ข่าว

'ร้องแทนต้นไม้-รวมใจเพื่อมักกะสัน'

'ร้องแทนต้นไม้-รวมใจเพื่อมักกะสัน'

26 พ.ค. 2556

'ร้องแทนต้นไม้-รวมใจเพื่อมักกะสัน' สู่ความหวัง'สวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ


            กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของกรุงเทพฯ เมื่อคนกลุ่มหนึ่งร่วมใจกันบอกว่า "พวกเราอยากได้สวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์" จนกระทั่งใช้พลังโซเชียลมีเดียนัดรวมพลคนหัวใจสีเขียวออกมารวมตัวกันที่ศาลาภิรมย์ภักดี สวนลุมพินี เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในงานคอนเสิร์ต "ร้องแทนต้นไม้ รวมใจเพื่อมักกะสัน" ของกลุ่มแฟนเพจ "อยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์" โดยมีกลุ่มศิลปินหัวใจสีเขียวมาร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ แป้งโกะ, โบ-TK, เล็ก Greasy Cafe, บี๋ คณาคำ อภิรดี, Gapi, อู๋ The Yers, Mint In Motion, ภูมิจิต, Summer Stop, Tong Jerry และ Tue'sday เป็นต้น พร้อมกับร่วมลงชื่อสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว

            ในงานครั้งนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาร่วมงาน และร่วมสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวด้วย ท่ามกลางผู้ลงชื่อสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว ซึ่งบรรยากาศภายในงานดูอบอุ่นและเป็นกันเอง มีกิจกรรมร่วมลงชื่อสนับสนุนแนวคิด กิจกรรมสกรีนผ้า กิจกรรมถ่ายรูปภายในงานเพื่อโพสต์สู่สังคมโซเชียลมีเดีย ตลอดจนกิจกรรมจำหน่ายเสื้อ แจกสติกเกอร์ และขอรับบริจาคเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมดังกล่าวต่อไป ส่วนกิจกรรมบนเวทีบรรดานักร้องหัวใจสีเขียวร่วมกันสร้างความสนุกสนานให้แก่ผู้มาร่วมงานที่นั่งชมดนตรีบนพื้นหญ้าเขียวขจี สูดออกซิเจนได้เต็มปลอดภายในสวนสาธารณะใจกลางเมืองอย่างสวนลุมพินี และพวกเขาก็ล้วนอยากให้ "มักกะสัน" พื้นที่ปล่อยทิ้งร้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เป็นสวนสาธารณะแบบนี้บ้าง

            "วิจิตร อภิชาติเกรียงไกร" ศิลปินสาธารณศิลป์ ซึ่งมาร่วมทำกิจกรรมวันนี้ มองว่า ศิลปะต้องสนับสนุนสาธารณะ อย่าง มักกะสัน ทุกคนต้องการให้เป็นสวนสาธารณะ ก็จัดรูปแบบการพิมพ์สกรีนผ้าขึ้นมาให้ทุกคนมีส่วนร่วมในครั้งนี้

            "ร.ฟ.ท. มองเป็นรูปธรรมอยากให้เป็นศูนย์การค้าคอมเพล็กซ์ แต่มุมหนึ่งหรือพื้นที่ส่วนหนึ่งเราขอเป็นพิพิธภัณฑ์ การแสดงศิลปะร่วมสมัย เพราะในพื้นที่นั้นมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมา 90 ปี มีต้นทุนทางประวัติศาสตร์อยู่ ผมมองว่า ยิ่งเรากำลังจะเปิดเสรีอาเซียน หรือเออีซี เรายิ่งควรทำพื้นนี้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เพราะแสดงถึงความมีรสนิยม และเป็นจุดขายได้ในอนาคต ซึ่งประเทศที่เจริญแล้วสิ่งเหล่านี้คือจุดขาย ถ้าพื้นที่ที่มักกะสันทำได้ จะเท่มาก" ศิลปินสาธารณศิลป์แนะนำ

            ขณะที่ "ปุณลาภ ปุณโณทก" ตัวแทนกลุ่มเราอยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์ บอกว่า รู้สึกดีใจมากที่งานนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ จากความตั้งใจของกลุ่มคนเพียงไม่กี่คน แต่จุดประกายความหวังของคนนับหมื่นที่อยากให้กรุงเทพฯ มีสวนสาธารณะแห่งใหม่ ทั้งนี้ตัวเลข  3 หมื่นรายชื่อ ที่ตั้งเป้าผู้ร่วมสนับสนุนแนวคิดนั้น เป็นการเรียกร้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ อย่างการเรียกร้องแก้กฎหมายก็ใช้จำนวนรายชื่อสนับสนุนเสนอแก้ไขกฎหมายนั้นๆ ได้ ตอนนี้เราได้เกือบ 2 หมื่นชื่อแล้ว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขของรายชื่อนั้น อาจเป็นผลทางจิตวิทยา เพราะส่วนใหญ่ผู้ที่เห็นด้วยกับแนวคิดของเราเป็นการร่วมลงชื่อทางออนไลน์ที่ไม่ได้มีสำเนาทะเบียนบ้านแนบมาด้วย แต่ก็เป็นนิมิตหมายอันดีที่จะทำให้ผู้บริหารได้มองเห็นตัวเลขของคนที่เห็นด้วยกับพวกเรา

            "ในอนาคตคงจะเคลื่อนไหวในรูปของเครือข่าย เพราะตอนนี้ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มบิ๊กทรี เครือข่ายโลกสีเขียว กลุ่มจักรยาน สมาคมสถาปนิกสยามฯ ในการร่วมกันขับเคลื่อนเป็นเครือข่ายต่อไป" ปุณลาภ กล่าว

            “คมสัน เกียรติสุไพบูลย์” ตัวแทนกลุ่มอยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะฯ เสริมว่า เราไม่อยากเป็นคู่กรณีของใคร พวกเราแค่เสนอแนวคิดอยากให้มีพื้นที่สีเขียวกับพื้นที่เศรษฐกิจควบคู่กันไปได้ และทางผู้ว่าฯ กทม.ก็สนับสนุน มีนโยบายที่อยากให้ กทม.มีพื้นที่สีเขียว ก็หวังว่าทาง ร.ฟ.ท.จะรับฟังและพูดคุยกัน เราต้องการคำตอบที่ทุกคนได้ประโยชน์

            “ร.ฟ.ท.ก็มีแนวคิดเห็นด้วยกับพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่มีพื้นที่สีเขียวด้วย ซึ่งการเคลื่อนไหวของเราไม่อยากเป็นคู่กรณี แค่เสนอแนวคิด” คมสัน กล่าว

            ด้าน “นครินทร์ แตงอ่อน“ หนุ่มวัย 17 ปี พร้อมเพื่อนอีก 4 คนเดินทางมาจาก จ.สมุทรปราการ เพื่อมาร่วมลงชื่อและร่วมงานนี้ บอกเพียงสั้นๆ ว่า ตามมาจากแฟนเพจอยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะฯ รู้สึกเห็นด้วยที่กรุงเทพฯ จะมีสวนสาธารณะเพิ่มขึ้น

            เช่นเดียวกับ “กร รัชไชยบุญ” อายุ 37 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กับสวนมักกะสัน เคยเห็นพื้นที่ย่านมักกะสันของ ร.ฟ.ท.มาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวก็ยังไม่ปรับปรุงทำอะไร ถ้ามีการทำเป็นสวนสาธารณะก็จะดีมาก เพราะกรุงเทพฯ มีห้างสรรพสินค้ามากมายอยู่แล้ว

            “อยากให้งานที่จัดขึ้นวันนี้ ดังกว่านี้ จะได้มีผู้มาร่วมสนับสนุนกันมากๆ ผมรู้สึกเสียดายต้นไม้เก่าๆ ที่อาจต้องถูกตัดทำลายไป การสร้างตึกใช้เวลาสร้างแป๊บเดียว แต่ต้นไม้ต้องใช้เวลากว่าจะเติบโต แล้วต้องมาถูกโค่นตัดก็น่าเสียดาย แม้ต้นไม้สวนสาธารณะอาจไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ผมว่ามันมีมูลค่าทางจิตใจ” กร กล่าว

.......................................

(หมายเหตุ : 'ร้องแทนต้นไม้-รวมใจเพื่อมักกะสัน' สู่ความหวัง'สวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)