ข่าว

'ปชป.'ซัด'เต้น'เมินแก้ไข่แพง

'ปชป.'ซัด'เต้น'เมินแก้ไข่แพง

26 พ.ค. 2556

'ชวนนท์' ซัด 'ณัฐวุฒิ' ทำไข่แพง มี 'อากาศ' เป็นรมต.ยังดีกว่า ชี้ ปชช.มีสิทธิใช้ 'หน้ากากขาว' ต้าน 'แม้ว' เหน็บร่างปรองดอง 'เฉลิม' เป็นฉบับสุดซอย

 

                           26 พ.ค. 56  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า รัฐบาลมุ่งทำตามความต้องการทางการเมือง 2 เรื่องคือ การเสนอกฎหมายล้างผิด และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงไม่สนใจปัญหาประเทศชาติและประชาชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภาคใต้ สินค้าแพง และความเดือดร้อนของประชาชน เช่น ราคาไข่ไก่ที่แพงขึ้นแต่รัฐบาลกลับไม่พยายามที่จะคลี่คลายปัญหา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ทั้งๆที่ไข่ไก่เป็นอาหารจำเป็น เพราะเป็นโปรตีนราคาถูกสำหรับคนจน

                           สมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ก็เคยมีการล้อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เกี่ยวกับไข่ชั่งกิโล แต่ราคาไข่คละหน้าฟาร์มยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ สูงสุดอยู่ที่ 2.90 บาท แต่รัฐบาลชุดนี้กลับไม่ใส่ใจที่จะแก้ปัญหา โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ได้เรียกผู้ประกอบการมาประชุมเพื่อแก้ปัญหาไข่ไก่ราคาแพง และได้ข้อสรุปกำหนดเพดานราคาไข่คละหน้าฟาร์ม ให้แพงขึ้นอีก 10 สตางค์ เปิดโอกาสจากราคา 3.20 บาท เป็น 3.30 บาทเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตนได้ทำนายล่วงหน้าว่าราคาไข่คละหน้าฟาร์ม จะดีดตัวขึ้นตามเพดานที่นายณัฐวุฒิกำหนด และก็เป็นจริงตามนั้น เพราะในวันรุ่งขึ้นก็มีการแจ้งการปรับราคาไข่คละหน้าฟาร์มของสหกรณ์ไก่ไข่แปดริ้วจาก 3.20 บาท เป็น 3.30 บาท ตนจึงเห็นว่านโยบายของนายณัฐวุฒิเป็นการเปิดช่องให้ขึ้นราคา ซึ่งเป็นราคาไข่คละที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ทำให้ประชาชนเดือดร้อนมากขึ้น นี่คือตัวอย่างการขาดประสบการณ์ ความรู้ในการบริหารบ้านเมือง ทั้งนี้การที่นายณัฐวุฒิอ้างว่าไข่แพงเพราะอากาศร้อน ทำให้ผลผลิตสู่ตลาดน้อย ประกอบกับอุปสงค์มาก อุปทานน้อย เป็นเพียงข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น

                           "ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 เดือน ครม.ได้มีติวันที่ 12 มี.ค.2556 อนุมัติเงิน 131 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด โดยมีแผนซื้อไข่ออกจากระบบ 195 ล้านฟอง ใช้เงินเฉพาะส่วนนี้ 98 ล้านบาท ในระยะเวลา 6 เดือน ดังนั้นในช่วงเวลานี้จึงเท่ากับว่า ไข่ไก่ยังล้นตลาดและรัฐบาลต้องดูดซับส่วนเกินออกจากระบบ ตามมติครม.ที่จะครบกำหนดในเดือนก.ย. การอ้างไข่ไก่ในตลาดน้อยจึงไม่ใช่เพราะอากาศร้อน แต่เป็นวิธีการชงเองกินเอง ซึ่งเป็นเครื่องสะท้อนว่าเมื่อมีรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพ ก็เกิดความเสียหายกับประเทศชาติ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน วันนี้มีอากาศเป็นรัฐมนตรียังดีกว่ามีนายณัฐวุฒิเป็นรัฐมนตรี และอยากถามว่าเงิน 131 ล้านหายไปไหน ซื้อไข่จริงหรือไม่ หรือมีการโกงกินกัน เป็นรัฐบาลที่หากินเก่ง แต่บริหารงานไม่เป็นเลย"

 

ชี้กลุ่มโซเชียลเน็ตเวิร์กใช้รูป 'หน้ากากขาว' ต้านเผด็จการ 'แม้ว'

 

                           นายชวนนท์ แถลงถึงกรณีที่มีกลุ่มผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก ได้รวมตัวกันใช้รูปโปรไฟล์เป็น “หน้ากากขาว”หรือ “หน้ากากวี” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ต่อต้านระบอบเผด็จการทักษิณว่า เป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่คนส่วนใหญ่ของประเทศไม่พอใจ เพราะรัฐบาลลุแก่อำนาจ มีความเป็นเผด็จการในหลายเรื่อง ใช้มวลชนคนเสื้อแดงกดดันกลุ่มอื่น ๆ ทั้งองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ และพรรคการเมืองรวมทั้งภาคประชาชนที่เห็นต่างกับฝ่ายรัฐบาล

                           โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลปล่อยให้มีกลุ่มอันธพาล รุกรานกลุ่มอื่น ๆ ได้ ตนเชื่อว่าไม่มีประชาชนกลุ่มไหน ที่จะทนเป็นเบี้ยล่างของรัฐบาลได้ ดังนั้นการแสดงออกถึงการต่อต้านจึงต้องเกิดขึ้น และอาจจะรุนแรงมากขึ้นหากรัฐบาลยังไม่แก้ไข รวมถึงกลุ่มไทยสปริงที่นำโดย พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ

                           "เหตุการณ์หน้ากากขาวก็เป็นการแสดงสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ซึ่งสามารถทำได้ในระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้เกรงว่าหากรัฐบาลยังใช้ระบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน เหตุการณ์นั้นก็อาจจะพัฒนาไปสู่ความรุนแรงได้ และสุดท้ายอาจจะกลายเป็นสงครามกลางเมือง ที่คนในประเทศไทยไม่อยากเห็น จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่หากควบคุมการใช้กฎหมายได้อย่างชอบธรรมและตรงไปตรงมา รัฐบาลก็จะสามารถทำงานได้ครบ 4 ปี ไม่มีปัญหา แต่รัฐบาลควรหยุดใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของตเองและพวกพ้องเสียก่อน"

                           โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่าจะทำเรื่องฟ้องร้องกลุ่มคนที่ใช้รูปโปรไฟล์หน้ากากวีว่า การแสดงออกดังกล่าวเป็นสิทธิของประชาชน พรรคเพื่อไทยไม่เข้าใจการแสดงออกในสถานการณ์ แต่เหตุการณ์ที่กลุ่มวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.)ทำการปิดศาลรัฐธรรมนูญกดดันการทำงานของตุลาการ พรรคเพื่อไทยกลับสนับสนุนพฤติกรรมเหล่านี้

                           "รัฐบาลที่ปากเป็นประชาธิปไตยแต่ใจเป็นเผด็จการ ทำการละเมิดสิทธิผู้อื่นทุกกรณี แต่วันนี้จะมาไล่จับผู้ที่แสดงความคิดเห็นผ่านทางโซเชียลมีเดีย หากรัฐบาลทำเช่นนั้นก็จะทำให้คนไทยทั้งประเทศแปลงร่างเป็นหน้ากากวี ที่ต่อต้านเผด็จการกันหมด ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนคนไทยออกมาต่อต้านผู้ที่ลุแก่อำนาจประชาชน"

 

ย้ำอยากเห็นสันติภาพแดนใต้ พร้อมหนุนรัฐทุกรูปแบบ

 

                           นายชวนนท์ แถลงถึงสถานการณ์ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ตั้งแต่รัฐบาล ที่นำโดย พล.ท.ภราดร พัฒนาถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้เริ่มพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น สถานการณ์ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นหลายเหตุการณ์ อย่างไรก็ตาม ประชาธิปัตย์ยืนยันว่าอยากเห็นสันติภาพเกิดขึ้น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และพร้อมจะสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในทุกรูปแบบ ที่จะนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าว แต่ทั้งนี้ เมื่อมีการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น สถานการณ์ความรุนแรงกลับเพิ่มมากขึ้นหลายเหตุการณ์ ดังนั้นรัฐบาลจึงควรเร่งทบทวนมาตรการ แก้ไขปัญหาสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ใหม่ เนื่องจากการเจรจายังไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง

                           ทั้งที่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น และปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวัน แต่รัฐบาลไม่มีท่าทีการตอบรับตอบสนองในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง นอกจากนี้คนในรัฐบาลก็ไม่มีใครพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี , ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ซึ่งทำเหมือนเหตุการณ์ในภาคใต้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปกติ และปล่อยให้ประชาชนคนไทยชินชาว่าเรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ต้องพบเห็นบนหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวัน ซึ่งประชาชนในพื้นที่ต้องในพื้นที่เผชิญชะตากรรมกันเอง ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังและถูกทิศทาง เพราะไม่อยากให้ทหารและครอบครัวตกเป็นเหยื่อของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

 

เหน็บร่างปรองดอง 'เฉลิม' เป็นฉบับสุดซอย - เสื้อแดงถูกหลอกใช้

 

                           นายชวนนท์ แถลงกรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย 163 คน ร่วมลงชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เพื่อล้างความผิดให้กับทุกสีทุกฝ่าย ตั้งแต่ระดับแกนนำ คนที่ถูกสั่งฆ่าประชาชน และผู้ที่ทุจริตคอรัปชั่น ได้รับอานิสงส์ด้วยว่า ตนคิดว่าข้อเท็จจริงในสิ่งที่คนเสื้อแดงและพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องการคือ ร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับสุดซอยนี้ ซึ่งตนยังหาเหตุผลไม่ได้เลยว่า ในเมื่อคนในรัฐบาลพยายามกล่าวหา นายอภิสิทธิ์ เวชชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ว่าสั่งฆ่าประชาชน และพยายามใช้เครื่องมือจากทางตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาเล่นงานอย่างต่อเนื่อง

                           โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แต่อีกทางหนึ่ง ก็พยายามออกกฎหมายล้างผิด และบอกว่านายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพ จะได้รับประโยชน์ด้วยนั้น ตรรกะนี้เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นขบวนการหลอกลวงคนเสื้อแดงที่เกิดขึ้นระหว่างแกนนำกับคนในรัฐบาล ทั้งที่กระบวนการยุติธรรมในขณะนี้ คนเสื้อแดงน่าจะทราบดีว่าไม่มีทางเอาผิดนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพได้ เนื่องจากทั้ง 2 ปฏิบัติตามขั้นตอนขอบเขตกฎหมาย ฝ่ายตรงข้ามจึงรู้ดีว่าจะบิดเบือนข้อเท็จจริงได้เฉพาะกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น ด้วยการสั่งข้อหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจและดีเอสไอ แต่เมื่อถึงชั้นศาล นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ คงมีแนวโน้มชัดเจนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จึงกลัวว่าถ้ากระบวนการไปถึงชั้นศาล คนที่ติดคุกจะไม่ใช่นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ แต่เป็น 24 แกนนำคนเสื้อแดงเอง ที่อาจได้รับโทษถึงประหารชีวิต

                           "อยากเรียกร้องให้คนเสื้อแดงได้เห็นว่า พวกท่านถูกหลอกใช้มาอย่างน้อย 4 ปีแล้ว วันนี้คนเสื้อแดงกำลังจะตายฟรี ถ้าไม่รีบออกมาร่วมกันต่อต้านกฎหมายที่จะล้างผิดให้กับทุกคน เพราะนอกจากเรื่องนี้ประชาชนยังถูกสับขาหลอก ด้วยการที่รัฐบาลเดินหน้าร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ โดยมีจุดประสงค์นำแกนนำและคนที่สั่งฆ่าประชาชนมาลงโทษ โดยไม่เว้นความผิด แต่สุดท้ายนายวรชัยเอง ก็ไปร่วมลงชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ชัดเจนว่าละครฉากนี้ถูกสร้างขึ้นมา โดยมีคนเขียนบทชัดเจนว่าสุดท้ายต้องจบที่สุดซอย จึงอยากให้คนเสื้อแดงได้ฉุกคิดด้วยว่ากำลังถูกหลอกใช้"

 

จี้รัฐทำสัญญาประชาคมประชาชน '2 ล้านล้านบาทเกิดขึ้นจริง'

 

                           นายชวนนท์ แถลงถึงโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถร่วมในการพิจารณาให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินจำวนดังกล่าวได้ หากโครงการต่าง ๆ ไม่มีความชัดเจน หรือยืนยันกับประชาชนเจ้าของเงินได้ว่าจะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วย แต่ขอคัดค้าน 2-3 ประเด็น คือ 1. ไม่เห็นความจำเป็นต้องกู้เงิน 2 ล้านล้านให้อยู่นอกงบประมาณ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

                           โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนตรวจสอบการใช้เงินตามแผนของคณะกรรมาธิการฯ ที่จะเสนอสู่การเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรในปีงบประมาณ 2557 ถูกใช้เต็มที่ไม่เกิน 1.2 แสนล้านบาท แต่ร่างพ.ร.บ.งบประมาณที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันพุธนี้ ขาดดุลย์ไว้ 2.5 แสนล้านบาท หมายความว่า 1.2 แสนล้านที่จำเป็นต้องใช้ในงบฯปี 56-57 ไม่จำเป็นต้องกู้เลย เอาไปอยู่ในร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ซึ่งมีช่องว่างอยู่แล้ว 2.5 แสนล้าน สามารถเข้าไปอยู่ในพ.ร.บ.งบประมาณได้สบาย ๆ ยังเหลือที่ว่างอีกครึ่งหนึ่ง จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมต้องกู้ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่มีความจำเป็น

                           2. รายละเอียดชัดเจนของโครงการ ไม่ระบุอยู่ในแผนงานหรือเอกสารแนบที่รัฐบาลเสนอมา ดังนั้นถ้าพรรคประชาธิปัตย์ปล่อยผ่านโครงการเงินกู้แบนนี้ได้ ตนก็เชื่อว่า นอกจากเงินกู้ 2 ล้านล้านจะไม่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงแล้ว อีกหลาย 10 โครงการจะไม่มีโอกาสได้เกิดจริงในแผ่นดินไทย สุดท้ายจะถูกโกง ถูกเบียดเบียนและถูกเปลี่ยนแปลงจนสุดท้าย จะกลายเป็นอนุสรณ์แห่งความอัปยศแห่งความทุจริตอย่างโครงการโฮปเวลย์ เพราะฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า เราจำเป็นต้องตรวจสอบการใช้เงินของรัฐบาล ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน และรัฐบาลมีหน้าที่ต้องแสดงรายละเอียดโครงการ เพื่อทำเป็นสัญญาประชาคมว่า เงินแต่ละบาทที่ถูกใช้ไปนั้น จะเปลี่ยนแปลงมาเป็นโครงการต่าง ๆ อย่างแท้จริง เพราะตนเกรงว่าถ้าเราผ่านตรงนี้ไปได้ เงิน 2 ล้านล้านก็จะเป็นภาระหนี้สินต่อประชาชน และสุดท้ายจะถูกคอร์รัปชั่นจนโครงการเกิดไม่ได้ แต่หนี้สินยังคงอยู่ติดตัวลูกหลานไปอีก 50 ปี โดยไม่มีอะไรประสบความสำเร็จตามแผนงานเลย เรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่พรรคต้องต่อสู้อย่างเต็มที่