ข่าว

'ปชป.'ฉะ'แม้ว'จี้'เฉลิม'ดันร่างพรบ.ปรองดอง

'ปชป.'ฉะ'แม้ว'จี้'เฉลิม'ดันร่างพรบ.ปรองดอง

24 พ.ค. 2556

'ชวนนท์' ฉะ 'ทักษิณ' จี้ 'เฉลิม' ดันร่างพรบ.ปรองดอง เย้ยฉบับ 'วรชัย' แค่สับขาหลอก 'คนเสื้อแดง' ย้ำจุดยืน 'ปชป.' ค้านกฎหมายล้างผิด

 

                          24 พ.ค.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงกรณีการยื่นร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันว่าเราต่อต้านกฎหมายที่ล้างผิดให้กับคนที่คอรัปชั่น และมีความผิดในคดีอาญา รวมถึงกรณีการสั่งฆ่าประชาชนหรือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเสื้อเหลือง หรือเสื้อแดง หรือทหาร โดยทางพรรคยืนยันที่ต้องให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการต่อไปเพื่อแสวงหาความจริงให้แก่ประเทศ ก่อนที่จะมีการพูดคุยเพื่อปรองดอง แต่สิ่งที่พรรคเพื่อไทยและพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำอยู่นั้นเป็นการตัดตอนกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นการตัดทอนความจริงของประเทศ ทำให้พี่น้องเสื้อแดงตายแบบฟรีๆ เพื่อเป็นเงื่อนไขให้พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศอย่างไร้มลทิน

                          อย่างไรก็ตามกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ สไกป์มาที่เวทีงานรำลึกเสื้อแดง 19 พ.ค.ที่แยกราชประสงค์นั้น ก็มีการหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงร่างพ.ร.บ.ปรองดองขอร.ต.อ.เฉลิม แต่พยายามพูด สนุบสนุนร่างพ.ร.บ.กฎหมายของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรคเพื่อไทย ที่จะมีการนิรโทษกรรมแต่ประชาชนผู้ชุมชน แต่ไม่ได้นิรโทษให้แกนนำทุกระดับ

                          นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า แต่ในข้อเท็จจริงตนเชื่อว่าลับหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็แอบสกิด ร.ต.อ.เฉลิม ให้ผลักดันพ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับร.ต.อ.เฉลิมเหมือนกัน เพราะร่างกฎหมายของนายวรชัยนั้นสุ่มเสี่ยงที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่ได้ประโยชน์ หรือไม่ได้รับการล้างผิด ซึ่งตรงกันข้ามกับร่างพ.ร.บ.ปรองดองของร.ต.อ.เฉลิม ที่พยายามดึงประชาชนทั้งประเทศเข้ามาเพื่อเป็นเครื่องต่อรองให้พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไรก็ตามขณะนี้ข้อเท็จจริงคือร่างพ.ร.บ.ปรองดองของร.ต.อ.เฉลิม เท่านั้นที่จะถูกผลักดันจากคนฝ่ายรัฐบาล

                          ส่วนร่างกฎหมายของนายวรชัยนั้นเสนอไปเพื่อเป็นการสับขาหลอกคนเสื้อแดง ให้เห็นว่ามีกระบวนการหาคนสั่งฆ่าประชาชนมาลงโทษ ทั้งนี้ตนขอเรียกร้องว่าถ้าพี่น้องคนเสื้อแดงไม่ร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์ ในอีกไม่กี่เดือนคนที่สั่งฆ่าประชาชน คนที่ทำร้ายทหารก็จะถอนหน้ากากสีดำออกมาแล้วประกาศตัวว่าเป็นคนฆ่าประชาชนโดยที่พี่น้องคนเสื้อแดงไม่สามารถทำอะไรได้เลย ซึ่งนี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และไม่ใช่เหตุผลที่จะนำไปสู่การปรองดอง แต่จะนำไปสู่การแตกแยก ย่อยยับกว่าเดิม ตนจึงขอเรียกร้องให้ประชาชนไม่ว่าจะสีไหนให้ออกมาปกป้องระบบนิติรัฐของประเทศไม่เกิดความเสียหายจากกฎหมายปรองดองที่พ.ต.ท.ทักษิณกำลังทิ้งระเบิดลูกใหญ่ใส่ประเทศอีกครั้งหนึ่ง

                          “การเข้าร่วมคงเป็นการทำหน้าที่ในสภา แต่จุดยืนพวกเราคือคัดค้านทุกรูปแบบตามรัฐธรรมนูญ และทำความเข้าใจถึงกฎหมายปรองดองให้แก่ประชาชน โดยผ่านกระบวนการเวทีปาศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ทุกวันเสาร์ เราจะเดินหน้าเรื่องนี้เต็มที่เพื่อคัดค้านเต็มกำลัง” นายชวนนท์ กล่าว

 

'ชวนนท์' จวก 'ณัฐวุฒิ' แก้ของแพงด้วยการขึ้นราคา

 

                          นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนที่อยู่ในสภาวะของแพงทั้งแผ่นดินอีกว่า ไม่ทราบว่านายกฯและคณะรัฐมนตรีทราบหรือไม่ว่าประชาชนเดือดร้อนจากสภาวะของแพง โดยกรณีราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ราคาไข่ไก่ที่สูงสุดอยู่ที่ฟองละ 2.90 บาท แต่ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มของรัฐบาลชุดนี้อยู่ที่ฟองละ 3.20 บาท แพงกว่าสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ถึง 30 สตางค์ และที่น่าแปลกก็คือประธานชมรมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ออกมาบอกว่าต้นทุนการผลิตไข่ไก่อยู่ที่ 2.63 บาท แต่ทางกระทรวงพาณิชย์ปล่อยให้ขายถึง 3.20 บาท ทั้งนี้สิ่งที่น่าแปลกไปกว่านั้นคือนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เรียกประชุมผู้ประกอบการในการควบคุมราคาไข่ไก่ แต่ผลการประชุมคือให้ควบคุมราคาขายไข่ไก่ไม่ให้เกินฟองละ 3.30 บาท เพิ่มให้อีก 10 สตางค์ ตนฟันธงเลยว่าตอนนี้ราคาไข่ไก่ขึ้นไปชนเพดานที่ตั้งราคาไว้แน่นอน ซึ่งการแก้ของแพงด้วยการเพิ่มราคาให้แพงขึ้นไปอีกตนพึ่งเห็นในรัฐบาลชุดนี้ ที่มีนายณัฐวุฒิ เป็นรมช.พาณิชย์

                          นายชวนนท์ กล่าวถึงกรณีที่ต้นทุนเอ็นจีวีสูงขึ้นที่เคยมีการปรับตัวขึ้น 2 บาทในสมัยรัฐบาลชุดนี้มาแล้วอีกว่า เป็นการส่งผลกระทบให้กับผู้ที่ขับรถแท็กซี่ และเป็นที่มาที่ขณะนี้มีการขอขึ้นราคามิสเตร์แท็กซี่ จากเดิมที่เริ่มต้น 35 บาท เป็น 40 บาท และขอเพิ่มค่าโดยสารเฉลี่ยร้อยละ 20 ต่อกิโลเมตร รวมทั้งในช่วงรถติดที่จอดรถจากเดิมคิดนาทีละ 1.50 บาทเป็น 2 บาท ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจริงๆ

                          “ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเลิกเล่นการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปรองดอง เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องชายชุดดำ และปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการต่อไป โดยให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและคณะรัฐมนตรี ก้มหน้าดูประชาชนที่เขาเลือกท่านมาเป็นรัฐบาลบ้าง วันนี้เขาเดือนร้อนแสนสาหัส จากนโยบายของพวกท่านเอง แต่พวกท่านเองเอาแต่เหงยหน้ามองพ.ต.ท.ทักษิณ คิดแต่จะช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ โดยละทิ้งประชาชนรากหญ้า” นายชวนนท์ กล่าว

 

ย้อนถาม 'ดีเอสไอ-นครบาล' ปมชายชุดดำ เชื่อเตรียมแปลงหลักฐานโยนมือที่ 3

 

                          นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องการตามหาชายชุดดำ ตนไม่แน่ใจว่า 3 ปีที่ผ่านมานั้น รูปชายชุดดำ 6 - 8 ราย รวมกับที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ส่งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลนั้น ขณะนี้ทำอะไรกันอยู่ถึงไม่สามารถจับกุมตัว หรือนำตัวมาสืบสวนสอบสวน แต่หลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณ สไกป์มายังเวทีรำลึกชุมนุมเสื้อแดง 19 พ.ค.ที่แยกราชประสงค์ ทางดีเอสไอ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ดูเหมือนจะเร่งรีบหาตัวผู้ที่เผาเซ็นทรัลเวิดล์อย่างร้อนรนผิดปกติ โดยตนขอตั้งข้อสังเกตุว่าตำรวจต้องมีเบาะแส หรือข้อมูลของผู้ที่เผา ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ 2 หน่วยงานนี้จะไม่มีข้อมูลของผู้ที่เผาเลย แต่ขณะนี้มีความพยายามที่จะกลบหลักฐานหรือเปลี่ยนแปลงหลักฐานอะไรหรือไม่ เพื่อให้คนเหล่านี้ถูกโยนว่าเป็นมือที่ 3 ซึ่งตำรวจหรือดีเอสไอก็จะระบุว่าไม่ใช้กลุ่มคนเสื้อแดง เพราะทางตำรวจนครบาลก็ออกมาระบุแล้วว่า ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้เคยเข้าร่วมชุมนุม ก็จะถือได้ว่าเป็นการเข้ามาเพื่อแทรกแซงเพื่อสร้างสถานการณ์ อย่างไรก็ตามการพูดจาชี้นำแบบนี้เป็นการตอบสนองคำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ อย่างชัดเจน ที่ต้องการจะเอาคำสั่งของศาลที่ยกฟ้องคนเสื้อแดง 2 คน และสร้างเรื่องนิยายว่าคนเผาไม่ใช่คนเสื้อแดง

                          “ในเหตุการณ์วันที่ 19 พ.ค.53 ผนก็อยู่ในศูนย์บัญชาการที่ราบ 11 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเย็นที่มีการกระชับพื้นที่นั้น ก็ได้รับการแจ้งจากประชาชนมากมายว่าจะมีการเผาเซ็นทรัลเวิดล์ และก็มีการแจ้งด้วยว่ามีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงต่อต้านรถดับเพลิงที่จะเข้าไปดับเพลิง และทางหน่วยงานดับเพลิงของกรุงเทพมหานครเองก็แจ้งกลับมาว่าไม่สามารถเข้าไปดับเพลิงได้ เนื่องจากถูกยิงกั้นตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงในเอกสารหลักฐานสำนวนของดีเอสไอ ผมไม่คิดว่าดีเอสไอจะกล้ากลับคำ กลับสำนวนของตัวเอง ไม่อยากให้ข้าราชการของประเทศเปลี่ยนไปตามอำนาจทางการเมือง ขอให้ทำหน้าที่อย่างตรงไป ตรงมา ทั้งนี้เหตุการณ์เผาเซ็นทรัลเวิดล์เป็น 1ใน 39 จุดเท่านั้นที่มีการเผากทม.อีก 38 จุดขอถามทางดีเอสไอหรือตำรวจนครบาลว่าได้มีความเคลื่อนไหว หรือหลักฐานอะไรที่จะเอาผู้ที่มีความผิดมาลงโทษ รวมทั้งที่เผาศาลากลางจังหวัดต่างๆด้วย” นายชวนนท์ กล่าว

 

 

'ส.ส.ปชป.' จี้ 'รมว.พลังงาน-ผู้ว่ากฟผ.' ลาออก ปมไฟดับ 14 จังหวัดใต้

 

                         นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ว่า  เป็นเรื่องที่ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน และ นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก เหมือนกับผู้ที่บริหารระดับสูงในต่างประเทศกระทำกัน เพราะถือเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างมาก และสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดเหตุรุนแรง จนส่งผลต่อการดูแลความปลอดภัยของประชาชน และเจ้าหน้าที่อาจได้รับอันตรายจากการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงดังกล่าว ถือเป็นความอ่อนไหวทางสถานการณ์ที่สำคัญมาก

                         นอกจากนั้น หลังจากเกิดเหตุในวันแรก รมว.พลังงาน และ ผู้ว่าฯ กฟผ. ต่างก็แถลงข้อสรุปถึงสาเหตุของการเกิดไฟฟัาดับไปในลักษณะที่แตกต่างกัน บ้างก็บอกว่าเกิดมาจากสถานีจ่ายไฟฟ้าลำภูรา จังหวัดตรัง บ้างก็บอกว่าเกิดมาจากสถานีจ่ายไฟฟ้าบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และกระทั่งล่าสุดก็ยังมีการบอกว่าเกิดมาจากสถานีจ่ายไฟฟ้าที่จังหวัดเพชรบุรี หรือแรกๆ ก็บอกว่าเป็นเพราะสายส่งหลุด แต่ต่อมาก็บอกว่าเป็นเพราะฟ้าฝ่า จนสร้างความสับสนให้กับพี่น้องประชาชนในภาคใต้ที่ติดตามข่าวสารเป็นอย่างยิ่ง

                         นายสมชายยังชี้ว่า ที่สำคัญในเมื่อภาคใต้ต้องพึ่งพากำลังไฟฟ้าเพียงแค่เล็กน้อย จากสถานีจ่ายไฟฟ้าในพื้นที่ภาคกลาง แต่ทำไมจู่ๆ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงมีไฟฟ้าดับพร้อมกันทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ แทนที่จะดับเพียงแค่บางจุด และเมืองสำคัญในภาคใต้ ต่างก็สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้อยู่แล้ว แต่ทำไมจึงเกิดปัญหาไฟฟ้าดับยาวนานหลายชั่วโมง

                         "แสดงให้เห็นว่า ที่ผ่านมากระทรวงพลังงาน และ กฟผ. มิได้เคยวางมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้เอาไว้เลย ซึ่งนอกจากผู้บริหารระดับสูงจะต้องลาออกจากตำแหน่งแล้ว นายกรัฐมนตรีจะต้องสั่งการให้มีการวางระบบไฟฟ้าในภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม อย่างน้อยถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริงๆ จะต้องเหลือไฟฟ้าจ่ายไปยังหัวเมืองสำคัญ รวมทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้"

                         ส่วนข้ออ้างที่จะให้มีแก้ปัญหาด้วยการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มในบางจังหวัดของภาคใต้ เช่น ตรัง กระบี่ นั้น ทาง ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ เคยได้รับการหารือในเรื่องนี้จาก กฟผ.มาบ้างแล้ว แต่มิได้แสดงท่าทีเห็นด้วยหรือคัดค้าน พร้อมเสนอแนะผู้รับผิดชอบนำเสนอข้อมูลไปยังประชาชนในภาคใต้ให้ละเอียด ก่อนที่จะสรุปผลมายัง ส.ส.พื้นที่เพื่อพิจารณาในขั้นตอนต่อไป ซึ่งถ้าหากสามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนว่า มีผลดีมากกว่าผลเสียจริงๆ ก็คงไม่ขัดข้อง