนการ 2 มาตรฐานนี้ ย่อมพึงพอใจในความได้เปรียบ และพยายามทุกวิถีทางที่จะยังคงสถานการณ์นี้ไว้ โดยกระทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้การปรองดองนี้เกิดขึ้นได้ เช่น กลุ่มบุคคลที่แพ้ซ้ำซาก ไม่มีโอกาสชนะการเลือกตั้งมาหลายสิบปี แต่มีตัวช่วยจากมือที่มองไม่เห็น ได้มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร สามารถพลิกสถานการณ์ จากแพ้เลือกตั้ง มาเป็นได้จัดตั้งรัฐบาล เป็นต้น
ส่วนกลุ่มที่ 2. ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกกระทำฯ ทุกวันนี้ยังคงรับเคราะห์รับกรรมอยู่ เขาและเพื่อนมาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ขอหีบเลือกตั้งจากรัฐบาล เพื่อน 90 กว่าคนกลับได้หีบศพไปแทน เขาย่อมต้องเรียกร้องหาความยุติธรรมครับ สิ่งหนึ่งที่ช่วยเพิ่มขวัญและกำลังใจในการต่อสู้ ของพวกเขาและเพื่อนทั้ง 90 กว่าคนก็คือ การที่ได้แรงใจแรงสนับสนุน จากกลุ่มบุคคลใน กลุ่มที่ 3. ที่มีใจรักความเป็นธรรม เพิ่มมากขึ้นเรื่อยในสังคม เมื่อคน กลุ่มที่ 3. นี้ ได้รับทราบข้อมูล 2 มาตรฐานมากขึ้น จึงได้ตัดสินใจเข้ามาเป็นแนวร่วมของ กลุ่ม 2. (ถ้าบังคับให้ตอบว่า 2+2 = 5 กูก็กล้าแดงวะ) ทำให้นับวันกลุ่มสนับสนุนจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สังเกตได้จากการชุมนุมที่ผ่านมา (ไม่ต้องจ้าง กรูมาเอง)
กลุ่มที่ 3. หลักการง่ายๆ ของกลุ่มนี้คือ ไม่ต้องการให้มีความวุ่นวายเกิดขึ้นครับ เหลืองปิดสนามบินก็เคือง เหลืองยึดทำเนียบก็เคือง แดงปิดราชประสงค์ก็เคือง รัฐบาลปิดล้อมฆ่าม็อบก็เคือง คือใครจะทำไร-เรียกร้องไรก็แล้วแต่ อย่าให้ฉันต้องเดือดร้อน ดังนั้นกลุ่มนี้จึงเอนเอียงไปข้างที่กุมความได้เปรียบ เพราะไม่ต้องการให้มีการเรียกร้องอะไรอีก เนื่องจากตนเองไม่ชอบความวุ่นวาย
ขณะนี้คนกลุ่มที่ 1. กำลังพยายามเดินสาย ดึงคนกลุ่มที่ 3. เพื่อให้เข้าร่วมปกป้องความได้เปรียบของตนเองไว้ครับ ทำทุกวิถีทางที่จะไม่ยอมให้การเมืองไทย อยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรม สิ่งที่ทำให้คน กลุ่ม 1. นี้ตกอยู่ในวังวน ก็คือ การกลัวแพ้ทักษิณฯ ไปเรื่อยๆ เพราะเกิดมาทั้งชีวิตยังไม่เคยชนะเลยสักครั้ง ประชาธิปไตยที่นานาประเทศเขาใช้กัน อย่าหวังเลยครับว่าไทยจะได้ใช้ ถ้ายังปล่อยให้คนกลุ่มนี้จ้องที่จะเอาเปรียบกันอยู่
แนวทางแก้ไขในมุมมองของผม คือ ต้องมีการล้างไพ่แล้วเล่นกันใหม่ครับ รัฐธรรมนูญสำรับเดิม ที่ผ่านการปรุงรสจากเผด็จการ รวมถึงการลงโทษเอาผิดกันแบบ 2 มาตรฐาน ต้องมีการพิจารณาใหม่ให้ถูกต้องยุติธรรม คน กลุ่ม 1. เคยปิดสนามบิน ประเทศชาติเสียหายหลายแสนล้านไม่เป็นไร คน กลุ่ม 2. เอามั่ง ปิด 4 แยกโดนล้อมฆ่าเกือบร้อย ที่เหลือต้องโทษติดคุกกันเป็นว่าเล่น แบบนี้ยอมไม่ได้หรอกครับ...ไม่ผ่านครับ...ไม่ผ่าน
ผมยืนยันว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไป คน กลุ่มที่ 2. ซึ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จะไม่ยินดีและไม่ยินยอม ให้มีการบังคับใช้กฎหมายแบบ 2 มาตรฐาน มาโกงมาเอาเปรียบกันอีกต่อไป กรรมการจะต้องเลิกเข้าข้าง เลิกโกงการตัดสิน หันมายึดกติกาประชาธิปไตยเป็นหลัก ประเทศชาติถึงจะไปรอดครับ ถ้าปล่อยให้คน กลุ่ม 1. ยังคงความได้เปรียบแบบนี้ต่อไป แถมด้วยผู้หลักผู้ใหญ่ในประเทศ ยังทำตัวเป็นแมวมองคอยปั้นเด็กในสังกัด ซึ่งยังเป็นลูกแหง่ที่ต้องคอยประคบประหงม ให้ขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศ หากยังปล่อยให้เด็กเล่นขายของกันต่อไปอย่างนี้ ขอบอกว่าอีกกลุ่มหนึ่งที่เสียเปรียบ (แต่ชนะเลือกตั้ง) มาตลอด เขาไม่ยอมแล้วครับ
ดังนั้นการที่จะทำให้บ้านเมืองสงบได้ คนทุกกลุ่มแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน ไม่ต้องมาเรียกร้องสิ่งใดอีก ก็คือการคืนความเป็นธรรมให้กับมวลชนทุกคนครับ เหตุการณ์วุ่นวายต่อเนื่องก็ให้จบกันไป แต่สำหรับคนที่สั่งการฯจนพี่น้องไทยต้องตายไปเกือบร้อยศพนั้น ควรต้องเข้าสู่การพิจารณาคดีที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายครับ
คำว่า 'ปรองดอง' ความหมายตรงข้ามกับคำว่า 'แตกแยก' โดยสิ้นเชิง ดังนั้น
'กฎหมายปรองดอง ต้องเป็นจุดเริ่มของความสงบในบ้านเมือง' ครับ "



