ข่าว

พท.ยันมติหนุนนิรโทษฉบับวรชัย

พท.ยันมติหนุนนิรโทษฉบับวรชัย

25 พ.ค. 2556

'อนุสรณ์' ยันมติ 'เพื่อไทย' หนุน พรบ.นิรโทษกรรม ซัด 'ประชาธิปัตย์' ใช้อำนาจ กมธ.ข่มขู่ แจงไฟดับ 14 จว.ใต้ เป็นอุบัติเหตุ ยันของไม่แพง อย่าโยงประเด็นการเมือง

                25 พ.ค.56 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อ กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาระบุว่า พรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะ พ.ต.ททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สนับสนุนร่าง พรบ.ปรองดองแห่งชาติ ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี มากกว่าร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯ ของนายวรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ ซึ่งเปรียบเหมือนการสับขาหลอกประชาชน ว่า พรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่า จนถึงขณะนี้พรรคมีมติเพียงข้อเดียว คือ สนับสนุนร่าง พรบ.นิรโทษกรรมฯของวรชัย เท่านั้น ขณะที่ พรบ.ปรองดองฯ ของ ร.ต.อ.เฉลิม ไม่ถือเป็นมติหรือการดำเนินการของพรรค แต่ ร.ต.อ.เฉลิม ก็มีเอกสิทธิ์ความเป็นสส.ในการเสนอกฎหมาย และถึงแม้ว่าจะมี สส.เพื่อไทยไปเข้าชื่อ แต่ขอย้ำว่าไม่ใช่มติพรรค จึงยืนยันว่าไม่มีการสับขาหลอก พรรคประชาธิปัตย์มีแต่เอาจินตนาการมาแถลงหลอกชาวบ้านให้มองในแง่ลบไม่มีมูลความจริง และความเป็นจริงแล้วไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายหน้าตาของกฎหมายดังกล่าวจะเป็นอย่างไร เพราะพิจารณา 2 สภา6 วาระ เนื้อหาจริงๆ ไม่มีใครรู้แล้วพรรคประชาธิปัตย์จะรู้ล่วงหน้าได้อย่างไร จึงขอให้หยุดบิดเบือนสังคมเกิดความสับสน หากฝ่ายค้านหรือวุฒิสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยกับหลักการก็ขอให้ไปอภิปรายโต้แย้งในรัฐสภา โดยใช้เวทีสภาเดินหน้าค้านกฎหมายปรองดองอย่างสร้างสรรค์ ขอให้ยึดมั่นในระบบรัฐสภาอย่าไปยึดมั่นระบบวอร์คเอ้าท์หรือบอยคอร์ด

 

 

ซัด "ประชาธิปัตย์" ใช้อำนาจ กมธ. ข่มขู่

 

               นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณีที่ นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร พิจารณารับเรื่องที่ นายศิริโชค โสภา สส.สงขา พรรคประชาธิปัตย์ ขอให้ตรวจสอบเกี่ยวกับการลักลอบแก้ไขข้อมูลในเว็บไซต์สำนักนายรัฐมนตรี และได้เลื่อนการประชุมออกไป เนื่องจากผู้ที่ได้รับเชิญทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ส่งตัวแทนเข้าชี้แจงแทน แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้กรรมาธิการ และได้เชิญทั้งหมดมาให้ข้อมูลอีก แต่หากมาไม่ครบในครั้งที่ 3 จะมีโทษจำคุก 3 เดือน ว่า นายศิริโชค และนายสมชาย อย่าใช้สถานะการทำงานของกรรมาธิการมาข่มขู่บีบคั้นกัน เมื่อทุกคนลงสนามแล้วก็ตัวเท่ากันหมดไม่มีใครกลัวใคร หน้าที่ของกรรมาธิการควรจะดำรงเพื่อกระทำกิจการพิจารณาหรือศึกษาเรื่องที่เป็นประโยชน์ในอำนาจหน้าที่ของสภาแล้วรายงานต่อสภา ไม่ใช่ข่มขู่ให้ใครติดคุก ถ้าจะเอากันแบบนี้พรรคเพื่อไทยมีประธานกรรมาธิการฯมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ เวลานายศิริโชคหรือแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ แถลงหรือให้สัมภาษณ์อะไรกรรมาธิการที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นประธานก็จะเรียกมาชี้แจงให้หมดถ้าไม่มาก็จะเข้าคุกให้หมด ตนถามว่า จะเอาอย่างนั้นหรือไม่แล้วสังคมจะอยู่อย่างไร จะทำงานอย่างไร เพราะการทำงานต้องอยู่บนพื้นฐานของการให้เกียรติกัน ไม่ใช่เจตนาเชิญในระยะเวลากระชั้นชิดเพื่อให้ไปไม่ได้แล้วมาให้ข่าวข่มขู่กัน

 

 

 

ชื่นชม "ยิ่งลักษณ์" สตรีผู้ทรงอิทธิพลของโลก

 

               นายอนุสรณ์ แถลงว่าพรรคขอชื่นชม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสตรีผู้ทรงอิทธิพลอันดับที่ 31 จากนิตยสารฟอร์บส์ ซึ่งมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง โดยระบุว่าเป็นผู้นำหญิงหนึ่งในเอเชียที่มีเศรษฐกิจขยายตัวเร็วที่สุดในโลก โดยรักษาสมดุลสันติภาพที่เปราะบางระหว่างเสื้อแดงและเสื้อเหลืองได้ และประสานมาเลเซียเข้ามาร่วมมือแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกทั้งยังปาฐกถาในกาประชุมนานาชาติว่าด้วยอนาคตของเอเชีย ที่บอกว่า เอเชียจะเป็นผู้กำหนดอนาคตของโลกเพื่อนำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนไม่เพียงเพื่อภูมิภาค แต่รวมถึงทั้งโลก ซึ่งสวนทางกับความเห็นของนายอภิสิทธิ์ ที่ระบุว่า นายกฯ ไม่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และตีสองหน้าเพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งถือว่าเป็นวาทกรรมจอมปลอม หมดอายุ พูดเอาดีใช่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นสะท้อนความคิด และตัวตนของนายอภิสิทธิ์ ที่ไม่เคยย้อนมองดูตัวเอง ที่ถูกกล่าวหาตั้งรัฐบาลในค่ายทหารละทิ้งหลักการทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาต ไม่ชนะการเลือกตังแต่อยากเป็นนายกฯ ตรงข้ามกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เป็น สส.บัญชีรายชื่ออันดับหนึ่ง ชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น และได้เป็นนายกฯตามวิถีทางประชาธิปไตย ซึ่งตนอยากถามนายอภิสิทธิ์ว่าอิจฉาหรือไม่ และอยากจะถามว่านายอภิสิทธิ์ จะทำหนังสือต่อต้านการปาฐกถาของนายกฯอีกหรือไม่ และที่ผ่านมาก็จำไม่ได้ว่านายอภิสิทธิ์ เคยได้รับการจัดอันดับแบบนี้หรือไม่ แต่ตนมั่นใจว่าถ้ามีรางวัลผู้ทรงอิทธิพลของโลกด้านเฉียบขาดที่สุดต่อผู้ชุมนุมเพื่อประชาธิปไตย นายอภิสิทธิ์คงจะได้อันดับหนึ่งไปครองสมใจ

               


 

 

แจงไฟดับ 14 จว.ใต้ เป็นอุบัติเหตุ

 

               นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เรียกร้องให้นายพงษ์ศักดิ์ รัตพงษ์ไพศาล รมว.พลังงาน ลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดภาคใต้ ว่า พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ทุกฝ่ายพยายามแก้ปัญหาเต็มที่ หากจะนำเรื่องดังกล่าวมาเป็นเหตุร้องเรียนให้นายพงษ์ศักดิ์ ลาออก ตนถามว่าเมื่อครั้งที่นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯเคยแสดงสปิริตเรื่องอะไรบ้าง ประชาชนออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยแต่มีการกระชับพื้นที่ใช้อาวุธ กระสุนจริงยิงใส่ประชาชนเพื่อสลายการชุมนุมทำให้ประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บ แต่นายอภสิทธิ์ ก็ไม่เคยมีคำขอโทษโยนทุกอย่างไปที่ชายชุดดำพร้อมสร้างวาทกรรมเผาบ้าน เผาเมือง ดังนั้นขอให้หยุดการเรียกร้องกล่าวหาคนอื่นเพื่อให้เห็นประโยชน์บ้านเมืองและคนที่ทำงานแก้ปัญหาในขณะนี้

 

 

 

ลั่นส่งชุดใหญ่ ช่วย "แซม" หาเสียง

 

               นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณีที่นายยุรนันท์ ภมรมนตรี ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส.กทม. เขต 12ดอนเมือง พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบประชาชนเพื่อหาเสียงโดยมีแกนนำของพรรค และส.สใของพรรคช่วยกันหาเสียง ว่า พรรคเพื่อไทยขอโอกาสให้นายยุรนันท์ มาทำหน้าที่เพื่อพัฒนาเขตดอนเมืองตามนโยบายของรัฐบาล และสานต่องานจาก สส.คนที่แล้ว ซึ่งหวังว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ หลังจากนี้ไปทีมยุทธศาสตร์ของพรรคตั้งแต่ระดับรัฐมนตรี แกนนำ และบุคลากรทางการเมืองของพรรคทุกระดับ จะช่วยกันลงพื้นที่ขอโอกาสให้รัฐบาลได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ และเชิญทุกภาคส่วนสร้างการเมืองสีข่าว ทำการเมืองสร้างสรรค์เพื่อไม่ให้ประชาชนเบื่อหน่ายการเมือง โดยเฉพาะการเลือกตั้งซ่อมที่กำลังเกิดขึ้น

                

               
ยันของไม่แพง อย่าโยงประเด็นการเมือง

 

               น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ อ้างว่าสินค้ามีราคาสูงขึ้น ว่าเป็นการพูดเหมารวมทั้งระบบเศรษฐกิจ การที่สินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้นเป็นการปรับตัวตามฤดูกาล ซึ่งราคาพืชผักไม่ได้สูงขึ้นตามที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวอ้าง โดยกระทรวงพาณิชย์ดูแลนโยบายให้มีความเหมาะสมทั้งผู้ผลิต ผู้ขาย ผู้บริโภค รวมถึงเกษตรกรที่อยู่ในภาคการผลิต ทั้งนี้จากการลงพื้นที่สำรวจตลาดบางกะปิ พบว่าราคาผักที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวอ้างไม่ได้มีราคาสูงเกินความเป็นจริง เช่น ถั่วฝักยาวพบว่ามีราคากิโลกรัมละ45 บาท ไม่ใช่ 70 บาท ส่วนมะนาวจะแบ่งตามขนาดโดยเบอร์ 1 และเบอร์ 2 ลูกละ 6 บาท และราคาสินค้าหลายประเภทก็อยู่ในระดับที่เหมาะสม ภาพรวมเศรษฐกิจเป็นไปด้วยดี เงินเฟ้อไม่สูงเกินไป นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลเดินหน้าเต็มที่ และรัฐบาลได้รับความเชื่อมันจากนักลงทุนต่างชาติ ขออย่านำความเดือดร้อนประชาชนมาเป็นประเด็นการเมือง