ข่าว

ติวเข้มวิทยากรลุยเวทีหาทางออกปท.ไทย

ติวเข้มวิทยากรลุยเวทีหาทางออกปท.ไทย

25 พ.ค. 2556

'ปคอป.'ติวเข้มวิทยากรรุ่น 2 ลุยเวที 108 หาทางออกประเทศไทย 'อัษฎางค์'สับปชต.ไทยเลวร้ายที่สุด ปลุกวิทยากรต้องเป็นผู้นำค้านอำนาจนักการเมือง-ข้าราชการ ใช้อำนาจฉ้อฉล


              ที่ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมรามาการ์เดนส์ วันที่ 25 พ.ค.2556 คณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ ( ปคอป. ) ได้จัดการอบรมวิทยากรกระบวนโครงการจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย "พูดจาหาทางออกประเทศไทย"รุ่นที่ 2 ในระหว่างวันที่ 25-26 พ.ค. โดยมีนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดอบรมวิทยากร ซึ่งวิทยากรที่ผ่านการอบรมจะไปทำหน้าที่เป็นสื่อกลางพูดจาหาทางออกในรูปแบบประชาเสวนาจำนวน 108 เวที ทั้งนี้ผู้ที่เข้าอบรมครั้งนี้มีจำนวน 200 คนลัวนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาวิชาชีพต่างๆเช่น อาจารย์ ข้าราชการ และปราชญ์ชาวบ้าน

              พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธี และธรรมาภิบาลสถาบันพระปกเกล้า ได้บรรยายอบรมวิทยากรหัวข้อ"สันติวิธีและการจัดการความขัดแย้งในสังคมไทย"ว่า สิ่งที่ต้องการจากวิทยากรในการเป็นวิทยากรคือการไปประสานสร้างความเข้าใจกับประชาชนในลักษณะไปรับทราบประเด็นปัญหาข้อขัดแย้งเพื่อนำไปสู่ความปรองดองหาทางออกให้กับประเทศไทย โดยเน้นเป็นการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นแล้วให้ประชาชนได้เสนอปัญหาอุปสรรคของพื้นที่จากภาคต่างๆที่มีอยู่ออกมาให้ทุกฝ่ายรับรู้รับทราบอย่างทั่วถึงกัน

              ต่อมาได้มีการเสวนาเรื่อง "ความขัดแย้งและความพยายามแก้ปัญหาในสังคมไทย" มี รศ.อัษฎางค์ ปาณิกบุตร อดีตคณะบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า ในการเป็นวิทยากรครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่วิทยากรต้องไปเป็นผู้นำภาคประชาชนที่เป็นการเมืองภาคพลเมืองที่ทุกคนต้องสามารถคิดเป็นไม่เช่นนั้นจะหาทางออกให้กับประเทศไม่ได้ ดังนั้นต้องฝากความหวังกับวิทยากรทุกคนด้วย ซึ่งความจริงของสังคมไทยต้องมีการหยิบยกมาคุยกัน หากเริ่มจากอดีตปัจจุบันไปสู่อนาคตในระบอบประชาธิปไตยไทยล้วนเป็นสิ่งที่ดี แต่ความจริงแล้วเลวที่สุด เห็นแก่ตัวที่สุด ตรงนี่เป็นเรื่องของคุณสมบัติประชากร

              ขณะเดียวกันประเทศไทยก็มีผู้รับผิดชอบอยู่เพียง 3 ส่วน 1.นักการเมือง ในส่วนนี้ส่วนตัวเชื่อว่า เราโชคร้ายเลือกเขามาเป็นผู้แทนแล้วมาใช้อำนาจที่เรามอบให้มีอยู่มาฉ้อฉล แล้วยัวไม่ไปทำหน้าที่ของตัวเองหากสื่อมวลชนไปตรวจสอบอย่างจริงจังที่รัฐสภาก็จะได้เห็นความจริงที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ 2.ข้าราชการ ที่มีทุกวันนี้ทุกตำแหน่งทุกกรมถ้าไม่ใช้เส้นใช้เงินก้าวขึ้นมาได้ยากมาก จะมีที่เก่งจริงมีอยู่น้อยมากๆ ทำให้เกิดปัญหานักการเมืองร่วมข้าราชการฉ้อฉล ดังนั้นจุดนี้จะต้องไปยกเลิกระบบอุปภัมย์ให้ได้ และ3.ภาคประชาชนหรือพลเมืองที่เป็นประชาชนในระบอบประชาธิปไตย หรือเหล่าวิทยากรที่จะต้องมีความเป็นผู้นำที่ต้องไปต่อยอดปลุกทุกคนในท้องถิ่นของตัวเองให้เข้มแข็งตื่นตัวเพื่อให้เกิดความเสมอภาคไม่ปล่อยให้นักการเมืองยึดอำนาจอย่างบางจังหวัดมีการถ่ายอำนาจจากพ่อไปเมียและลูก แล้วยังไปใช้อำนาจไปในทางฉ้อฉลหรือใช้อำนาจไปทำการคอรัปชั่น อย่างไรก็ตามวิถีชีวิตในระบอบประชาธิปไตยนั้นทุกคนต้องเคารพกันและกันด้วย อย่าสนับสนุนการรัฐประหารโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งเหลื่อมล้ำกันในสังคมตามขึ้นมา