
สิงโตซิวชัยนัด6บุกต้อนตือ4-0แซมบ้าฟอร์มเทพ
"สิงโตคำราม" อังกฤษ เก็บชัยชนะเป็นนัดที่ 6 ติดต่อกันในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรป บุกต้อน คาซัคสถาน 4-0 แม้ ฟาบิโอ คาเปลโล รับลำบากช่วงแรก ขณะที่ "แซมบ้า" บราซิล โชว์ฟอร์มสุดคมบุกถล่ม "จอมโหด" อุรุกวัย ด้วยสกอร์เดียวกัน แทบลอยลำเข้ารอบ ส่วน "กังหันสี
ศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรปกลุ่ม 6 "สิงโตคำราม" อังกฤษ จ่าฝูงที่ชนะมา 5 นัดรวด ออกไปเยือน คาซัคสถาน รองบ๊วยที่เพิ่งมีแค่ 3 แต้ม แต่ ฟาบิโอ คาเปลโล กุนซือของทีมยังขนผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ลงสนามอย่างเต็มที่โดยมี เวย์น รูนีย์ เป็นหัวหอกคู่กับ เอมิล เฮสกีย์ ซึ่งเกมในช่วงแรกเจ้าถิ่นเน้นตั้งรับทำให้ อังกฤษ เล่นกันลำบากพอสมควร แต่เมื่อถึงนาทีที่ 40 ทีมเยือนก็มาชิงจังหวะขึ้นนำได้เมื่อ สตีเวน เจอร์ราร์ด เปิดบอลจากทางซ้ายไปเสาสองให้ แกเรธ แบร์รี โหม่งย้อนเข้าเสาแรกเป็น 1-0
นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก อังกฤษ มาได้ประตูเพิ่มจากการยิงไกลของ เจอร์ราร์ด จะให้ข้ามหัว อเลกซานเดอร์ โมคิน แต่ถูกปัดออกมาเข้าทางให้ เฮสกีย์ ยิงซ้ำเข้าไปจบครึ่งแรกอังกฤษจึงนำ 2-0 ก่อนที่ครึ่งหลังจะเล่นแบบคุมเกมไปเรื่อยๆ จนนาทีที่ 73 ก็มาได้ประตูที่ 3 เมื่อ เกล็น จอห์นสัน ลุยขึ้นทางขวาเปิดให้ รูนีย์ ยิงจังหวะแรก โมคิน ปัดออกมาแต่ รูนีย์ ยังกลับตัววอลเลย์เป็น 3-0 และอีก 4 นาทีต่อมา แฟรงค์ แลมพาร์ด ซัดจุดโทษปิดท้ายให้ อังกฤษ ชนะไปท่วมท้น 4-0 เก็บชัยชนะรวดเป็นนัดที่ 6 มี 18 แต้มเต็ม
หลังจบการแข่งขัน ฟาบิโอ คาเปลโล ผู้จัดการทีมอังกฤษ ยอมรับว่าเกมในช่วงแรกค่อนข้างอึดอัดเนื่องจากนักเตะ คาซัคสถาน คอยไล่บอล และผู้เล่นบางคนหลงตำแหน่งกันไป แต่หลังจากที่ปรับเกมให้เล่นเร็วขึ้นและยิงประตูแรกได้แล้ว ทุกอย่างก็ง่ายขึ้น
"หมากรุก" โครเอเชีย เปิดบ้านรับ ยูเครน ในการเบียดแย่งกันเป็นอันดับ 2 และเริ่มเกมได้ 2 นาที ลูก้า โมดริช ยิงให้เจ้าถิ่นนำ 1-0 แต่จากนั้น ยูเครน มายิง 2 ลูกรวดจาก อังเดร เชฟเชนโก้ นาทีที่ 13 กับ โอเล็กซานเดอร์ กาย นาทีที่ 54 ก่อนที่ โครเอเชีย จะบดหนักตีเสมอได้อีกครั้งจาก โมดริช นาทีที่ 68 และช่วงเวลาที่เหลือ โมดริช ยิงชนเสาอีก 2 ครั้งไม่เป็นประตูจบเกมเสมอกันไป 2-2 และผลอีกคู่ เบลารุส ชนะ อันดอร์รา 5-1 สรุปคะแนนกลุ่มนี้ อังกฤษ 18 แต้ม, โครเอเชีย 11 แต้ม, เบลารุส 9 แต้ม และ ยูเครน 8 แต้ม
ขณะเดียวกัน "กังหันสีส้ม" ฮอลแลนด์ เป็นทีมแรกจากโซนยุโรปที่เข้ารอบสุดท้าย จากการบุกไปชนะ ไอซ์แลนด์ 2-1 ในกลุ่ม 9 จากประตูของ ไนเจล เดอยอง นาทีที่ 9, มาร์ค ฟานบอมเมล นาทีที่ 16 ก่อนที่ คริสเตียน ซิกูร์ดสสัน จะตีไข่แตกให้เจ้าถิ่นนาทีที่ 88 จึงชนะรวดเป็นนัดที่ 6 มี 18 แต้ม ทิ้งห่าง สกอตแลนด์ ทีมอันดับ 2 เพิ่งมีแค่ 7 แต้ม ไล่ไม่ทันแน่นอนแล้ว
ด้านการแข่งขันโซนอเมริกาใต้ "แซมบ้า" บราซิล ออกไปเยือน "จอมโหด" อุรุกวัย แล้วอาศัยความแน่นอนในการจบสกอร์ที่เหนือกว่ามากเอาชนะไปได้สบายๆ 4-0 โดยนำห่างก่อน 3-0 จาก ดาเนียล อัลเวส นาทีที่ 12, ฮวน โหม่งนาทีที่ 36 และ หลุยส์ ฟาเบียโน นาทีที่ 52 แต่นาทีที่ 66 ฟาเบียโน โดนใบเหลืองแดงจากการไปพุ่งล้ม ก่อนที่ บราซิล 10 คนยังได้ประตูเพิ่มอีกจากจุดโทษของ กาก้า นาทีที่ 75 ทำให้ชนะไปขาดลอย มีเพิ่มเป็น 24 แต้ม จาก 13 นัด สถานการณ์น่าจะเข้ารอบได้อย่างไม่มีปัญหา
"ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา ขนชุดใหญ่รับ โคลัมเบีย หลังจากที่รอบคัดเลือกครั้งล่าสุดเสียฟอร์มไปแพ้ โบลิเวีย ถึง 6-1 โดยช่วงต้นเกมทีมเยือนเร่งทำเกมรุกก่อน ขณะที่เกมของเจ้าถิ่นยังไม่ปะติดปะต่อทำให้จังหวะของ โคลัมเบีย ดูวูบวาบกว่าแต่ก็ยังทำอะไรกันไม่ได้จนจบครึ่งแรก
ส่วนผลอีกคู่ของโซนนี้ โบลิเวีย เวเนซุเอลา
ขณะที่การแข่งขันรอบคัดเลือกโซนเอเชีย "ซามูไร" ญี่ปุ่น กลายเป็นทีมแรกที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจากโซนเอเชีย หลังจากที่บุกไปเอาชนะ อุซเบกิสถาน หวุดหวิด 1-0 จากประตูของ ชินจิ โอคาซากิ นาทีที่ 9 ส่งผลให้ ญี่ปุ่น มีเพิ่มเป็น 14 แต้ม ขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 2 นัดในกลุ่ม 1 ตามด้วย "จิงโจ้" ออสเตรเลีย เป็นทีมที่ 2 จากการบุกไปเสมอ กาตาร์ 0-0 มี 14 แต้มเท่ากับ ญี่ปุ่น และทีมอย่าง บาห์เรน, กาตาร์ และ อุซเบกิสถาน ไล่ไม่ทันแล้ว
ส่วนการแข่งขันในกลุ่ม 2 "โสมขาว" เกาหลีใต้ เข้ารอบสุดท้ายแล้วเช่นกันจากการบุกไปเอาชนะ ยูเออี 2-0 มีเพิ่มเป็น 14 แต้ม จาก 6 นัด และผลอีกคู่ "โสมแดง" เกาหลีเหนือ เสมอ อิหร่าน 0-0 อันดับคะแนนกลุ่มนี้ เกาหลีใต้ 14 แต้ม, เกาหลีเหนือ 11 แต้ม, ซาอุดีอาระเบีย 10 แต้ม, อิหร่าน 7 แต้ม และยูเออี 1 แต้ม



