
คลี่ปมปริศนา : คดีหั่นศพหนุ่มแบงก์ (1)
คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : รอยนิ้วบนกระจกรถ ปิดคดีหั่นศพหนุ่มแบงก์ (1) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ
แสงสุดท้ายจากดวงอาทิตย์ ในวันที่ 18 เมษายน ร้างราไปได้ประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ ปล่อยให้ความมืดแห่งราตรีกาลย่างกรายเข้ามาทดแทน สองข้างทางถนนสายเขาแหลม-หนองประดู่ บ้านหนองกระทุ่ม ต.อู่ตะเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ถูกปกคลุมไปด้วยความมืด บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด เพราะเป็นพื้นที่ห่างไกลผู้คน และค่อนข้างเปลี่ยว นานๆ จึงจะมีใครสัญจรผ่านสักครั้ง
บรรยากาศในยามค่ำคืนบริเวณนั้นคงเงียบสงัดเฉกเช่นคืนก่อนๆ หากในคืนนั้น ไม่มีผู้ใช้เส้นทางสายเปลี่ยวสายนี้ แล้วไปพบกับท่อนแขนของมนุษย์ที่ถูกหั่นเป็นท่อนแยกออกจากอวัยวะส่วนอื่นของร่างกาย
ตำรวจ สภ.หางน้ำสาคร รับแจ้งเหตุพบชิ้นส่วนอวัยวะของมนุษย์ดังกล่าว จึงรีบรุดไปตรวจสอบ โดยไม่ลืมที่จะประสานงานตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดชัยนาท เพื่อลงพื้นที่เก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุเพื่อร่วมกันสางคดีอาชญากรรมสยองขวัญคดีนี้
เมื่อตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียดพบว่า นอกจากท่อนแขนดังกล่าวแล้ว ตำรวจยังพบถุงกระสอบกากถั่วเหลือง และถุงดำ ถูกทิ้งอยู่ในคลองส่งน้ำที่แห้งขอด ห่างจากจุดที่พบท่อนแขนมนุษย์ประมาณ 300 เมตร
เมื่อแกะออกดูถึงกับผงะ เมื่อพบท่อนขาของมนุษย์ทั้งข้างซ้ายและข้างขวา ถูกตัดตั้งแต่เข่าลงมา และแขนข้างซ้าย บรรจุอยู่ในถุงดำ ขณะที่ถุงกระสอบกากถั่วเหลืองพบภายในมีถุงดำห่อหุ้มซ้อนทับกัน 9 ชั้น ภายในบรรจุชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ส่วนอื่นๆ ยกเว้นส่วนศีรษะ
อวัยวะมนุษย์เหล่านี้ถูกหั่นเป็นส่วนๆ แต่ไม่ได้ชำแหละ จึงทำให้ทราบว่าผู้ตายเป็นเพศชาย อวัยวะท่อนบนสวมเสื้อยืด ขณะที่ท่อนล่างสวมกางเกงยีนสีดำ นุ่งกางเกงบ็อกเซอร์ทับกางเกงในสีขาว สภาพศพบวมและส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ สันนิษฐานว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง
จากการตรวจสภาพชิ้นส่วนอวัยวะซึ่งถูกหั่นเป็นท่อนๆ สภาพบาดแผลเรียบ กระดูกขาดจากกัน ลักษณะคล้ายถูกเลื่อยไฟฟ้าตัด ตำรวจปักใจเชื่อว่า สภาพศพที่เห็นผู้ตายน่าจะถูกฆ่าตายจากที่อื่น แล้วถูกคนร้ายหั่นศพแยกชิ้นส่วนบรรจุลงถุงกระสอบก่อนนำมาทิ้งเพื่ออำพรางคดี
หลังพบศพ พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 มอบหมายให้ พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.ภ.1 รับผิดชอบในการจัดทัพนักสืบฝีมือดีทั้งจาก บก.ภ.จว.ชัยนาท และฝ่ายสืบสวน บช.ภ.1 เร่งคลี่คลายคดีให้ได้โดยเร็ว ส่วนงานด้านพิสูจน์หลักฐานตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ มี พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. อำนวยการการทำงานของตำรวจพิสูจน์หลักฐานอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนออกควานหาชิ้นส่วนศีรษะของผู้ตาย พร้อมทั้งหาข่าวเพื่อตรวจสอบว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน และชนวนเหตุฆ่าหั่นศพคดีนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้พิมพ์ลายนิ้วมือศพ แล้วนำไปตรวจเทียบจากลายพิมพ์นิ้วมือที่จัดเก็บไว้ในทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พบว่า ลายนิ้วมือที่ได้จากศพตรงกับลายนิ้วมือตามข้อมูลในทะเบียนราษฎรของ นายเกรียงไกร ขวัญอ่อน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/42 ซอยเพิ่มสิน 24/1 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ข้อมูลดังกล่าวถูกส่งให้ตำรวจฝ่ายสืบสวน เพื่อใช้เป็นเบาะแสในการคลี่คลายคดี
ต่อมาตำรวจฝ่ายสืบสวน นำโดย พล.ต.ต.เมธี ได้ติดต่อไปยังญาติของนายเกรียงไกร ทราบข้อมูลว่า นายเกรียงไกรได้ขับรถยนต์มิตซูบิชิ สีบรอนซ์ ทะเบียน กข 656 กำแพงเพชร ออกจากบ้านไป โดยแจ้งให้ทางญาติทราบว่า จะไปหานายทนงศักดิ์ หรือน้ำหวาน ทองพันธ์เมือง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ที่ จ.อุทัยธานี ก่อนจะหายตัวไป
"ชุดสืบสวนเชิญน้ำหวานมาสอบถาม เขายอมรับว่าเป็นเพื่อนสนิทของนายเกรียงไกร โดยเมื่อปลายปี 2555 ทั้งสองได้ไปสมัครทำงานเป็นลูกจ้างร้านขายก๋วยเตี๋ยวต้นไทร ใน ต.ดอนขวาง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ซึ่งมีนายประดิษฐ์ สุวรรณภาพ หรือเสี่ยเปีย เป็นเจ้าของร้าน ระหว่างทำงานอยู่ในร้านนายเกรียงไกรและนายประดิษฐ์มีความสัมพันธ์กันในลักษณะรักร่วมเพศ ก่อนที่นายเกรียงไกรจะลาออกไปทำงานเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่งในเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งระหว่างนั้นนายประดิษฐ์มีการติดต่อง้องอนนายเกรียงไกรอยู่เป็นระยะ" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนให้ข้อมูล
แหล่งข่าวในชุดสืบสวนบอกว่า ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้สอบถามนายทนงศักดิ์จนครบถ้วนทุกประเด็น แต่ไม่พบท่าทางมีพิรุธหรือมีส่วนรู้เห็นกับการตายของนายเกรียงไกร แต่การสอบถามนั้นมีประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างยิ่ง เพราะข้อมูลที่ได้มีความเชื่อมโยง ทำให้เชื่อได้ว่า นายประดิษฐ์อาจจะเกี่ยวข้องกับคดีสะเทือนขวัญคดีนี้ จึงไปเชิญตัวนายประดิษฐ์มาสอบถาม พบว่า ตามร่างกายของนายประดิษฐ์ โดยเฉพาะที่บริเวณลำคอมีรอยฟกช้ำ ซึ่งอาจจะเกิดจากการต่อสู้ ซึ่งน่าสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับการตายของนายเกรียงไกร แต่ยังขาดหลักฐานยืนยัน ประกอบกับนายประดิษฐ์ให้การปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับการตายของนายเกรียงไกร จึงจำเป็นต้องปล่อยตัวไปก่อน
กระทั่งวันที่ 21 เมษายน หลังพบศพนายเกรียงไกร 3 วัน ชุดคลี่คลายคดีได้รับแจ้งว่า พบรถยนต์ของนายเกรียงไกรถูกนำไปจอดทิ้งไว้ในเขตโรงพยาบาลลาดยาว พื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ พล.ต.ท.จรัมพร จึงมอบหมายให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดชัยนาท และตำรวจกลุ่มงานตรวจสอบที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 เดินทางไปตรวจเก็บหลักฐาน พร้อมกับเคลื่อนย้ายรถคันดังกล่าวส่งตรวจสอบอย่างละเอียดที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อตรวจหาดีเอ็นเอ และลายนิ้วมือแฝง รวมถึงหลักฐานอื่น ที่คนร้ายทิ้งร่องรอยไว้ภายในรถยนต์คันนี้
ต่อมา ร.ต.ท.(หญิง)สุภาภัทร อินทร์ใจเอื้อ นักวิทยาศาสตร์ (สบ 1) กลุ่มงานตรวจสอบที่เกิดเหตุ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ตรวจพบลายนิ้วมือแฝงผู้ต้องสงสัย ติดอยู่บริเวณกระจกด้านใน ประตูด้านหน้าฝั่งคนขับ (ประตูหน้าด้านขวา) เมื่อนำไปตรวจเทียบกับข้อมูลทะเบียนราษฎร พบว่าตรงกับลายนิ้วมือของนายประดิษฐ์ สุวรรณภาพ และยังพบดีเอ็นเอของนายประดิษฐ์เปื้อนอยู่ที่คันดึงเปิดฝาถังน้ำมันของรถยนต์คันนี้อีกด้วย
"รอยนิ้วมือที่พบบนกระจกรถยนต์ และดีเอ็นเอ ที่เปื้อนอยู่ตรงคันดึงเปิดฝาถังน้ำมัน เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงไปยังนายประดิษฐ์ ซึ่งเขาต้องตอบคำถามให้ได้ว่า หากเขาไม่เกี่ยวข้องกับการตายของนายเกรียงไกรแล้วรอยนิ้วมือและดีเอ็นเอของเขาปนเปื้อนอยู่บนรถยนต์ของผู้ตายได้อย่างไร" พล.ต.ท.จรัมพร บอกถึงแนวทางการขยายผลของตำรวจภายหลังจากพบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในรถยนต์ของผู้เสียชีวิต
หลักฐานที่ได้จากการตรวจสอบร่องรอยลายนิ้วมือแฝง และดีเอ็นเอในรถยนต์คันนี้ ถูกส่งต่อให้ตำรวจชุดคลี่คลายคดี และหลังจากนั้นไม่นาน นายประดิษฐ์ก็ถูกเชิญตัวมาสอบปากคำอีกครั้ง ซึ่งเมื่อถูกพนักงานสอบสวนซักอย่างหนักถึงลายนิ้วมือ และดีเอ็นเอ ของนายประดิษฐ์ไปปรากฏบนรถยนต์ของนายเกรียงไกรได้อย่างไร หากไม่เกี่ยวข้องกับการตายของเจ้าของรถยนต์คันนี้
หลังถูกซักอย่างหนัก ในที่สุดนายประดิษฐ์ก็ยอมเปิดปากรับสารภาพ โดยอ้างว่า จำเป็นต้องฆ่านายเกรียงไกร เนื่องจากผู้ตายข่มขู่จะเปิดเผยคลิปลับขณะมีความสัมพันธ์
"รู้จักผู้ตายผ่านทางเฟซบุ๊ก ก่อนคบหากันมากว่า 1 ปี ได้ส่งเสียเลี้ยงดูมาตลอด ซื้อรถและผ่อนคอนโดให้ รวมถึงให้เงินใช้จ่ายประจำวันด้วย เสียเงินไปแล้วหลายแสนบาท ก่อนเกิดเหตุเขามาขอเงินไปเสริมจมูก 2 หมื่นบาท แต่ผมไม่ให้ เพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว และเชื่อว่าเขามีคนอื่นแล้ว แต่เขากลับข่มขู่จะนำคลิปที่มีเพศสัมพันธ์กันลงเว็บยูทูบ จึงมีปากเสียงกัน ผมโมโหจึงใช้ปืนขนาด .38 ยิงเข้าที่ศีรษะเขา 1 นัด จนตาย ด้วยความตกใจกลัว ไม่รู้จะซ่อนศพอย่างไรเพราะเขาตัวใหญ่ จึงใช้มีดปังตอในบ้านหั่นศพออกเป็นชิ้นๆ แยกส่วนแขนและขาออกจากลำตัวบรรจุลงถุงนำไปทิ้ง ส่วนศีรษะนำไปเผาหลังบ้าน ส่วนที่เหลือจากการเผานำใส่กระป๋องพลาสติกแล้วนำไปทิ้งสระน้ำแถวบ้าน" นายประดิษฐ์ รับสารภาพหลังจำนนต่อหลักฐาน
นายประดิษฐ์ สารภาพว่า ลงมือฆ่าและหั่นศพนายเกรียงไกรโดยลำพัง ไม่มีบุคคลอื่นร่วมด้วย แต่หลักฐาน โดยเฉพาะสภาพศพผู้ตาย บ่งบอกว่าน่าจะมีบุคคลอื่นร่วมด้วย ที่สำคัญคือร่องรอยการหั่นศพ ซึ่งนายประดิษฐ์อ้างว่าใช้มีดปังตอเฉือนนั้น ขัดกับสภาพศพ เนื่องจากร่องรอยที่พบมีความเรียบลักษณะคล้ายคมเลื่อยมากกว่า
ข้อเท็จจริงจะเป็นเช่นไร?....ติดตามตอนหน้า
--------------------
(คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : รอยนิ้วบนกระจกรถ ปิดคดีหั่นศพหนุ่มแบงก์ (1) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



