
'เต้น'ยันพรบ.ปรองดองไม่คืนเงิน'แม้ว'
'ณัฐวุฒิ' ยันร่างพรบ.ปรองดองฉบับ 'เฉลิม' ไม่คืนเงินให้ 'ทักษิณ' ปัดขัดแย้งภายในพรรค
25 พ.ค.56 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ฉบับของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในมาตราที่ 4 เกี่ยวข้องกับเงินและนายกรัฐมนตรีต้องลงนามก่อนเสนอต่อรัฐสภาว่า ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสภากำลังตรวจสอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวว่าเกี่ยวข้องกับการเงินหรือไม่ ดังนั้นเมื่อมีผู้รับผิดชอบแล้ว อยากขอให้รอข้อสรุปในเรื่องนี้ก่อน
ทั้งนี้ พ.ร.บ.ที่เกี่ยวกับการเงินกับความพยายามคืนเงินให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นคนละเรื่องกัน เพราะร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย หรือ พ.ร.ก.นิรโทษกรรมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ พ.ร.บ.ปรองดองที่ตนเคยยื่น ไม่มีแนวคิดหรือพูดถึงกรณีเงิน 4 หมื่นกว่าล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณเลย นอกจากนี้ได้ยินจาก ร.ต.อ.เฉลิม ว่าในฐานะผู้ผลักดัน พ.ร.บ.ปรองดอง ก็ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า การนิรโทษกรรมต้องดำเนินการให้สุดซอยหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ตนได้แสดงจุดยืนชัดเจนตั้งแต่ต้น การนิโทษกรรมให้ผู้ที่ออกมาชุมนุมทุกสีเสื้อทุกฝ่าย แต่ตามที่ตนได้ยื่น พ.ร.บ.ฉบับของตนเองได้กำหนดข้อยกเว้นเป็นรายคดี คือคดีก่อการร้าย และคดีบงการจ้างวานสังหารประชาชน มีจุดยืนแบบนี้มาตั้งแต่ต้น และแสดงจุดยืนร่วมกับ นปช.ใน พ.ร.ก.นิรโทษกรรม ให้ประชาชนทุกฝ่ายและแกนนำให้งดเว้นไว้ ส่วน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับของนายวรชัย ตนก็สนับสนุนจุดยืน ขณะเดียวกัน พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับของ ร.ต.อ.เฉลิม ก็มีความแตกต่างในเนื้อหาสาระของกฎหมาย ซึ่งท่านมีเอกสิทธิ์ของ ส.ส. และ ส.ส.ที่เข้าชื่อก็มีสิทธิที่จะยื่นเข้าสู่กระบวนการพิจรณาของสภาได้ ดังนั้นไม่น่าจะเป็นเงื่อนไขทำให้เกิดความขัดแย้ง หากเจตนาตั้งต้นบริสุทธิ์ตรงกัน เพื่อให้ประเทศพ้นความขัดแย้งเดินหน้าด้วยความสงบสันติ
เมื่อถามว่า ถ้า พ.ร.บ.ปรองดองเข้าสภา จะไม่เกิดความขัดแย้งภายในพรรคใช่หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า พ.ร.บ.ปรองดองจะต้องรอพิจารณาในวาระแรก ส่วนฉบับของ ร.ต.อ.เฉลิมกำลังอยู่ในขั้นตอนรอพิจารณาของสภา ดังนั้นไม่ใช่วาระที่ต้องมาขัดแย้งกัน ไม่ใช่ประเด็นที่จะทำให้เกิดความแตกแยกของเพื่อไทย เป็นประเด็นทางการเมืองที่มีความสลับซับซ้อน และตนกับ ร.ต.อ.เฉลิมก็พูดคุยกัน รวมถึง ส.ส.ที่เข้าชื่อก็ไม่มีปัญหากัน
เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมและ พ.ร.บ.ปรองดองในช่วงเดือนสิงหาคมสถานการณ์การเมืองจะไม่เกิดเหตุวุ่นวาย นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองมีคนบางกลุ่มต้องการจะให้ดุเดือดตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่ว่ารัฐบาลจะขยับตัวทำอะไรก็จะเจอเรื่องแบบนี้
'ณัฐวุฒิ' ชี้อากาศร้อนทำไข่ราคาแพง
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ระบุสถานการณ์ไข่ไก่ราคาแพงว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มขยับราคาสูงขึ้นทุกวัน จนกระทั่งมาอยู่ที่ 3.20 บาท จึงเรียกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาหารือ เพื่อกำหนดต้นทุนแท้จริงของผู้ผลิตไข่ไก่จากฟาร์ม โดยตัวเลขที่สำนักเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.)ระบุว่า กลุ่มผู้เลี้ยงไข่ไก่มีต้นทุนอยู่ที่ 2.65 บาทต่อฟอง เป็นตัวเลขเดือนมี.ค. แต่พอถึงเดือนเม.ย.และพ.ค. อากาศเมืองไทยร้อนผิดปกติ ทำให้ไก่ออกไข่น้อยกว่าที่ควรเป็น ต้นทุนจึงขยับสูงขึ้นตั้งแต่หน้าฟาร์มจนถึงมือผู้บริโภค จึงต้องหาระดับราคาสูงสุดเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ และได้ข้อสรุปว่า ให้ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มสูงสุดไม่เกิน 3.30 บาทต่อฟอง แต่กลับถูกนำไปขยายความว่า เป็นการแก้ปัญหาที่แปลกประหลาด ทำให้ราคาไข่สูงขึ้น ทั้งที่กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการต่างๆมารองรับทั้งการให้ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ และห้างสรรพสินค้าตรึงราคาไข่ไก่ถึงสิ้นเดือน พ.ค. ซึ่งได้รับความร่วมมือดี รวมถึงให้กรมการค้าภายในลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เก็บผลผลิตไข่ไก่ของผู้ค้ารายสำคัญ ประเมินผลผลิตไข่ไก่ในสต็อกว่ามีอยู่มากน้อยเพียงใด ขณะเดียวกันได้ประสานผู้ผลิตไข่ไก่รายใหญ่ของประเทศเพื่อขอความร่วมมือในมาตรการต่างๆ
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เหตุที่ให้ตรึงราคาถึงสิ้นเดือนพ.ค. เพราะกรมปศุสัตว์รายงานว่า เดือน มิ.ย. ถึง ก.ค. เมื่ออากาศกลับเข้าสู่สภาวะปกติ จะทำให้ไข่ไก่ออกมาเพิ่มมากกว่าเดิม และเป็นไปได้ว่า ผลผลิตจะเกินความต้องการของตลาด ทำให้ราคาลดลง จึงขอให้กรมปศุสัตว์และกรมการค้าภายในนำข้อสังเกตนี้ไปกำหนดมาตรการรองรับล่วงหน้ากรณีไข่ไก่ล้นตลาด ยืนยันว่า กระทรวงพาณิชย์ดูแลทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตไม่ให้ได้รับผลกระทบเรื่องราคา ไม่มีอะไรแปลกประหลาด ถ้าจะหาเรื่องแปลกประหลาดมีตัวอย่างให้ฟัง 2 เรื่องคือ
1.สมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์มีมติครม.ให้นำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่อย่างเสรี ทำให้ราคาไข่ไก่ตกลง ผู้ประกอบการเดือดร้อน 2.การออกนโยบายไข่ชั่งกิโล เป็นเรื่องประหลาดติดอันดับโลก รัฐบาลไม่อยากนำเรื่องปัญหาผู้บริโภคมาเป็นประเด็นการเมือง ขอให้ฝ่ายค้านเอาความจริงมาพูด ไม่ใช่คิดแค่มติการเมือง สร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชน
'ประชา' เชื่อ 'ทักษิณ' ไม่อยากได้เงินคืน
นายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และบรรดาสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ออกมากล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าตีสองหน้า เรื่องการเสนอกฎหมายปรองดอง นิรโทษกรรมนั้น เป็นการคิดเองเออเอง ตั้งโจทย์แล้วตอบเองหมด นายกฯทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร ไม่มีสิทธิ์ไปสั่งการ หรือห้ามปรามการนำเสนอกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เรื่องการตีสองหน้าต้องไปถามนายอภิสิทธิ์ กรณีหนีทหาร การสลายชุมนุมที่เป็นวิกฤติลามมาถึงวันนี้มากกว่า พรรคประชาธิปัตย์ดีแต่กล่าวหาสร้างเรื่อง พยายามโน้มน้าวให้คนเข้าใจว่ากฎหมายที่นำเสนอเกี่ยวข้องกับการคืนเงินให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มุมมองคับแคบ ไม่เคยคิดเรื่องอื่น ไม่เคยคิดถึงความปรองดอง หรือประโยชน์ประชาชน พ.ต.ท.ทักษิณบอกกับตนว่าเรื่องเงินที่ถูกยึดไปเป็นเรื่องจิ๊บๆ ไม่ติดใจอยากเอาคืน สิ่งที่ต้องการคืนคือศักดิ์ศรีที่ถูกกระทำด้วยความไม่เป็นธรรมต่างๆ นานา และต้องการทวงคืนความยุติธรรมให้ประเทศ
นายประชา กล่าวว่า วันนี้พิสูจน์แล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ก้าวไม่เคยข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ติดหล่มจนไม่มีเวลาคิดทำอย่างอื่น พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับบ้านเมื่อไหร่ ก็มีสิทธิ์คิดตลอดเวลา เพียงแต่ท่านไม่อยากกลับมาตอนนี้เพราะเป็นห่วงเรื่องความสงบเรียบร้อย ตนเห็นด้วยกับร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่จะให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศไทยต้นปีหน้า วันนี้ท่านถูกกระทำ ติดเงื่อนไขต่างๆที่ถูกตั้งขึ้นมา ต้องหาทางแก้ไขความไม่เป็นธรรมให้กลับสู่ความเป็นธรรม น่าเห็นใจพรรคประชาธิปัตย์ที่วันนี้ไม่มีปัญญาไปคิดทำอะไร นอกจากเอาพ.ต.ท.ทักษิณมากล่าวหา เรียกแขก หวังจุดชนวนปลุกม็อบหาแนวร่วม ที่กำลังมีความพยายามก่อการของคนบางกลุ่มอยู่เช่นกัน แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผล ขอให้พรรคประชาธิปัตย์ใจเย็นๆ รออีก 2 ปี แล้วมาเลือกตั้งกันใหม่ดีกว่า หรือว่ากลัวรัฐบาลจะได้แต้มจากเมกะโปรเจกต์ต่างๆ จึงทุรนทุรายหาเรื่องมาล้มรัฐบาล มันเลยกลายเป็นมวยออกอาการ เป็นมวยวัดแบบนี้



