ข่าว

'ปชป.'จี้'รบ.'ยุติเดินหน้าดันพรบ.ปรองดอง

'ปชป.'จี้'รบ.'ยุติเดินหน้าดันพรบ.ปรองดอง

25 พ.ค. 2556

'มัลลิกา' จี้ 'รัฐบาล' ยุติเดินหน้าดันพรบ.ปรองดอง หวั่นนำประเทศสู่ความขัดแย้ง แนะ 'นายกฯ' เร่งแก้ของแพง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตปชช.

 

                       25 พ.ค.56 ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกฯปชป. แถลงถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ปราศรัยที่จังหวัดอุดรธานี โดยอ้างว่า พ.ร.บ.การปรองดองแห่งชาติ พ.ศ... จะสามารถช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับบ้านได้ก่อนปีใหม่ว่า เป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองที่ใช้หลอกลวงแนวร่วมคนเสื้อแดงให้เข้าใจผิด ทั้งที่พ.ต.ท.ทักษิณสามารถกลับประเทศได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่มีใครห้าม เพียงแต่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะอดีตนายกรัฐมนตรีถูกหมายจับทั้งหมด 6 คดี รวมคดีก่อการร้าย ซึ่งแกนนำคนเสื้อแดงคนอื่น อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหมดแล้ว เหลือเพียง พ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้น

                       น.ส.มัลลิกา กล่าวต่อว่า หากรัฐบาลยังเดินผลักดันหน้า พ.ร.บ.ปรองดองฯ จะนำประเทศไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ ท้าทายประชาชนด้วยการนำกฎหมายที่มีวาระซ่อนเร้นเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อช่วยพวกพ้อง ดังนั้น หาก พ.ต.ท.ทักษิณหวังดีต่อประเทศไทยจริง ก็ควรพิจารณาตัวเองด้วยการยุติการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวด้วย เนื่องจากอาจทำให้เกิดการเผชิญหน้าของประชาชนที่เห็นต่าง

 

'มัลลิกา' จี้ 'ยิ่งลักษณ์' เร่งแก้ของแพง

 

                       น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงกรณีราคาของแพงว่า ขอชี้แจงต่อรัฐบาล และโฆษกต่างๆที่ออกมาพูดว่าของไม่แพงทั้งแผ่นดินว่า ขอเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ควรให้หลักการกับคนที่จะออกมาพูด ให้ยืนอยู่บนหลักความเป็นจริง ไม่ใช่โกหกไปวันๆ ซึ่งกรณีของแพงขอให้รัฐบาลนำดัชนีชี้วัดในแต่ละตลาด ถ้าข้อมูลไม่มีทางพรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะนำดัชนีชีวัดที่ทางพรรคไปสำรวจตลาดทั่วประเทศมอบให้ เพื่อเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการช่วยประชาชน และขอให้โฆษกของรัฐบาลหรือคนของรัฐบาลเลิกปฎิเสธข้อมูลของพรรคประชาธิปัตย์ได้แล้ว

                       อย่างไรก็ตามตัวที่เป็นฉนวนเหตุทำให้ของแพงทั้งแผ่นดินก็คือ ไม่ว่าจะเป็นราคาผลผลิตทางการเกษตร ค่าพลังงานที่เพิ่มขึ้น ค่าไฟเพิ่มขึ้น โดยเป็นฉนวนอย่างดี ส่งผลให้สถานการณ์ 2 ปี มีของแพงทั้งแผ่นดิน ทั้งนี้ดูได้จากราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มในรัฐบาลชุดนี้ราคา 3.20 บาท แต่ในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์อยู่ที่ราคา 2.90 บาท และวิธีแก้ไขของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ คือขึ้นราคาขายให้แพงขึ้น ซึ่งเป็นการแก้ไขแบบกำปั้นทุบดิน โดยไม่เอาดัชนีชี้วัดอื่นๆมาประกอบ

                       น.ส.มัลลิกา กล่าวอีกว่า ดูทีท่าว่าประชาชนจะไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ใน 2 - 3 เดือนนี้ ซึ่งจากการสำรวจของพรรคประชาธิปัตย์ในราคาสินค้าตามตลาดต่างๆทั่วประเทศ พบว่าทั้งราคาเนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ไก่ และผักต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้น เฉลี่ย 10 - 15 % โดยสินค้าบางชนิดปรับตัวสูงขึ้นถึง 20 % และไม่มีแนวโน้มว่าราคาจะลดลง ขณะเดียวกันราคาพลังงานก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระซ้ำเติมให้ประชาชน จึงอยากให้รัฐบาลมุ่งแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของประชาชนให้ต่ำลง ยกระดับรายได้ประชาชนให้สูงขึ้น พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นด้วย

                       “เรียกร้องขอให้คนที่เกี่ยวข้องในรัฐบาลเลิกโรคจิตเสียที มัวแต่กังวลแต่โฆษกพรรคฝ่ายค้านว่าจะพูดอะไร คุณควรตั้งสติแล้วหันไปดูข้อมูล มากกว่ามาดูโฆษกพรรคประชาธิปัตย์จะพูดอะไร ซึ่งสิ่งที่พูดไปก็ไม่เคยเอาข้อมูลไปใช้เลย ทั้งนี้ช่วยเปลี่ยนปรากฏการณ์แพงทั้งแผ่นดิน ให้เป็นมีอันจะกินทั้งแผ่นดินด้วย” น.ส.มัลลิกา กล่าว

 

'ปชป.' จี้ 'ปู' ถอนหลักเขต 'อำเภอคนเสื้อแดง'

 

                       น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์แดงทั้งแผ่นดินอีกว่า จากกรณีที่มีประชาชนส่งหนังสือมาให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยตรวจสอบรายชื่อ และยังส่งหนังสือดังกล่าวให้รัฐบาลโดยผ่านกระทรวงมหาดไทย นายอำเภอจุน และผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ซึ่งผู้ที่ส่งหนังสือมาให้นายอภิสิทธิ์ช่วยตรวจสอบรายชื่อนั้นเป็นกลุ่มที่ถูกแอบอ้างว่าเป็นอำเภอของคนเสื้อแดง ที่ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงนำหลักเขตอำเภอคนเสื้อแดงมาตั้งในพื้นที่เพื่อประกาศเป็นเขตของคนเสื้อแดง แทนหลักเขตของทางราชการ โดยที่ไม่มีใครกล้าทำอะไร ซึ่งล่าสุดประชาชนรวมรายชื่อประมาณ 500 คน ส่งหนังสือให้นายอำเภอย้ายหลักเขตอำเภอเสื้อแดงออกไป แล้วเอาหลักเขตของทางราชการกลับคืนมา ทั้งนี้ตนจะนำข้อมูลแจ้งต่อนายอภิสิทธิ์ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายค้านเพื่อนำข้อมูลไปพิจารณาในขั้นตอนของกรรมาธิการของรัฐสภา

                       อย่างไรก็ตามก็จะส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ในการแก้ปัญหา ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ด้วย