
มนต์ทักษิณคลายเพื่อไทยพ่ายแรงดูด
"เนวิน" โชว์ดูด "จุมพฏ" เข้า ภท. เล็งเดินสายดูดเพิ่ม แถมกำกับบท "เรียลิตี้" คุม รมต.-ส.ส.ดำนา พท.รับ 10 ส.ส.ซบห้อย "ไพจิต" รับพ่ายที่สกลฯ แห่เข้าก๊วนเพิ่ม "สมศักดิ์" ถล่ม ปชป.ซัดล้วงลูก-ไร้ผลงาน ปชป.ประชาพิจารณ์รถเมล์เอ็นจีวี 40 ส.ว.โดดขวางเนวิน ท้าดีเบต
หลังจากกดดันพรรคประชาธิปัตย์ด้วยการผลักดันโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันอย่างสุดฤทธิ์ ล่าสุดพรรคภูมิใจไทยก็โชว์พลังทางการเมืองอีกรอบด้วยการเปิดตัว นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่ามกลางข่าวจะมีการดูด ส.ส.เพิ่มอย่างน้อย 10 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดโนนสวรรค์ บ้านหนองไผ่-นาดี ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้จัดสัมมนาพรรคเป็นวันที่สอง โดยในช่วงเช้าบรรดารัฐมนตรีและ ส.ส.ของพรรคร่วมกันตักบาตร หลังจากนอนค้างที่บ้านชาวบ้านมาแล้ว 1 คืน
ทั้งนี้ ในการสัมมนาพรรคภูมิใจไทยในช่วงเช้าวันที่ 6 มิถุนายน นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ได้มาปรากฏตัวกลางวงสัมมนาของพรรคภูมิใจไทยด้วย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และนางพรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรค ต้อนรับ และมอบเสื้อพรรคภูมิใจไทยให้นายจุมพฏ ซึ่งนายจุมพฏถอดเสื้อเชิ้ตสีส้มที่ใส่มาแล้วเปลี่ยนมาสวมเสื้อพรรคภูมิใจไทยทันที
นายเนวิน ชิดชอบ ประธานวิทยากร กล่าวแนะนำตัวนายจุมพฏ และให้นายจุมพฏมาร่วมสัมมนาพรรคด้วยการไปดำนาเป็นงานแรก จากนั้นนายเนวินเดินไปกอดคอนายจุมพฏพลางกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “กลับบ้านแล้ว” และพูดด้วยว่า “ลูกน้องเก่าทั้งนั้น” พร้อมกับเปรยว่าจากนี้พรรคภูมิใจไทยจะจัดคาราวานทุกจังหวัดเดือนละครั้ง
"จุมพฏ"อ้างเพื่อไทยไม่เห็นหัวเหตุชิ่ง
นายจุมพฏกล่าวภายหลังเปิดตัวมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยว่า ใช้เวลา 2-3 วันในการตัดสินใจมาภูมิใจไทยโดยไม่มีใครชวน แต่ที่มาเพราะไม่พอใจการทำงานของพรรคเพื่อไทยที่ผิดหลักการทำงานของตน 2 เรื่อง คือ กรณีที่ นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน มอบหมายให้ตนร่างกฎหมายถอดถอน 3 รัฐมนตรีต่อศาลรัฐธรรมนูญ ได้แก่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม และนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม ในการโหวตสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณกลางปี 2552 และการล่ารายชื่อ ส.ส.ได้ 120 ชื่อ เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม จึงอยากถามว่า พรรคเพื่อไทยทำไมไม่ดำเนินการเรื่องนี้
นายจุมพฏกล่าวต่อไปว่า อีกกรณีคือ พรรคได้มอบหมายให้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่าก่อนอภิปรายเพียง 10 นาทีกลับห้ามตนอภิปราย ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน และ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ สามารถอภิปรายได้ถึง 2 รอบ ขณะที่ตนเชื่อว่าข้อมูลของตนมีประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่า ซึ่ง 2 เหตุการณ์นี้ ผู้มีบารมีนอกพรรคที่อยู่ใกล้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นผู้จัดการ นอกจากนี้ พรรคฝ่ายค้านยังไม่ยอมทำตามหน้าที่ของตัวเองในฐานะเป็น ส.ส. ยกตัวอย่างเช่น รัฐบาลเสนอ พ.ร.ก.ยาสูบ และน้ำมัน แต่ฝ่ายค้านที่มี 187 คนกลับไม่ทำหน้าที่คัดค้าน และไม่ทำหน้าที่เข้าร่วมประชุม โดยขณะนั้นมี ส.ส.พลังประชาชน เหลือเพียง 33 คน ซึ่งการทำแบบนี้ไม่สมควรมารับเงินเดือนประชาชน
นายจุมพฏระบุว่า หลังจากนี้จะมาร่วมกิจกรรมพรรคภูมิใจไทยอย่างเต็มตัว และหากพรรคสนับสนุนการเลือกตั้งครั้งหน้าก็พร้อมจะลง ไม่ห่วงว่าออกจากพรรคเพื่อไทยแล้วจะไม่ได้รับการเลือกตั้งกลับมา เพราะกระแส พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เป็นไร ขึ้นอยู่กับชาวบ้านจะเป็นผู้ตัดสิน เพราะก่อนหน้านี้เคยสอบตกมา 3 ครั้ง ก่อนจะมาเป็นผู้แทน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต้องรอดูว่าพรรคเพื่อไทยจะขับตนออกจากพรรคหรือไม่ หากขับออก ก็พร้อมจะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทันที
รายงานข่าวจากคนใกล้ชิดนายเนวินเปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล แกนนำพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ไปทาบทามนายจุมพฏมาร่วมงานด้วยตนเอง เพราะทราบมาว่านายจุมพฏต้องการมาร่วมงานกับพรรค แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะได้รับโอกาสทำงานภายในพรรคหรือไม่
"เนวิน" โชว์สื่อ เช็กชื่อ รมต.เรียงตัว
ขณะที่บรรยากาศการสัมมนาพรรคภูมิใจไทยวันแรก เมื่อคืนวันที่ 5 มิถุนายน เสร็จสิ้นลงในเวลา 22.00 น. โดยนายเนวินกล่าวปิดสัมมนาพร้อมทั้งสั่งการให้รัฐมนตรี และ ส.ส.ในพรรค ทำการบ้านสรุปปัญหาของชาวบ้านส่งในวันที่ 6 มิถุนายน ทั้งนี้ นายเนวินยังกล่าวต่อสื่อมวลชนโดยแสดงความมั่นใจว่าการสัมมนา จะไม่มีรัฐมนตรี และ ส.ส.คนใดกล้าหนีออกจากบ้านก่อนสัมมนาเสร็จอีกด้วย
จากนั้นนายเนวินเช็กชื่อรัฐมนตรี และ ส.ส.พรรคแบบรายคนเรียงตัว ด้วยการแนะนำตัวให้ชาวบ้านรู้จัก เมื่อเสร็จสิ้นการแนะนำตัว รัฐมนตรี และ ส.ส.ได้แยกย้ายเข้าบ้านพักของแต่ละคน ขณะที่นายเนวินเดินถือไฟฉายตรวจตราทุกบ้านว่ามีรัฐมนตรี และ ส.ส.หลบออกจากบ้านหรือไม่ โดยเริ่มต้นที่บ้านพักของนายชวรัตน์ จากนั้นเดินไปยังบ้านพักของนางพรทิวา แต่เมื่อไปถึงกลับไม่พบนางพรทิวา และสอบถามเจ้าของบ้านทราบว่า ยังไม่มีรัฐมนตรีมาพักทำให้นายเนวินมีสีหน้าไม่ค่อยดี จึงรีบโทรศัพท์สอบถามนายอนุชา สามีนางพรทิวา ทันทีว่าอยู่ที่ไหน จึงได้รับคำตอบว่า พักอยู่บ้านถัดไปอีกหนึ่งหลัง นายเนวินจึงยิ้มออก และพาสื่อมวลชนไปพบนางพรทิวาในที่สุด
พา ส.ส.ดำนา วางภาพใกล้ชิดชาวบ้าน
บรรยากาศการสัมมนาของพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน รัฐมนตรี และ ส.ส.ของพรรคได้แบ่งกลุ่มไปตามฐานต่างๆ เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้าน เช่น กลุ่มทำนาปลูกข้าว กลุ่มเลี้ยงปลา กลุ่มทอผ้า กลุ่มเลี้ยงโค-กระบือ ฐานแรกคือกลุ่มทำนาปลูกข้าว มีนายชวรัตน์นำทีมรัฐมนตรี และ ส.ส.จำนวนหนึ่งลงดำนา เช่น นางพรทิวา นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรฯ นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รมช.คมนาคม นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย เป็นต้น โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ระหว่างทำกิจกรรม นายเนวินได้คุมเข้มอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งตะโกนและเป่านกหวีดเรียกเป็นระยะว่า “นักเรียนเข้าห้องเรียนได้แล้ว ดูปัญหาได้แล้ว ช่วยทำเวลากันหน่อย”
ทั้งนี้ นายชวรัตน์ลงดำนาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยมี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รองโฆษกพรรค และเจ้าหน้าที่พรรคคอยประคองตลอด ขณะที่นางพรทิวาได้รับเสียงเชียร์จากนายอนุชา นาคาศัย สามี และนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรค ซึ่งเป็นพิธีกรภาคสนามได้กระเซ้าว่า “รมว.พาณิชย์ ลงมาดำนาเองจะได้รู้ว่าปลูกข้าวแต่ละเม็ดยากเย็นแค่ไหน เวลาประกันราคาข้าวจะได้ให้กิโลละ100 บาทไปเลย
นายชวรัตน์กล่าวภายหลังการดำนาว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งการจัดสัมมนาของพรรคต้องการให้ ส.ส.พรรคได้รู้ชีวิตจริงของชาวบ้าน และนำความรู้ที่ได้ไปช่วยชาวรากหญ้า ตนคาดหวังว่า จะเห็นถึงปัญหา และหาทางช่วยเหลือ โดยการประยุกต์เอานโยบายของพรรคเข้าไปดูแลแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอาจมีการจัดสัมมนาเช่นนี้ขึ้นอีกครั้งในการแก้ปัญหาทุกภูมิภาค
ชี้เลือกซ่อมสกลฯ วัดเสียงฝ่ายค้าน-รัฐบาล
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมเขต 3 จ.สกลนคร ว่า ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทย เห็นว่าการเลือกตั้งซ่อมที่นี่ จะเป็นการวัดเสียงของประชาชนว่าจะเลือกรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ซึ่งพรรคไม่อยากประเมินเสียงว่าจะสามารถเอาชนะพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ แต่จะรู้ผลว่าสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้เลือกฝั่งไหน อย่างไรก็ตาม หลังจากเสร็จการสัมมนาของพรรคภูมิใจไทย จะลงพื้นที่ช่วยนายพิทักษ์ จันทร์ศรี ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร หาเสียงอย่างต่อเนื่อง
พท.รับมี ส.ส.10 คน หนีซบ ภท.
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายจุมพฏ ซึ่งเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไปร่วมหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 จ.สกลนคร ให้ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยว่า เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ที่ผ่านมานายจุมพฏมีความประสงค์ที่จะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังทราบว่าจะมี ส.ส.พรรคอีกประมาณ 10 คน ที่มีความคิดจะย้ายไปพรรคภูมิใจไทยด้วย แต่ขณะเดียวกันก็มี ส.ส.ภาคอีสานส่วนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทยที่ต้องการย้ายกลับมาอยู่กับพรรคเพื่อไทยด้วย
พ.อ.อภิวันท์ระบุว่า การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดว่ามีการใช้อำนาจรัฐเข้าแทรกแซงหรือไม่ และไม่ขอวิจารณ์การย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่อีสานว่าเป็นการรองรับการเลือกตั้งที่หรือไม่ แต่หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลคงไม่ทำเช่นนี้ และมั่นใจว่า แม้ผลการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้พรรคเพื่อไทยจะพ่ายแพ้ก็จะไม่มีผลต่อการตัดสินใจย้ายพรรคของ ส.ส.ที่เหลืออยู่ เพราะทุกคนยังมั่นใจในแกนนำพรรค
ไพจิตรับถูกทาบให้ย้ายพรรค
นายไพจิต ศรีวรขาน ในฐานะประธานภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายจุมพฏ ว่า นายจุมพฏอาจมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งพรรคเพื่อไทยไม่เคยไปจำกัดสิทธิ หรือมีมติห้ามปราม ส.ส. เกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของ ส.ส. ที่จะใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่ในฐานะที่เป็นประธานภาคอีสานคงต้องพูดคุยกับนายจุมพฏว่าเรื่องราวที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ทั้งนี้ ยังจะต้องกลับไปดูแล ส.ส.อีสานให้ใกล้ชิดมากขึ้นด้วย
นายไพจิตยอมรับว่า ที่ผ่านมา ส.ส.อีสานบางคนของพรรคถูกกลุ่มเพื่อนเนวินทาบทามให้ไปร่วมงานด้วยหากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น และมีแนวโน้มว่าอาจมี ส.ส.หลายคนที่จะไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย แต่ขอดูทิศทางทางการเมือง และผลการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.สกลนคร ก่อน ถ้าพรรคภูมิใจไทยชนะก็จะไป อย่างไรก็ตาม เข้าใจความรู้สึกของ ส.ส.ว่าต้องการไปอยู่ในที่ทำงานแล้วเกิดความสบายใจ และทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้ ยอมรับว่าหนักใจในเรื่องนี้อยู่บ้าง แต่ถ้าเขาจะย้ายก็ไปห้ามไม่ได้ ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงควรให้บุคคลที่มีคุณภาพ เช่น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ มาร่วมงานกับพรรค เพราะคาดว่าอีก 3 เดือนจากนี้คงมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เพราะมีสัญญาณจากบุคคลในพรรคร่วมรัฐบาล เช่น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ออกมาระบุในทำนองว่ารัฐบาลไม่สามารถทำงานได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคจะทำอย่างไรหากมี ส.ส.ย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยจริง นายไพจิต กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ส.ส. เราคงไปห้ามไม่ได้ และถ้าผลการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.สกลนคร ออกมาว่าพรรคเพื่อไทยแพ้ให้แก่พรรคภูมิใจไทย แสดงว่าคนไม่เอา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว จึงไปเลือกพรรคอื่น ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็เป็นสิทธิ์ของ ส.ส. ว่าจะตัดสินใจอย่างไร
นายกฯลั่นรถเมล์เดินหน้าใน 1 เดือน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายเนวินระบุว่าโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันควรจะเช่ามากกว่าซื้อตามความเห็นของนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องนี้ทุกฝ่ายต้องให้ข้อมูล ซึ่งขณะนี้มีคนกลางที่ไม่มีส่วนได้เสียเป็นผู้ศึกษา และจะให้คำตอบแก่รัฐบาลและสังคม อย่างไรก็ตาม ทุกคนสามารถเสนอความคิดเห็นได้ ตนจึงต้องการให้ทุกฝ่ายส่งความคิดเห็นไปยังสภาพัฒน์ได้
ส่วนที่กระทรวงคมนาคมเสนอให้ทำประชาพิจารณ์ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็ทำได้ การทำประชาพิจารณ์จะยิ่งดี หากทุกอย่างทำได้ภายใน 1 เดือนก็ยิ่งดี เพราะมีประชาชนจำนวนมากอยากแสดงความคิดเห็น แต่ขอให้นำข้อมูลมาเทียบเคียงกัน ใช้เหตุผล อย่าใช้อารมณ์
เมื่อถามว่า ระดับแกนนำของพรรคภูมิใจไทยโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ว่านำโครงการนี้มาหาเสียงกับคนใน กทม.เพื่อเอาความดีเข้าตัว นายอภิสิทธิ์หัวเราะและกล่าวว่า งานของรัฐบาลเป็นงานของทุกพรรครับผิดชอบร่วมกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะรับผิดหรือรับชอบก็ต้องรับด้วยกัน
“ผมมีความรู้สึกว่าหลายครั้งพอมีประเด็นถกเถียงกันก็มักไม่เอาข้อเท็จจริงหรือเหตุผลมาพูดกัน แต่บางทีเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกกันมากกว่า เพราะเวลาเป็นอย่างนั้นเราจะไม่ได้สิ่งที่ดีที่สุด ขอให้ทุกฝ่ายนำข้อเท็จจริงมาพูดกัน แต่ผมก็ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำโดยยึดประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนเป็นที่ตั้ง กรณีนี้คือต้องการมีรถเมล์ที่ดีให้บริการประชาชน เป็นรถเมล์ที่ใช้พลังงานสะอาด อยู่ในสภาพที่ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกมั่นใจและอยากใช้ในราคาสมเหตุสมผล และรัฐต้องไม่สูญเสียเงินมากกว่าที่ควรจะสูญเสีย" นายอภิสิทธิ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะไม่เป็นปัญหาคาใจกันระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มีอะไรคาใจ
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า โครงการนี้ต้องเกิด เพราะเราคงไม่ปล่อยให้ ขสมก.อยู่ในสภาพเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ทั้งการขาดทุน การให้บริการประชาชนที่ควรจะดีกว่านี้ มีรถใหม่ สะอาด ใช้พลังงานประหยัด สามารถป้อนระบบขนส่งมวลชนได้ เหล่านี้เป็นสิทธิ์ที่คน กทม.ควรจะได้ ดังนั้น รัฐบาลต้องทำ โครงการต้องเดินหน้าภายใน 1 เดือนนี้ ส่วนกรอบเวลาจะต้องขึ้นอยู่กับขั้นตอนอื่นๆ เพราะไม่ว่าจะเช่าหรือซื้อก็ตามยังต้องมีกระบวนการเปิดประมูล การแข่งขัน หรือถ้าซื้อก็ต้องมีงบลงทุน โดยต้องผ่านขั้นตอนตามกฎหมาย
เมื่อถามถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคภูมิใจไทย วิจารณ์การทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ที่ทำให้ดูเหมือนภาพลักษณ์ที่ดีตกไปอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียว และงานของพรรคร่วมไม่รับการพิจารณา นายอภิสิทธิ์กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ทราบเรื่องนี้
เมื่อถามอีกว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่การออกมาวิจารณ์ช่วงก่อนเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพราะต้องการกดดันเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนโครงการต่างๆ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ผมไม่ทราบ แต่ยืนยันได้ว่าไม่มีอะไรมากดดันผมได้ ผมมีเรื่องกดดันเพียงอย่างเดียว คือ ปัญหาของประเทศ เพราะเป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน สิ่งนี้เป็นสิ่งเดียวที่ผมต้องเร่งทำงานแก้ไขปัญหา ผมไม่สนใจแรงกดดันอย่างอื่นเลย”
ปชป.เชียร์ประชาพิจารณ์รถเมล์
นายชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส.กทม. กล่าวถึงกรณีที่ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่าอยากให้มีการทำประชาพิจารณ์โครงการนี้ว่า ถือเป็นเรื่องดี โดยเฉพาะโครงการรถเมล์เอ็นจีวี แต่อยากให้ทำอย่างจริงจัง และลงรายละเอียดแท้จริงสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง สิ่งหนึ่งที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าการเขียนทีโออาร์นั้นไม่ได้มีการล็อกสเปก อยากให้เชิญชวนผู้ที่สนใจประกวดราคามาเสนอความเห็นเพื่อแสดงว่าผู้ประกอบรายใดบริสุทธิ์ใจ และมีศักยภาพในการดำเนินการโครงการนี้ เชื่อว่าข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคารถ ค่าซ่อมที่ยังเป็นที่สงสัย หากมีผู้ประกอบการมาก็จะได้เห็นข้อเท็จจริง ซึ่งมีส่วนสำคัญที่จะทำให้โครงการนี้เดินหน้าอย่างโปร่งใสได้
"ชวรัตน์" กั๊กประชาพิจารณ์ โยนสภาพัฒน์
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงแนวคิดการทำประชาพิจารณ์โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ว่า อยู่ที่การดำเนินการ และพิจารณาของคณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เพราะรัฐบาลส่งเรื่องดังกล่าวให้ศึกษาแล้ว ซึ่งต้องศึกษาให้รู้ว่าโปร่งใสและคุ้มค่าเพียงใดในการลงทุน
เมื่อถามว่า การออกมาแสดงความเห็นการโจมตีการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะกรณีของนายเนวิน เป็นเสียงที่พรรคประชาธิปัตย์ควรรับฟังหรือไม่ นายชวรัตน์กล่าวว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นของประชาชนคนหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับพรรค
"สมศักดิ์" จวก ปชป.ล้วงลูก-ไร้ผลงาน
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา พรรคภูมิใจไทย กล่าววิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างรุนแรงว่า ปัญหาขณะนี้เกิดจากการที่รัฐบาลไม่มีการวางแผนงานที่ดีพอในการบริหารประเทศ ทำให้ต้องคอยตามแก้ปัญหาต่างๆ ไปทีละโครงการ เช่น ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโครงการระบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปัญหาการรับจำนำราคาข้าว รวมไปถึงปัญหาความขัดแย้งในโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ซึ่งการที่รัฐบาลต้องมาคอยแก้ปัญหาทีละโครงการเช่นนี้ จะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลโดยรวม เพราะรัฐบาลจะไม่มีผลงานใดๆ ออกไปสู่ประชาชน และยังเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของพรรคร่วมรัฐบาลที่พยายามเสนอโครงการต่างๆ เข้ามาด้วย
“ผมไม่ได้มาให้ร้ายใคร ผมอยากให้รัฐบาลนี้อยู่นานๆ แต่เห็นว่า รัฐบาลอยู่มา 5 เดือนแล้ว ยังไม่มีการสร้างงานเลย แล้วมาคอยดักจับโครงการต่างๆ ที่เสนอเข้ามาทีละเรื่อง ไม่ค่อยแฟร์ เพราะถ้าการทำงานมีแผนอะไรล่วงหน้าก็จะไม่ต้องเข้าๆ ออกๆ ใน ครม. อย่างนี้พรรคร่วมช้ำหมด” นายสมศักดิ์ กล่าว
นายสมศักดิ์ระบุว่า ท่าทีที่ออกมาจากรัฐบาล เป็นเพราะกระทรวงการคลังเก็บภาษีไม่เข้าเป้าทำให้ต้องกู้เงิน ประกอบกับโครงการต่างๆ ตามนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งโครงการเช็คช่วยชาติ โครงการต้นกล้าอาชีพ หรือโครงการเรียนฟรี แต่จะไม่พูดว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ แต่จะถามว่า การที่โครงการต่างๆ ไม่ได้ทำ เพราะต้องการเอาอะไรมาปิดบังความล้มเหลวหรือไม่
เนวินชี้ประกันราคาข้าวเจ๊งล้านเปอร์เซ็นต์
นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตรด้วยการเปลี่ยนนโยบายจากการรับจำนำเป็นการประกันราคาสินค้าว่า การประกันราคาสินค้าจะทำให้รัฐบาลขาดทุนล้านเปอร์เซ็นต์แน่นอน เนื่องจากหลักการของการประกันสินค้า คือ การกำหนดราคาซื้อขายล่วงหน้าว่าจะจ่ายให้เท่านั้นเท่านี้ ในการซื้อขายข้าว หากกลุ่มพ่อค้ารวมหัวกันกดราคารับซื้อข้าวให้ต่ำกว่าราคาที่รัฐบาลรับประกัน รัฐบาลก็ต้องรับภาระเต็มๆ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่การรับจำนำ รัฐบาลจะนำเอาข้าวมาเก็บไว้ เมื่อเกิดปัญหาราคาข้าว รัฐบาลจะสามารถควบคุมกลไกตลาดในการระบายสินค้าให้สอดคล้องกับอุปสงค์ความต้องการซื้อ อุปทานความต้องการขาย ซึ่งรัฐบาลจะไม่ได้รับความเสียหายมากต่อการรับภาระจ่ายราคาเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์เหมือนการประกันราคา
นายเนวินเสนอแนะว่า เรื่องการแก้ปัญหาพืชผล ถ้าทำได้เหมือนในต่างประเทศ ด้วยวิธีการคอนแทรคฟาร์มมิ่ง คือ การทำสัญญากับเกษตรกร โดยระบุจำนวนผลิตผลที่เกษตรผลิตได้ และจำนวนรับซื้อที่แน่นอนว่าต่อไร่จะมีผลิตผลจำนวนเท่าใด และรับซื้อตามจำนวนจะทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์ ขณะที่ผลิตผลมีการระบายออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และทำได้กับผลิตผลการเกษตรทุกประเภท
"พรทิวา"เด้งรับลูก"สมศักดิ์-เนวิน"
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการแก้ปัญหาราคาข้าวว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ชัดเจนว่าจะใช้วิธีการประกันหรือรับจำนำ อยู่ที่ประธาน กคช. และ ครม. เพราะวันนี้มีความเห็นเป็น 2 ฝ่าย ทั้งนี้เท่าที่ฟังเสียงส่วนใหญ่ต้องการให้เป็นแบบเดิม คือ การจำนำราคาข้าว ตอนนี้ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน และรัฐบาลเองก็ยังไม่มีมาตรการออกมารองรับหากใช้วิธีการประกันราคาข้าวว่า จะมีผลดี ผลเสียอย่างไร แต่ที่เสนอไปมีหลายวิธีการ ผลจะออกมาอย่างไรขึ้นกับนายกฯ และรัฐบาล
เมื่อถามว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ออกมาตำหนินโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ตรงนี้ถือว่าหมดความอดทนกับการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์แล้วหรือยัง นางพรทิวากล่าวว่า ยังไม่ทราบว่านายสมศักดิ์พูดอะไรบ้าง แต่นายสมศักดิ์มีความใกล้ชิดประชาชน เป็น ส.ส.มากว่า 10 สมัย เป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง ถือเป็นปรมาจารย์ ดังนั้นฟังไว้ก็ไม่เสียหาย
เมื่อถามว่า เห็นด้วยกับแนวคิดของนายเนวินที่อยากให้มีการทำคอนแทรคฟาร์มมิ่งหรือไม่ นางพรทิวากล่าวว่า เป็นแนวทางที่ดี เพราะจะทำให้มีตลาดรองรับผลผลิตของเกษตรกรแน่นอน และผลผลิตได้ราคาดี แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดได้
"ชัยสิทธิ์"ดักคอทหาร อย่าใช้วิชามารสกัด พท.
พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารบก และญาติผู้พี่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ในรายการ ลับ ลวง พราง ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 ถึงการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.สกลนคร ซึ่งมีข่าวว่ามีการใช้อำนาจรัฐสกัดพรรคเพื่อไทยว่า ไม่เป็นไร คงไม่เหมือน รสช. ตนไม่อยากให้เป็นแบบนั้น อยากให้เกิดความยุติธรรม การวางตัวเป็นกลาง เป็นข้าราชการที่ดีของประชาชน จุดนี้คือจุดเริ่มต้นของความยุติธรรม
เมื่อถามว่า จะลงไปช่วยหาเสียงในพื้นที่ภาคอีสานหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ได้ไปหาเสียง แต่จะลงไปดูว่าข้าราชการเป็นกลางหรือไม่ ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ทหาร และตำรวจ ไม่ใช่จะเอาแต่ชนะคะคานกัน เพราะมันไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้ว
เชื่อรัฐบาลไม่มีทางฟอกรถเมล์ให้สะอาด
นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันว่า แม้รัฐบาลจะพยายามใช้วิธีการใดก็คงไม่มีทางฟอกโครงการนี้ให้ขาวสะอาดได้แน่นอน แต่ที่โยนให้คณะกรรมการสภาพัฒน์ไปศึกษาว่าจะเช่าหรือซื้อนั้นมองว่าเป็นเพียงการซื้อเวลา และเกรงว่าหากไม่ให้ผ่าน พรรคภูมิใจไทยจะไม่พอใจ และอาจไม่ยกมือผ่านร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน หรือถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล
ด้าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ คณะทำงานโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการเปิดโปงการทำงานของโครงการชุมชนพอเพียง ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นความอัปยศอย่างหนึ่ง เพราะมีการเอื้อประโยชน์ หรือฮั้วกันระหว่างบุคคล 4 กลุ่ม คือ นักการเมืองท้องถิ่น พ่อค้าหัวใส ข้าราชการที่มีอำนาจในการเซ็นอนุมัติโครงการ และประธานชุมชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพรรคเพื่อไทยขอเวลาในการรวบรวมข้อมูลในเรื่องนี้อีก 5-6 วัน ก่อนที่จะนำมาเสนอให้ประชาชนได้รับรู้ต่อไป
ส.ว.ท้าดีเบตรถเมล์-ขู่ถอดถอน
น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กล่าวถึงกรณีรัฐบาลให้สภาพัฒน์ศึกษาโครงการรถเมล์ 4,000 คันว่า เชื่อว่าเป็นการเล่นกลของรัฐบาลที่พยายามจะบีบให้ทางเลือกของเรื่องนี้อยู่ที่การเช่าหรือการซื้อ ทั้งที่การแก้ปัญหาหนี้สินของ ขสมก.ต้องดูแผนการจราจรทั้งระบบ แล้วจึงตัดสินใจไม่ใช่ว่าจะยึดเอาการเช่าหรือซื้อรถเมล์มาเป็นธงนำแล้วบังคับให้สังคมคล้อยตาม โดยเฉพาะการที่นายปิยะพันธ์ จำปาสุต ผอ.ขสมก. ออกมาบอกว่าหากไม่เช่ารถเมล์ และไม่โละพนักงานออกครึ่งหนึ่งก็ไม่สามารถแก้ปัญหาการคอรัปชั่นใน ขสมก.ได้ ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดอย่างยิ่งกับการที่จะต้องลงทุนกว่า 6 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ได้กำไรวันละ 1,000 แล้วเลี้ยงคนที่เหลือครึ่งหนึ่ง และยังไม่รู้ว่าที่ลงทุนไปจะคุ้มหรือไม่ หาก ขสมก.ยังมีผู้บริหารที่คิดแก้ปัญหาเช่นนี้ นายกฯ ควรจะต้องทบทวนว่าสมควรจะให้บริหารต่อไปหรือไม่ “ที่นายเนวินบอกคนค้านไม่เคยขึ้นรถเมล์ก็ขอบอกว่าดิฉันเคยขึ้นรถเมล์มานานและเห็นความล้มเหลวมาตลอด นายเนวินที่อยู่บุรีรัมย์เคยขึ้นรถเมล์หรือไม่ เพราะที่นั่นบริหารรถเมล์เจ๊งจนไม่เหลือให้นั่ง มีแต่รถสองแถว ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าบริหารอย่างไร” น.ส.รสนากล่าว
น.ส.รสนาระบุว่า มีข้อมูลว่าการเช่ารถเมล์ครั้งนี้ใช้รูปแบบและกระบวนการเดียวกับสมัยที่ทำยูโร 2 ที่เช่ารถ 500 คันด้วยเงิน 9,000 ล้านบาท ตอนนั้นราคากลางอยู่ที่คันละ 5 ล้านบาท แต่เมื่อคำนวณแล้วเช่า 10 ปีราคารถอยู่ที่คันละ 9 ล้านบาท และตอนนั้นบอกว่าจะคุ้มทุนใน 2 ปี แต่ปรากฏว่าจนป่านนี้ 7 ปีแล้วยังขาดทุนวันละ 7,000 บาท เรื่องนี้กรรมาธิการ ส.ว.คนหนึ่งที่เคยตรวจสอบทุจริตในชุดเดียวกับ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ ยังบอกว่าไม่อาจรับได้ และโครงการเช่ารถเมล์ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ราคารถอยู่ที่คันละ 3.2-3.7 ล้านบาท แต่เมื่อเช่า 10 ปีราคาทั้งหมดจะพุ่งไปถึงคันละ 16 ล้านบาท คราวนี้ต้องการจะทำอีก เพราะอยากจะได้อีก และมากกว่าเดิมใช่หรือไม่
น.ส.รสนากล่าวว่า ในวันที่ 9 มิถุนายน เวลา 14.00 น. กรรมาธิการของวุฒิสภา 5 คณะ ประกอบด้วย กรรมาธิการคมนาคม กรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน กรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล กรรมาธิการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค และกรรมาธิการการเงิน การคลังและการธนาคาร จะหารือถึงประเด็นดังกล่าวก่อนจะกำหนดท่าทีต่อโครงการของรัฐบาลต่อไป
นายวรินทร์ เทียมจรัส ส.ว.สรรหา กล่าวฝากไปถึงนายเนวินด้วยว่า ในฐานะที่เกิดใน กทม. รู้เรื่องรถเมล์มากกว่านายเนวิน เพราะนั่งรถเมล์มาตั้งแต่เด็กจนจบมหาวิทยาลัย จึงขอถามว่าคุณมั่นใจว่าทำเพื่อประชาชนจริงหรือ
"กลุ่ม ส.ว. ไม่ได้คิดขัดขวางพวกท่าน แต่พวกเราขัดขวางคนที่มันกำลังคิดโกงบ้านกินเมืองทำชาติเสียหายต่างหาก ถ้าพวกท่านแน่ก็ขอให้ดำเนินการโครงการนี้ต่อไป แล้วค่อยมาคุยเรื่องการถอดถอนกัน อีกทั้งขอท้าด้วยว่าให้มาออกรายการผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่องใดก็ได้ มานั่งคุยถามตอบกันต่อหน้าประชาชนทั่วประเทศไปเลย" นายวรินทร์กล่าว



