ข่าว

เล็งเสนอยุทธศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นเป็นนโยบายรบ.

เล็งเสนอยุทธศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นเป็นนโยบายรบ.

25 พ.ค. 2556

เครือข่ายชุมชนเตรียมเสนอยุทธศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ปี 2561 เป็นนโยบายรัฐบาล กองทุนสวัสดิการบ้านพร้าวเร่งขยายสมาชิกหวังยกเป็นสถาบันการเงินชุมชน


               25พ.ค.2556 นายจินดา บุญจันทร์  ประธานกรรมการดำเนินการที่ประชุมในระดับชาติสภาองค์กรชุมชนตำบลและผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองซึ่งประกอบด้วย เครือข่ายสวัสดิการชุมชน คณะประสานงานองค์กรชุมชน (คปอ.) สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน และเครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ (คทช.)    เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนงานพัฒนาในทิศทางชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองว่า  มีเป้าหมายสำคัญอยู่ 3 เรื่องคือ 1) ให้รัฐบาลสนับสนุนและกำหนดนโยบายชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองเป็นนโยบายทางสังคมที่ทุกหน่วยงานต้องสนับสนุน 2) ขบวนองค์กรชุมชนทุกขบวน มีความเป็นเอกภาพและรวมพลังลุกขึ้นมาขับเคลื่อนเป้าหมาย “ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” 3) ติดตามทวงถามงบประมาณเพื่อสนับสนุนงานพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชน 5,183 ล้านบาท 

               มติร่วมที่สำคัญคือ แปดเดือนนับจากนี้เราจะระดมสรรพกำลังร่วมกันผลักดัน “แผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” พี่น้องขบวนองค์กรชุมชน พร้อมที่จะใช้กระบวนการการเจรจากับผู้ที่เกี่ยวข้อง และใช้กระบวนการเรียกร้องและกดดันทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย เคลื่อนไหวต่อรอง ในเชิงวิชาการเสนอนโยบายที่ประชาชนมีส่วนร่วมพัฒนาจากระดับจังหวัด ภาค และเวทีระดับชาติ 

               นายจินดา ให้ข้อมูลต่อว่า ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2556 ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนจากทั่วประเทศ จะมาประชุมร่วมกันที่ ห้องประชุมใหญ่ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เพื่อสรุปแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ภายในปี 2561 พร้อมเสนอนโยบายต่อภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และวันที่ 30 พฤษภาคม 2556 เครือข่ายชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ยื่นข้อเสนอแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองต่อรัฐบาลที่หน้าอาคารรัฐสภา และจัดสมัชชาประเด็นงานต่างๆ จนถึงเวทีใหญ่ในเดือนธันวาคม 2556 

               การก่อรูปของภาคประชาชน 7-8 ปี ที่ผ่านมาขบวนภาคประชาชน เราเกาะกลุ่มรวมกันพัฒนาฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น อย่างกรณีโครงการบ้านมั่นคง กองทุนสวัสดิการ สภาองค์กรชุมชน หากติดตามการทำงานที่ผ่านมา ชาวบ้านเองสามารถจัดการได้ดี ทั้งที่ไม่มีค่าตอบแทนไม่มีเงินเดือน  ไม่มีเจ้าหน้าที่ ชุมชนรู้ปัญหาของชุมชนเอง ข้อพิสูจน์ที่ผ่านมา องค์กรการเงิน สวัสดิการ บ้านมั่นคง ค่อนข้างเห็นชัดว่าชุมชนมีความสามารถในการดำเนินงานพัฒนาโดยตนเองชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง เรามีความชอบธรรม ที่จะรู้ท่าทีของรัฐบาลว่าจะให้ความสำคัญกับขบวนองค์กรชุมชนอย่างไร รวมถึงกลุ่มประชาชนอื่นๆ

               “ขอความร่วมมือขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศเข้าร่วมและให้ความสำคัญในการขับเคลื่อน ระดมสรรพกำลังทุกอย่างที่ชุมชนมีอยู่หนุนเนื่องการเคลื่อนไหว ให้มีพลังและให้กำลังใจกันและกันผนึกกำลังเป็นระลอกถาโถมทุกรูปแบบอย่างไม่กลัวยากลำบาก กล้าสู้กล้าเอาชนะไม่กลัว เชื่อมั่นในพลังมวลชนภาระกิจเป็นของพี่น้อง พี่น้องไม่ออกมาใครจะออกหน้า ระบบประชาธิปไตยทางตรงแกนนำไม่รับฝากทุกคนต้องมาเอง” 

               การจัดการตนเองของภาคประชาชน เป็นการสร้างความสุขให้กับชุมชน จัดการโดยใช้ความรู้ ทุนทางสังคม และกฏหมาย การพัฒนาโดยภาคประชาชน ไม่ได้ปฏิเสธแนวทางการพัฒนาของรัฐ แต่ในส่วนที่เราทำได้เราขอมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตตนเอง เป็นการเมืองภาคพลเมืองที่รัฐมีหน้าที่สนับสนุน 

               นายจินดา ย้ำว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่พี่น้องจะลุกขึ้นมาทวงสิทธิ์ของตนเอง เพราะรัฐเองไม่ได้มีไร่มีนา งบประมาณที่รัฐนำมาใช้ก็คือเงินภาษีที่มาจากพี่น้องประชาชน เรามีความชอบธรรมที่จะทวงสิทธิของเรา เพราะเราทำได้ดีกว่า เราขอมาทำเองบ้างในบางเรื่อง ซึ่งการดำเนินงานพัฒนาโดยรัฐเอง หลายเรื่องก็ไม่ประสบผลซึ่งไม่อยากพูดถึง สิทธิของเราที่จะทวงเอา เราไม่ได้ร้องขอ แต่เราต้องการใช้สิทธิอันพึงมีและเราใช้ได้ดีกว่า เอางบประมาณเงินภาษีของเรามาทำเอง แน่นอนว่าในการต่อสู้จะจบลงที่การเจราจา แต่การออกมาแสดงพลังของคนทุกข์คนยาก เป็นความจำเป็น ขบวนองค์กรชุมชน ประสานเป้าหมายร่วมกัน กลยุทธ์ วิธีการต่อสู่ต้องหลากหลาย ภายใต้เงื่อนไขที่เราเป็นรอง คนเล็กคนน้อยจึงต้องลุกขึ้นสู้
 

กองทุนสวัสดิการบ้านพร้าวเร่งขยายสมาชิกหวังยกเป็นสถาบันการเงินชุมชน       

               นายสำรวย แสงอินทร์ นายก อบต.บ้านพร้าว ในฐานะที่ปรึกษากองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านพร้าว จ.นครนายก เปิดเผยว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านพร้าว ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2550 ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 1,755 ราย มีเงินสะสมมากกว่า 1,330,652 บาทโดยที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือสมาชิกตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย งานบุญประเพณี ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยทุนการศึกษา ส่งเสริมอาชีพ จัดกิจกรรมต่างๆแล้วประมาณ 608 ราย รวม 2,772,500 บาท เช่น ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้สมาชิก 20 ราย รวมเป็นเงิน 200,000 บาท ทุนการศึกษา 40 ราย รวมเป็นเงิน 44,500 บาท ส่งเสริมอาชีพสมาชิกจำนวน 105,160 บาท
 
               ที่ปรึกษากองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านพร้าว กล่าวว่า ในปี 2556  ตั้งเป้าหมายว่า จะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1,000 คน รวมกับสมาชิกปัจจุบันก็จะเป็น 2,500 คน หรือเท่ากับประชากรครึ่งหนึ่งในตำบล          นอกจากนี้ ยังมีแผนยกระดับกองทุนฯ ให้เป็น "สถาบันการเงินชุมชน" เพราะแม้ว่าในตำบลบ้านพร้าวจะมีกองทุนหมู่บ้านอยู่แล้ว แต่ภาพโดยรวมก็ไม่มีความเข้มแข็ง ชาวบ้านมีหนี้มากกว่าเงินออม ซึ่งสถาบันการเงินชุมชนที่จะจัดตั้งขึ้นจะใช้ฐานสมาชิกจากกองทุนสวัสดิการชุมชนฯโดยจะเปิดให้ชาวบ้านนำเงินมาฝากแบบกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ เมื่อกองทุนเติบโตแล้วหากใครเดือดร้อนก็มาขอกู้ยืมไปใช้ หรือนำไปลงทุนประกอบอาชีพได้ ส่วนกองทุนสวัสดิการฯจะถือเป็นเงินคงคลัง ไม่นำออกมาให้กู้ยืม
         
               ที่ปรึกษากองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านพร้าว กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายระยะยาวของกองทุนสวัสดิการชุมชนคือ การเป็นตำบลสวัสดิการสังคมที่ดีเป็นตัวอย่างในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแบบมีส่วนร่วม และจะมีศูนย์อภิบาลเพื่อดูแลคนป่วย คนยากไร้ รวมทั้งสมาชิกกองทุนฯให้มีปัจจัย 4 ครบถ้วน เช่น มีอาหารมีที่อยู่อาศัย มีอาชีพ มีสุขภาพที่ดี เป้าหมายที่ตั้งไว้ภายใน 10 ปีนี้ จะขอใช้ที่ดินของวัดในตำบล เนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ เพื่อก่อสร้างศูนย์อภิบาล เป็นที่ฝึกอาชีพ หรือพักพิงชั่วคราวยามเกิดภัยพิบัติได้ด้วย