
อุตุฯเตือนคลื่นลม'อันดามัน'สูง
อุตุฯ เตือนชาวเรือระวังในการเดินเรือ คลื่นลม 'อันดามัน' สูง ขณะที่ 'กทม.-ปริมณฑล' มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 อุณหภูมิสูงสุด 36-37 องศาฯ
อุตุฯ พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 26 พฤษภาคม 2556 ระบุ ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04.00 น. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยเริ่มมีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติในระยะนี้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือในระยะ 1-2 วันนี้ไว้ด้วย
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 วันนี้ ถึง 06.00 วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร และนครพนม อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิสูงสุด 36-37 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ โดยกลุ่มฝนจะเคลื่อนจากด้านตะวันตกไปทางด้านตะวันออก อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
คลื่นซัดเรือหางยาว 'กระบี่' เสียหาย 76 ลำ ชาวบ้านระบุความเสียหายเทียบเท่าสึนามิ
จากเหตุการณ์คลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ซัดเรือโดยสารที่จอดอยู่บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวน้ำเมา ม.5 ตำบลไทยไทย อำเภอเมืองกระบี่ บริเวณอ่าวต้นไทร หมู่ที่ 7 เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ และชายหาดเกาะห้อง ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี อำเภออ่าวลึก จ.กระบี่ ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวน 141 คน ไม่สามารถเดินทางกลับจากเกาะดังกล่าวได้ เนื่องจากเรือหางยาวที่โดยสารไปนั้นได้รับความเสียหายจากถูกคลื่นซัดเมื่อวานนี้ (25 พ.ค.) ทำให้วันนี้เจ้าของเรือหางยาวกว่า 300 ลำ ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวที่อ่าวนาง ต้องนำเรือไปจอดหลบคลื่นลมภายในอ่าวหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เช่นเดียวกับที่อ่าวไร่เลย์ และเกาะพีพี นำเรือไปทอดสมอห่างจากชายหาด ป้องกันคลื่นลม และหยุดให้บริการนักท่องเที่ยวในระยะนี้
ส่วนชาวบ้านที่อ่าวน้ำเมา ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่วันนี้ ต้องเร่งนำซากเรือขึ้นจากชายหาดในช่วงน้ำขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงผ่านมา เพื่อที่จะนำไปซ่อมแซม ขณะที่ อบต.ไสไทย ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่มายังจุดดังกล่าวตั้งโต๊ะให้กับผู้ที่ได้รับความเสียหายเพื่อกรอกแบบฟอร์ม และให้เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป เบื้องต้นมีเจ้าของเรือทยอยมากรอกรายละเอียดแล้วจำนวนกว่า 30 ราย จากที่ลงชื่อไว้ 56 ลำ
ชาวบ้านเจ้าของเรือหางยาวรายหนึ่ง กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งมีความเสียหายเกือบเท่ากับ สึนามิเมื่อปี 2547 ซึ่งในช่วงเกิดเหตุนั้นน้ำขึ้นเต็มที่ จากนั้นก็มีลมแรงคลื่นถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วจนสร้างความเสียหายดังกล่าว
นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.กระบี่ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีเรือที่ได้รับความเสียหายรวม 76 ลำ โดยมีที่เกาะพีพี 13 ลำ อ่าวน้ำเมา 56 ลำ และเกาะห้อง 7 ลำ เบื้องต้นนี้คาดว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อลำละไม่ต่ำกว่า 10,000 - 200,000 บาท รวม 3-5 ล้านบาท
ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นในด้านการท่องเที่ยวนั้นคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เป็นเพราะภัยธรรมชาติ ซึ่งนักท่องเที่ยวเข้าใจ แต่ทั้งนี้ด้านบวกก็มีเช่นกัน เพราะสามารถเข้าให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที และหลังจากนี้ก็จะมีการนำเสนอต่อจังหวัดเพื่อขอรับการช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์เกิดขึ้นนี้ หลังจากนี้จะต้องหาแนวทางการป้องกัน โดยเฉพาะจุดจอดเรือหรือแนวกันคลื่น ซึ่งจะได้มีการหารือกันอีกครั้งหนึ่ง
นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ประกาศเตือนประชาชน เรือโดยสาร เรือประมง ให้ระวังคลื่นลมแรงในระหว่างวันที่ 26- 28 พฤษภาคม 2556 ซึ่งทะเลจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนเรือเล็กให้งดออกจากฝั่ง และขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด ส่วนเหตุการณ์คลื่นซัดเรือเมื่อวานนี้ เบื้องต้นได้เปิดให้เจ้าของเรือมาแจ้งลงชื่อเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้เร่งให้สำรวจเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ เบื้องต้นมีเรือที่มาลงทะเบียนแล้วกว่า 50 ลำ
สำหรับที่บริเวณชาดหาด บ้านหาดยาว หมู่ 2 ตำบลตลิ่งชัน อำเภอเหนือคลอง จ.กระบี่ หลังจากมีคลื่นลมแรง ปรากฏว่า ได้พัดเอาขยะ เศษไม้ อุปกรณ์ประมงจำนวนมากมาขึ้นฝั่งตลอดแนวชายหาด ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าลงเล่นน้ำ ซึ่งชายหาดแห่งนี้เป็นจุดที่รับคลื่นลมจากทะเลในอ่าวกระบี่ โดยชาวบ้านระบุว่า เมื่อเข้าสู่หน้ามรสุมจะมีขยะจากแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่ถูกทิ้งในทะเลพัดมาขึ้นฝั่งเป็นจำนวนมาก
พายุพัดต้นสนหาดปากเมง 'ตรัง' ล้ม 5 ต้น อช.นำเลื่อยยนต์ตัดเปิดทาง
เมื่อเวลา 11.30 น. มีรายงานว่า ลมพายุได้พัดต้นสน จำนวน 5 ต้น ยาวขนาด 15 เมตร ที่ขึ้นอยู่ข้างทางถนนทางไปท่าเทียบหาดปากเมง ม.4 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จนโค่นล้มปิดทับเส้นทาง ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
ดร.มาโนช วงศ์สุรีย์รัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่นำแท่งกรวยมาปิดกั้นเส้นทางบริเวณทางเข้าสามแยกปากเมง และเส้นทางก่อนถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีคณะทัวร์และนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย จีน และคนไทย เดินทางมาท่องเที่ยวทะเลตรัง ใช้เส้นทางดังกล่าวในการสัญจรผ่านไปยังท่าเทียบเรือ จำนวนมาก เกรงว่าจะเกิดอันตรายและไม่ปลอดภัย
พร้อมกันนั้นได้สั่งให้คนงานนำเครื่องเลื่อยยนต์และขวานมาตัดฟันต้นสนที่โค่นล้ม เพื่อเปิดทางให้รถทุกชนิดสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ตามปกติ แต่ก็ต้องเฝ้าระวังต้นสนบริเวรดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีหลายต้นที่เริ่มโน้มเอียงทำท่าจะโค่นล้มลงมาแล้ว
นางดวงกมล แสงศรีจันทร์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 ม.4 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา เจ้าของร้านอาหารจิตติมา กล่าวว่า ในช่วงดังกล่าวมีคลื่นลมแรงและลมพายุพัดแรงมาหลายวันแล้ว จึงกังวลว่า ต้นสนที่อยู่บริเวณชายหาดปากเมงจะถูกลมพายุโค่นล้มลงมา และอาจทำให้นักท่องเที่ยวที่นำครอบครัวมาพักผ่อนได้รับอันตรายจนถึงแก่ชีวิตและทรัพย์สินเสียหายได้ และยังทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดเสียหายได้ เพราะที่ผ่านมาเคยเกิดลมพายุพัดต้นสนโค่นล้มมาแล้ว แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้เข้ามาสำรวจตรวจสอบต้นสนที่อยู่ในจุดที่ร้านค้านำโต๊ะเก้าอี้มาตั้งบริการให้นักท่องเที่ยวมานั่งรับประทานอาหาร ว่ามีต้นไหนเสื่อมสภาพหรือสามารถต้านทานลมพายุที่พัดได้หรือไม่
ดังนั้นจึงเรียกร้องให้อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง และ อบต.ไม้ฝาด เข้ามาสำรวจตรวจสอบต้นสนที่เสื่อมสภาพ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น ซึ่งในส่วนของผู้ประกอบการร้านค้าชายหาดปากเมง ได้เตรียมพร้อมรับมือกับการโค่นลมของต้นสน โดยได้นำไม้มาปักเป็นระแนงเป็นกำแพงป้องกันคลื่นกัดเซาะชายหาดแล้วทำให้ต้นสนโค่นล้มเหมือนที่ผ่านมาได้



