ข่าว

'ปลอด'แย้มแผนสองโปรเจกต์น้ำ

'ปลอด'แย้มแผนสองโปรเจกต์น้ำ

23 พ.ค. 2556

'ปลอด' แย้มแผนสองโปรเจกต์น้ำ ยันไม่ล้มโครงการหากไร้บริษัทที่สอบผ่าน โยน 'กรมชลฯ' รับลูกต่อ พร้อมเผยผลถก 'นายกฯเกาหลีใต้'

 

                         23 พ.ค.56 นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยถึงการประมูลทีโออาร์ในโครงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลว่า ยืนยันว่าจะไม่มีการวิ่งเต้นเพื่อให้ชนะการประมูล อีกทั้งการประมูลตนไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ ส่วนการนำเดินการขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการดูรายละเอียดเนื้อหาของแต่ละบริษัทที่เสนอมา โดยมีเจ้าหน้าที่กว่า 40 คน อ่านรายละเอียด 16 ชั่วโมงต่อวัน และเมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็จะส่งรายละเอียดไปยังนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือกโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย เพื่อพิจารณาและให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนด

                         "บริษัทไหนได้คะแนนเกิน 80ก็ผ่านการประมูลด้านเทคนิค ถ้าไม่เกิน 80 ก็ตก และถ้าเกิน 80 และได้ที่หนึ่งก็มาเจรจา เพื่อเปิดซองราคาว่าอันนี้แพงไป เทคนิคอย่างนี้ไม่ได้ ว่าไป ถ้าเจรจากันได้ก็ได้ไป แต่ถ้าไม่ได้ก็เอาบริษัทที่อยู่ในลิสต์ขึ้นมา" นายปลอดประสพ กล่าว

                         เมื่อถามว่าถ้าบริษัทที่จะดึงขึ้นมาในลำดับถัดไปในโมดูลเดียวกันได้ไม่ถึง80คะแนนจะทำเช่นใด รองนายกฯ กล่าวว่า "ก็ตกไปเลยสิ ก็ต้องเริ่มใหม่ ส่วนที่ในโมดูลมีเพียง 2 บริษัท แล้วบริษัทแรกได้คะเเนนเกิน 80 แต่เจรจาเรื่องราคาไม่ได้ส่วนบริษัทรองลงมาก็ได้ไม่เกิน 80 คะแนนนั้น ก็ไม่ดึงใครขึ้นมา ก็ทำใหม่ ตรงไปตรงมา ก็เริ่มต้นใหม่เลย ส่วนจะเริ่มต้นใหม่แบบไหนมันก็มีหลายอย่าง อาทิ ให้กรมชลประทานไปออกแบบ มีแบบหรือไม่ ถ้าไม่มีก็จ้างบริษัทที่ปรึกษาไปออกแบบให้เสร็จ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้คิดเวลานี้ แต่ไม่ทำด้วยวิธีพิเศษแน่นอน เพราะป.ป.ช.กรุณาตั้งอนุกรรมการรอไว้แล้ว พวกผมจะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด"

                         ส่วนการใช้เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท ให้ทันกำหนดก่อนวันที่ 30 มิ.ย.นั้น นายปลอดประสพ กล่าวว่า พ.ร.บ.นี้มีอายุอีก 5 ปี และต้องใช้ภายใน 30 มิ.ย.56 และตอนนี้ได้ใช่ไปแล้ว 5หมื่นกว่าล้านบาทแล้ว โดยกระทรวงคมนาคมใช้เป็นหลัก และในการประชุม กบอ.วันนี้ก็จะมีการอนุมัติให้กับกรมป่าไม้ในการดำเนินโครงการปลูกป่า

                         "ดังนั้นเงินส่วนนี้ไม่มีปัญหา เพราะได้ใช้ไปแล้วและมีเวลาใช้อีก 5 ปีจากนี้ และไม่มีการยืมเงินมากองไว้ให้เสียดอกเบี้ย จะอนุมัติเท่าที่อนุมัติโดยยืนยันว่าไม่มีการเอาเงินไปกองไว้ที่ไหน" นายปลอดประสพ กล่าว

                         สำหรับการเข้าพบเพื่อหารือกับนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ระหว่างเดินทางเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำทางด้านน้ำที่ จ.เชียงใหม่นั้น นายปลอดประสพ กล่าวว่า ไม่ได้มีการหารือในเรื่องการประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำแต่อย่างใด แต่มีการหารือการบริหารจัดการน้ำในภาคตะวันออก ซึ่งตนขอให้เกาหลีใต้ส่งทีมมาศึกษาแต่ประเทศไทยไม่มีเงินให้ทั้งค่าจ้างและค่าพัฒนาว่าจะทำอย่างไรให้เขื่อนฝั่งเเม่น้ำบางปะกงที่สร้างมากว่า 3,000 ล้านบาทใช้ได้ ทำอย่างไรจะให้น้ำทำการเกษตรพอเพียงที่ จ.จันทบุรี น้ำเสียของพัทยาจะทำอย่างไร และจะทำอย่างไรกับการขยายตัวของอุตสาหกรรม

                         "ก็ขอให้เขามาศึกษาวิชาการภาคตะวันออกไม่เกี่ยวกับงบ 3.5 แสนล้านบาท ก็ให้เขาทำให้ฟรีเลย เพราะบอกเขาแล้วว่าไม่มีเงิน" นายปลอดประสพ กล่าว

 

'ปลอด'เผยผลประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติฯ

 

                        นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในการประชุมเชิงปฎิบัติการเพื่อขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 5 เรื่อง “การป้องกันและลดผลกระทบด้านสุขภาพจากโรงไฟฟ้าชีวมวล” โดยในการประชุมได้มีนพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา กรรมการสุขภาพแห่งชาติ  ในฐานะประธานคณะกรมการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพเข้าร่วม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอนามัย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ผลิตน้ำตาลและชีวะพลังงานไทย นักวิชาการด้านพลังงานและกฎหมาย ภาคประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

                        โดยนายปลอดประสพ กล่าวว่า การประชุมเชิงปฎิบัติการฯครั้งนี้เป็นไปตามมติคสช.เมื่อวันที่ 3 เม.ย.56 ที่ได้ระดมความคิดเห็นเพื่อสร้างความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำโรดแมปในการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เรื่องการป้องกันและลดผลกระทบด้านสุขภาพจากโรงไฟฟ้าชีวมวลไปสู่ภาคปฎิบัติ ก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมคสช.และคณะรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและชุมชน เนื่องจากที่ผ่านมามีการศึกษาพบว่าการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าชีวมวล มีระบบการจัดการและควบคุมมลพิษไม่ดีพอ ก่อให้เกิดสารหรือฝุ่นละอองที่เกิดจากการเผาไหม้ เป็นอันตรายต่อสุขภาพและกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรอบชุมชน จำเป็นต้องมีการปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายที่ใช้กำกับดูแลในปัจจุบันให้มีการรัดกุมเพียงพอ

                        นายปลอดประสพ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมวันนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดี และมีความคืบหน้าในการดำเนินการของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวช้อง รวมถึงได้ร่วมกันกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ผลสรุปจากการประชุมเชิงปฎิบัติการในวันนี้ ขอให้ทุกฝ่ยถือเป็นข้อตกลงร่วมกัน และต้องนำไปปฎัติอย่างจริงจังด้วย อย่างไรก็ตาม โรงไฟฟ้าชีวมวลถือเป็นนโยบายหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนด้านพลังงานขอประเทศ และช่วยลดต้นทุนให้แก่ภาคธุรกิจ แต่หากกระบวนการเผาทำลายของโรงไฟฟ้าชีวมวลไม่ดีพอ ก็อาจเกิดมลพิษ ท้งนี้ควรมีการศึกษาเพื่อพัฒนารูปแบบและเทคโนโลยีเตาเผาชีวมวลในประเทศไทย โดยเรียนรู้จากประสบการณ์ในต่างประเทศ อาทิ ประเทศจีน

                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมเห็นชอบการดำเนินการของสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ในการจัดทำฐานข้อมูลการผลิตและการใช้ไฟฟ้าใน 12 จังหวัด ประกอบด้วย เพชรบูรณ์ ,ลำปาง ,อุตรดิตถ์ ,นครราชสีมา ,ชัยภูมิ ,อุดรธานี ,กาญจนบุรี ,ราชบุรี ,สุพรรณบุรี ,นครศรีธรรมราช ,สงขลา และชุมพร ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน เพื่อนำไปสู่การจัดการจัดทำแผนพลังงานและแผนแม่บทพลังงานชีวมวลจังหวัด โดยมุ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

 

'ปลอด' ยันสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลไม่เกี่ยวไฟดับภาคใต้

 

                       รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีการจัดทำโรงไฟฟ้าชีวมวลว่า เกิดจากกลุ่มสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ที่วางนโยบายมาเสนอต่อรัฐบาล ตนจึงบอกให้ทำแผนปฎิบัติการมาด้วย เพราะคนรับจะได้นำไปปฎิบัติง่าย และยังเป็นการบังคับให้คนปฎิบัติมานั่งคุยกัน จะได้ไม่ขัดแย้งกันภายใน โดยคำอธิบายที่สมัชชาอธิบายคือไฟฟ้าไม่พอ และซึ่งจะทำให้เกิดโรงไฟฟ้าขนาดเล็กกระจายอยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นความหวังดีที่จะไปเก็บเอาขยะ เอาไม้ เอาพืช มาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า แต่จะกลายเป็นความหวังร้าย เพราะจะมีไอพิษมากเวลาเผาขยะ

                       จากนั้นจึงมาตกลงกันทุกหน่วยราชการ ว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลจะแบ่งกันกี่ประเภท ที่ตั้งควรจะเป็นตรงไหน ห่างจากหมู่บ้านเท่าไหร่ เตาเผาควรเป็นอย่างไร เพราะนี่เป็นการทำไฟฟ้าแต่ไปเอามาตรฐานเตาเผาขยะมาใช้ ผลก็คือมีมลพิษ อย่างไรก็ตามถ้ากลุ่มสมัชชาจัดทำฐานข้อมูลการผลิตไฟฟ้าเสร็จ ตนก็จะนำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี แจกมติของสมัชชาและไกด์ไลน์การปฎิบัติให้หน่วยงานราชการ

                       “การจัดทำโรงไฟฟ้าชีวมวลไม่เกี่ยวอะไรกับที่ไฟฟ้าดับที่ภาคใต้ 14 จังหวัด เพราะมีการนัดประชุมกันก่อนไฟฟ้าดับ  ผมก็ยังงงว่ามีผู้กล่าวหารัฐบาลว่าจัดฉาก แหมคนคิดก็ช่างมีความคิดอันประเสริฐจริงๆ ผูกใจเจ็บเหลือเกิน อย่างไรก็ตามในการทำก็จะมีการพึ่งพาของหมู่บ้านน้อยลงเพราะเขามีไฟฟ้าของตัวเอง และมีการกำจัดขยะไปในตัวด้วย เป็นการพึ่งตนเอง แต่ระบบก็ต้องได้มาตรฐาน แต่ทุกวันนี้ยังไมได้มาตรฐาน” นายปลอดประสพ กล่าว

 

'ปลอด' ตั้งอนุฯสอบทุจริตเวนคืนที่ดินเขื่อนโป่งขุนเพชร

 

                       นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.)กล่าวถึงความคืบหน้าการประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำวงเงิน 291,000 ล้านบาทว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณารายละเอียดด้านเทคนิกของแต่ละบริษัทที่เสนอมา โดยมีทีมงานนักวิชาการกว่า 50 คน อ่านเอกสารทั้งหมดเป็นรายบรรทัดทุกตัวอักษรหลายหมื่นหน้า วันละกว่า 16 ชั่วโมง และตรวจวิเคราะห์เทคนิคต่างๆที่เสนอมาว่าเกิดประโยชน์กับประเทศและสามารถทำ ได้จริงหรือไม่ จากนั้นจะส่งผลสรุปให้คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทยชุดใหญ่ ที่มีนายธงทอง จันทรางศุ เป็นประธานให้คะแนน

                       ทั้งนี้ 4 กลุ่มบริษัทยื่นเสนอข้อเสนอมา ประกอบด้วย บริษัท โคเรีย วอเตอร์ รีซอสเซส คอร์ปอเรชั่น (เควอร์เตอร์) , กลุ่มบริษัท ไอทีดีพาวเวอร์ไซน่า เจวี , กิจการร่วมค้าซัมมิท เอสยูที และ กลุ่มบริษัทค้าร่วมล็อกซเล่ย์ จะต้องได้คะแนนในแต่ละแผนงาน(โมดูล)ทั้ง 9 โมดูล เกินกว่า 80 คะแนนขึ้นไปถึงจะเปิดซองราคาและต่อรองราคากันในขั้นตอนต่อไป โดยกบอ.จะนำเสนอผลการคัดเลือกให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ จากนั้นจะประกาศรายชื่อผู้ที่ชนะการประมูลให้สาธารณชนรับทราบต่อไป

                       นายปลอดประสพกล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาเรื่องการหาประโยชน์จากการเวนคืนที่ดินการก่อสร้างเขื่อนโป่งขุนเพชร จ.ชัยภูมิ ที่อนุมติไปเมื่อ2ปีที่แล้ว ที่จู่ๆก็มีคนเข้าไปสร้างบ้านและยื่นขอค่าชดเชยและเขื่อนห้วยโสมง จ.ปราจีนบุรีนั้น ทางกบอ.ได้ป้องกัน โดยจะตั้งอนุกรรมการป้องกันการฉ้อฉลก่อสร้าง สิ่งก่อสร้าง หรือใช้พื้นที่ เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยจากรัฐบาล โดยจะมีทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่มหาดไทย อัยการ เข้ามาร่วมเป็นอนุกรรมการ

                       "เพราะมีความชัดเจนแล้วว่ามีขบวนการรุกในพื้นที่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะดำเนินคดี และมีการรายงานมาว่ามีนายทุนมาลงทุน ข้าราชการที่ทำหน้าที่ชี้เป้า ชาวบ้านในและนอกพื้นที่มาอาสา และมีผู้ที่คัดค้านเขื่อนกลุ่มหนึงเข้ามาผสมโรงด้วย ใครไปใครบ้างไม่ช้าผู้ว่าฯชัยภูมิคงให้ข่าว เพราะผมสั่งให้กรมชลประทานสอบสวนแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนที่จะเริ่มโครงการบริหารจัดการน้ำ 291,000 ล้านบาท" นายปลอดประสพ กล่าว

                       รองนายกฯ กล่าวต่อไปว่า และโรคแบบนี้กำลังเกิดขึ้นที่เขื่อนห้วยแม่โสมง จ.ปราจีณบุรี ที่มีลักษณะแบบนี้คือมีนายทุนมาปลูกยางในพื้นที่สปก. โดยไม่ได้เป็นเจ้าของพื้นที่ เพราะชาวบ้านขายสปก.ให้ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ขาย แต่ชาวบ้านก็ไปอยู่ที่อื่น แล้วรัฐก็โง่หรือเปล่าก็ไม่ทราบ ไปจ่ายเงินให้นายทุนทั้งที่รู้อยู่แล้วว่านายทุนเป็นเจ้าของ ก็จ่ายให้เขาเป็นร้อยล้าน และทำท่าว่าจะอนุญาตให้นายทุนตัดต้นไม้อีก ซึ่งตนคาดโทษไปแล้วว่าถ้าตัดต้นไม้เมื่อไรก็โดนนะ เพราะบอกแล้วว่านี่เป็นโครงการพระราชดำริที่รับสั่งเอาไว้ให้ดำเนินการให้เสร็จ

                       ส่วนกรณีที่ป.ป.ช.จะทำความเห็นมาถึงครม.ในจุดเสี่ยงของโครงการน้ำ 3.5แสนล้านบาทนั้น นายปลอดประสพ กล่่าวว่า นายธงทอง ได้จัดประชุมไปแล้วหนึ่งครั้งเพื่อหารือถึงคำแนะนำของ ป.ป.ช. ว่าเราจะตอบสนองได้แค่ไหน และจะมีการพูดคุยกันเรื่อยๆ โดยรัฐบาลไม่เพิกเฉย และไม่ได้มองว่าเป็นการกล่าวหาและมองแง่ไม่ดี แต่หวังว่าป.ป.ช.จะเข้าใจทางเทคนิค ข้อแรกที่อยากให้ป.ป.ช.เชื่อ คือเห็นความจำเป็นว่าจะต้องทำ และเชื่อว่าด้วยความจำเป็นเร่งด่วนมันต้องใช้ระบบดีไซน์บิวท์ ถ้าเชื่ออย่างนี้ก็จะเป็นเหตุเป็นผล ถ้าไม่เชื่อก็ลำบาก แต่รัฐบาลก็เดินหน้าระบบนี้ตลอด เป็นไปไมได้ที่จะถอดโครงการ ถ้าถอดเป็นโครงการมีเป็นร้อยที่ต้องถอด แล้วก็ต้องจ้างบริษัทที่ปรึกษา แล้วก็ประมูล ก็จะมีสัญญา200สัญญา ซึ่งเป็นไปไม่ได้หรอก ถ้ายังงั้นต้องใช้เวลา 20-30ปี ประเทศไทยก็จะจมน้ำเหมือนเวียงกุมกามนะครับ" นายปลอดประสพ กล่าว

                       นายปลอดประสพ กล่าวอีกว่า ตนอ่านข้อเสนอของ ป.ป.ช. ไม่เข้าใจ เรียนตรงๆ ว่าแปลว่าอะไรมีความหมายว่าอะไรในส่วนของสัญญา คือ หมายถึงโมดูลหรือไม่ เพราะมี 9 โมดูลก็ 9 สัญญาจากเดิม 10 สัญญา แต่คงไม่ได้หมายความถึงสัญญาของการทำเขื่อนที่มี 23 สัญญา แล้วให้แยกเขื่อนละสัญญาเราคงไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน

                       ส่วนที่ข้อเสนอระบุว่าประธานกบอ.มีอำนาจมากเกินไป นายปลอดประสพ กล่าวว่า ไม่จริงหรอก ตนก็เป็นประธาน ก็มีกรรมการ ตัดสินใจก็รูปแบบของกรรมการ ต้องถามว่าประธานป.ป.ช.มีอำนาจต่างจากประธานกบอ.ยังไงกับคณะกรรมการ ตนก็มีอำนาจแบบนั้นเหมือนกัน

                       "ปานเทพกับปลอดประสพ เป็นประธานทั้งคู่ ผมก็ทำเหมือนกันทุกอย่าง ผมก็ไม่ได้ทำอะไรที่พิเศษไปกว่าปานเทพเป็นประธานเลย เปล่า ไม่ได้มีอะไรแตกต่างกัน ผมไม่ได้ตัดสินใจอะไรโดยไม่มีรูปแบบกรรมการ ที่จริงกรรมการผมใหญ่และกว้างขวางกว่าป.ป.ช.ตั้งเยอะ ผมมีร่วม30กว่าคนนะ ไม่ใช่มีแค่ 7-8 คนนะครับ" นายปลอดประสพ กล่าว