
พล.ต.อ.วรพงษ์เผย'ภัยแทรกซ้อนสุมไฟใต้'
พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา 'ภัยแทรกซ้อนสุมไฟใต้' : สัมภาษณ์พิเศษ โดยทีมข่าวความมั่นคง
หลังจาก "คม ชัด ลึก" เปิดประเด็นเรื่อง "ภัยแทรกซ้อน" ทั้งยาเสพติด น้ำมันเถื่อน และสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ ที่เข้ามาเป็นท่อน้ำเลี้ยงสนับสนุนการก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตื่นตัวในการจัดการกับปัญหาภัยแทรกซ้อนมากขึ้น โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้เตรียมส่งกำลังเสริมกว่า 1,000 นาย ลงไปสะสางปัญหาดังกล่าวโดยเฉพาะ
พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดใจต่อ "คม ชัด ลึก" เป็นครั้งแรก ถึงภารกิจในการส่งกำลังตำรวจเข้าไปจัดการกับปัญหาภัยแทรกซ้อนที่เป็นปัจจัยเสริมทำให้ปัญหาที่ปลายด้ามขวานของไทยทวีความสลับซับซ้อน และมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น
พล.ต.อ.วรพงษ์ เล่าถึงที่มาของภารกิจจัดการกับปัญหาภัยแทรกซ้อนว่า ก่อนหน้านี้ทำงานอยู่ในหน่วยปราบปรามการค้าน้ำมัน (ปนม.) โดย ปนม.มีข้อมูลว่า มีการค้าน้ำมันเถื่อนแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีการลักลอบผ่านเข้ามาทางทะเล ก่อนจะกระจายไปยังพื้นที่ภาคใต้ส่วนอื่นๆ และภาคตะวันออก
"ประเด็นสำคัญคือ ปนม.มีข้อมูลว่า ผู้ที่เป็นผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่เข้ามาเป็นผู้ค้าน้ำมันเถื่อน และมีการนำเงินมาสนับสนุนการก่อความไม่สงบในพื้นที่ด้วย" พล.ต.อ.วรพงษ์ เปิดเผยถึงประเด็นสำคัญที่ทำให้ภารกิจจัดการภัยแทรกซ้อนเป็นปัญหาเร่งด่วนลำดับต้นๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
พล.ต.อ.วรพงษ์ เปิดเผยอีกว่า ข้อมูลของ ปนม.ยังพบว่า ยาเสพติด การค้าของเถื่อน หรือการกระทำผิดกฎหมายในเรื่องต่างๆ ที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ที่ถูกจับกุมมีความเกี่ยวข้องกันอยู่ ทาง สตช.จึงต้องการที่จะทราบว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับกลุ่มขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน และสิ่งผิดกฎหมายมีความเชื่อมโยงกันมากน้อยแค่ไหน
ด้วยเหตุนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. จึงมอบหมายให้มารับผิดชอบการแก้ปัญหาภัยแทรกซ้อน ในฐานะที่เคยรับผิดชอบงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาก่อน
“ตอนนี้ผมกำลังเซตงานขึ้นมาอีก 1 ระบบ เพราะจากเดิมระบบของกิจการพิเศษมีการตั้งอยู่หลายศูนย์แล้ว ทั้งศูนย์การปราบปรามน้ำมันเถื่อน การปราบปรามยาเสพติด การปราบปรามค้าของเถื่อน การปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพล การปราบปรามมือปืนรับจ้าง การปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์-จักรยานยนต์ โดยจะมีผู้รับผิดชอบแต่ละศูนย์ชัดเจน ซึ่งผมจะรับผิดชอบศูนย์ ปนม. ดังนั้น เมื่อ สตช.เจาะจงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้มอบหมายงานให้ผมรับผิดชอบ" พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าว
พล.ต.อ.วรพงษ์ ระบุว่า หลังจากนี้จะมีการนำข้อมูลของแต่ละศูนย์มารวมกัน และจะมีทีมงานอีกทีมหนึ่งมาวิเคราะห์ข้อมูล โดยทีมงานชุดนี้จะดึงข้อมูลที่เกี่ยวกับปัญหาในพื้นที่ เช่น ปัญหายาเสพติด ซึ่งจะต้องตรวจสอบดูว่ามีใครบ้างที่เกี่ยวกับปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ หรือมีใครอยู่ในเครือข่ายบ้าง ส่วนเรื่องน้ำมันเถื่อนมีข้อมูลอยู่แล้ว ก็จะเอามาวิเคราะห์ว่าเป็นอย่างไร รวมถึงข้อมูลของกลุ่มอาร์เคเค หรือกลุ่มผู้ก่อความรุนแรงในพื้นที่ ทั้งนี้จะเน้นเกี่ยวกับความรุนแรงในพื้นที่ แต่ถ้าปัญหานั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในพื้นที่ก็จะให้ศูนย์ที่รับผิดชอบแต่ละด้านไปดูแลเอง
"สำหรับข้อมูลเบื้องต้น เราพบการเชื่อมโยงกัน ทั้งเรื่องการค้าน้ำมันเถื่อน ซึ่งมีทั้งผู้ค้ารายใหญ่ ผู้ค้ารายย่อย และผู้ค้าปลีก ถ้าเป็นภาษาจีนจะเรียกยี่ปั๊ว ซาปั๊ว โดยระดับที่เราพบแล้วคือ ระดับ 3 หรือซาปั๊ว ที่เคยพิสูจน์ทราบว่าเป็นผู้สนับสนุน และผู้ก่อความรุนแรงในพื้นที่ ส่วนเรื่องยาเสพติดก็มีข้อมูลพอสมควร" พล.ต.อ.วรพงษ์ ให้ข้อมูล
พล.ต.อ.วรพงษ์ ให้ข้อมูลอีกว่า ขณะนี้มีหลายกลุ่มที่มีการค้าน้ำมันเถื่อน โดยร่วมมือกับผู้ค้าน้ำมันเถื่อนรายย่อยที่ข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะเป็นในลักษณะซื้อขายอยู่ในคอก หรือร้านเล็กๆ ริมทางที่กรอกใส่ขวดขาย
“ขณะนี้ผู้ค้าน้ำมันเถื่อนหยุดการเคลื่อนไหวแล้ว แต่เราก็จะทำงานอย่างเต็มที่ โดยมีเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มาร่วมด้วย แต่การพิสูจน์ทราบถึงกระแสเงินยังไม่ชัดเจน เพียงแต่ดูพฤติกรรม ขณะที่การจับกุมยาเสพติดทุกครั้งมักจะมีการตอบโต้จากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกัน”
รองผบ.ตร.ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการส่งกำลังตำรวจประมาณ 1,000 นาย ลงไปจัดการปัญหาภัยแทรกซ้อนว่า สตช.ได้เตรียมกำลังพลไว้ประมาณ 1,000 นาย เพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยศูนย์ ปนม.จะเป็นศูนย์วิเคราะห์ และชี้เป้า
"เมื่อชี้เป้าเสร็จจะมีชุดปฏิบัติการเข้าจับกุม ปิดล้อมตรวจค้น ซึ่งจะใช้กำลังในพื้นที่ หรือสนธิกำลังนอกพื้นที่หากเกิดกรณีเป้าใหญ่ และจะมีเจ้าหน้าที่ของศูนย์ด้วย ขณะนี้เราฝึกเรียบร้อยแล้ว โดยตำรวจที่จะนำลงไปจะดึงมาจากทหารที่จบใหม่ โดยทำการฝึกที่ศูนย์การทหารราบ จ.ประจวบคีรีขันธ์" รองผบ.ตร.เผยถึงความคืบหน้าล่าสุดของภารกิจดับไฟใต้
...............................
(หมายเหตุ : พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา 'ภัยแทรกซ้อนสุมไฟใต้' : สัมภาษณ์พิเศษ โดยทีมข่าวความมั่นคง)



