
สังคมไทยวันนี้'สวย หล่อ เลือกไม่ได้'
สังคมไทยวันนี้'สวย หล่อ เลือกไม่ได้' : ต่อปากต่อคำ โดยดร.อมร วาณิชวิวัฒน์
ต้องยอมรับว่า สังคมไทยวันนี้ สวย หล่อ ไม่ใช่ว่าจะเลือกอะไรได้อย่างที่คิดกัน เพราะคนสวย หล่อดูดี มีเยอะขึ้นด้วยมีดหมอหรือการทำศัลยกรรมเพื่อแปรเปลี่ยนบุคลิกภาพมีให้เห็นกันดาษดื่น บางธุรกิจวันนี้ข้ามแดนไปโผล่ในลาว ในกัมพูชาก็มีให้เห็นอยู่หลายราย เรื่องดังกล่าวในทางหนึ่งถือเป็นเรื่องดีที่คนไทยสามารถก้าวหน้าในทางธุรกิจการค้า แต่ได้สะท้อนให้เห็นว่า วันนี้เรื่องน่าห่วงใยเกี่ยวกับ “เยาวชนของเราทั้งหลาย” นอกจากปัญหาตบตีมีคลิปออกมาเผยแพร่กันในเว็บ หรือ การออกมาเพ่นพ่านขับขี่ยวดยานสร้างความเดือดร้อนรำคาญและก่อให้เกิดอันตรายกับคนสัญจรไปมาบนท้องถนนแล้ว เรื่องของการแข่งขันประชันเด่นเรื่องความสวยงามกระทั่งไม่แข่งขันกันทำความดีหรือพัฒนาศักยภาพของตนเองในด้านอื่นๆ เป็นเรื่องที่น่าห่วงจริงๆ ครับ
เพราะวันสองวันก่อนมีรุ่นน้องเอาภาพพนักงานในบริษัทที่เขาทำงานอยู่มาให้ดู เป็นภาพผู้หญิงน่าตาดีมาก เขาเอาภาพมาถามผมว่า “พี่คิดว่ามีตรงไหนบนหน้าของหญิงในภาพที่เขาไปให้หมอทำศัลยกรรมมาบ้าง” ผมต้องยอมรับว่า ฝีมือหมอเนียนมากกระทั่งดูแทบไม่ออก ผมจึงเดาส่งเดชไปว่า จมูกกระมังครับ เพราะส่วนใหญ่คนคงชอบทำให้จมูกโด่งๆ เห็นได้เด่นชัด ซึ่งคำตอบที่ได้ก็ไม่ผิดครับ แต่ผิดคาดคือ น้องผู้หญิงในภาพนั้นเขาทำทั้งหน้า และยังมีข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า มีเหตุผลสำคัญของการทำศัลยกรรมคือ เพื่อให้ตนเองดูดีและจะได้มีโอกาสเลือกคู่ครองฐานะดี แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง จะหญิงหรือชายที่คิดเช่นนี้ผมเชื่อว่ามีอยู่ไม่แตกต่างกัน เพราะฝ่ายชายเองที่ทำให้ตัวเองโดดเด่นดูดี ก็เคยได้ยินมาเช่นกันว่ามีกุศโลบายคล้ายๆ กัน ถ้าภาษาชาวบ้านพูดกันง่ายๆ ก็คือ หาคนเลี้ยงดู ซึ่งผู้ชายสมัยนี้ ยิ่งผิดคาดเพราะคนไหนหน้าตาดี คนเลี้ยงดูจะกลายเป็นผู้ชายด้วยกันเอง เป็น "ไม้ป่าเดียวกัน" อย่างที่คงเคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้าง
เรื่องที่เล่าผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทย แต่จำนวนและปริมาณกรณีศึกษาให้ได้รับรู้ให้ได้ยินเข้าหูแต่ละวันมีเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงต้องฝากให้ผู้บริหารจัดการการศึกษาช่วยกันคิดนะครับว่า วันนี้เราจะทำให้เด็กของเราจำนักวิชาการชื่อดังๆ หรือ คนเก่งด้านกีฬา คนเก่งมากความสามารถในเรื่องอื่นๆ ได้มากกว่า คนดังเพราะออกทีวี เป็นดารา เป็นนักร้องค่ายโน้นค่ายนี้ ซึ่งยุคปัจจุบัน ลามไปถึงนักร้อง เคป๊อป, เจป๊อป ค่ายญี่ปุ่นเกาหลีเข้าไปโน่น
การขาด “อัตลักษณ์ (identity)” ของเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ผมมองเห็นการพัฒนาของคนจีน คนเกาหลี ที่เบียดแซงเอาชนะญี่ปุ่น และหลายประเทศมหาอำนาจในโลกนี้ได้ เพราะนอกจาก “เรื่องของวินัย” ที่เขามีมากๆ กันอยู่แล้ว เรื่องที่สำคัญมากคือ การพัฒนาคุณภาพของคนในชาติ ด้วยการทำให้คนในชาติมีศักยภาพ ไม่ใช่แข่งกันสวย หล่อ แม้จะมีคนเถียงว่า วันนี้ดารานักร้องเกาหลีหลายคนมีใบหน้าสวยหล่อเพราะศัลยกรรม แต่มันเพิ่งมาแตกหน่อออกเนื้อหนังเป็นที่นิยม ภายหลังการเปลี่ยนแปลงฟื้นฟูประเทศจากความยากลำบาก กระทั่งเขาพัฒนาด้วยระเบียบวินัยและ “ความพอเพียง” ที่คนในชาติของเขายึดถือปฏิบัติ เหมือนแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทย
วันนี้แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาจะเล่นงานจีนเรื่อง “การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาก็ยังทำอะไรได้ไม่เต็มที่” เพราะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีน พร้อมจะทำอะไรได้เอง ไม่จำเป็นต้องง้อชาติไหนในโลก แต่ของสังคมเรา จะทำอะไรก็ต้องไปฝากเพื่อนบ้าน ทั้งไฟฟ้า ทั้งทรัพยากรป่าไม้ แม้แต่ข้าว มันสำปะหลัง และยางพาราที่เคยปลูกได้เอง วันนี้เราต้องไปฝากให้ลาว เขมร ช่วยทำให้แทน ลองคิดดูถึงความมั่นคงด้านพลังงานว่า หากปล่อยให้เป็นในสภาพเช่นนี้ จะมีผลกระทบอย่างไรต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในวันข้างหน้า ดังนั้นทางกระทรวงศึกษาธิการอย่าไปสนใจเรื่องทรงผมมากกว่าทำอย่างไรกับหลักสูตรการเรียนการสอนและการพัฒนา “ทรัพยากรมนุษย์ของเรา” ด้วยการดูตัวอย่างประเทศยักษ์ใหญ่ในเอเชีย และเราควรต้องหนีมาเลเซียที่กำลังประกาศตัวเป็น “ประเทศพัฒนาแล้ว (developed country)" ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ให้ได้
...........
(หมายเหตุ : สังคมไทยวันนี้'สวย หล่อ เลือกไม่ได้' : ต่อปากต่อคำ โดยดร.อมร วาณิชวิวัฒน์ [email protected]/ twitter@DoctorAmorn)



