
ร้อยเรียง 'น่าน' ผ่านอักษร
ร้อยเรียง 'น่าน' ผ่านอักษร
จากความประทับใจในความเงียบสงบ และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คนใน จ.น่าน เมื่อครั้งมีโอกาสไปเยือนเมื่อปี 2552 เป็นดั่งมนต์สะกดให้นายใหญ่แห่งแบงก์รวงข้าว "ปั้น" บัณฑูร ล่ำซำ หลงเสน่ห์เข้าอย่างจัง จนเป็นที่มาของหนังสือจินตนิยายโรแมนติกอิงตำนานลานนาตะวันออก "สิเนหามนตาแห่งลานนา" นวนิยายเล่มแรกสะท้อนความเป็นตัวตน หลังจากได้สั่งสมประสบการณ์ชีวิตและบ่มเพาะมาครบ 60 ปี ซึ่งนับเป็นการเขย่าวงการวรรณกรรมไทย ที่มีนายธนาคารลุกขึ้นมาจับปากกาเขียนนิยายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
สถานที่จัดงานเปิดตัวหนังสือภายในห้องชมพูภูคา อาคารธนาคารกสิกร สำนักงานใหญ่ วันก่อน ถูกเนรมิตกลายให้เป็นบนรรยากาศแบบลานนาประดับประดาด้วยตุงกระดาษฉลุลวดลายหลากสีสัน "ปั้น" บัณฑูร เผยว่า หนังสือเล่มนี้ใช้เวลาเขียนนานถึง 1 ปี กับอีก 1 เดือน โดยมีจุดเริ่มต้นจากความพึงพอใจเมืองน่าน เมื่อครั้งที่เดินทางไปเมื่อ 4 ปีก่อน เพียง 1 วันกับ 1 คืน กับความสงบ ความสะอาด และความเรียบง่าย รวมไปถึงภูมิประเทศแบบภูเขาที่มีมากถึง 85 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งก่อนกลับยังมีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน ได้ศึกษาความเป็นมาของเมืองน่านจากนิทรรศการที่จัดแสดงไว้ และได้หนังสือติดมือกลับมา 1 เล่มชื่อ "เมืองน่าน อดีตที่คุณอาจไม่เคยรู้" เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับราชวงศ์ภูคาซึ่งไม่เคยได้ยินมาก่อน เมื่ออ่านแล้วรู้สึกทึ่งในประวัติศาสตร์ที่หลบซ่อนอยู่ จนกลายเป็นความผูกพันที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"จากความประทับใจครั้งนั้นเป็นที่มาให้เดินทางไปน่านอีกนับครั้งไม่ถ้วน เมื่อมาถึงวันนี้ที่อายุครบ 60 ปี จึงเกิดแรงบันดาลใจอยากเขียนนิยายที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเมืองน่าน ทั้งในภาคอดีตและปัจจุบัน โดยจินตนาการขึ้นมาล้วนๆ แต่ก็มีส่วนอิงประวัติศาสตร์ ผนวกกับข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ นิยายเรื่องนี้จึงไม่มีความถูกต้องเต็มที่ทางวิชาการประวัติศาสตร์ ทั้งในตัวบุคคล สถานที่ และเวลา แต่จะได้บรรยากาศแห่งลานนา สิ่งสำคัญคือนิยายเล่มนี้สามารถสะท้อนความเป็นตัวตนของผม หลังจากที่ได้สั่งสมและเพาะบ่มมาครบ 60 ปี ผ่านความคิดและการกระทำของตัวละครหลายตัวในเรื่องนั่นเอง" เจ้าของผลงานหนังสือบอกเล่าที่มาที่ไป
ทั้งนี้ นักเขียนหน้าใหม่เล่าถึงเนื้อหาในหนังสือเล่มดังกล่าวว่ามี 2 ช่วงเวลาขนานกันไป คือฉากแจ้ง และฉากเงา ระหว่างปฐมบทกับปัจฉิมบท รวมทั้งหมด 8 ฉาก โดยฉากแจ้งมีตัวเอกของเรื่องคือ รุ้งราตรี นางเอกของเรื่องที่เดินทางมาท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ในเมืองน่านภายในเวลา 7 วัน ส่วนฉากเงาเกิดขึ้นระหว่างปี พ.ศ.1835-1895 ตัวละครเอกคือ พระยาสุริยา และมะไฟ โดยฉากแจ้งและเงาจะวิ่งขนานกันไปไม่มีการวิ่งข้ามเวลามาเจอกัน แต่จะมีการสัมผัสกันนิดหน่อย ณ เส้นขอบของแดนสนธยาในช่วงเวลาที่จิตพาไป ซึ่งนับว่าเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรก เนื่องจากยังไม่เคยมีใครเขียนในลักษณะนี้มาก่อน ส่วนเทคนิคสำคัญของฉากเงาคือการใช้ภาษาเหนือ การเลือกใช้ศัทพ์บางคำเพื่อให้คนเข้าใจว่าอยู่ในช่วงอดีต บางคำออกแนวตลก แต่ได้อารมณ์ความเป็นลานนา ส่วนฉากอีโรติกก็จะค่อนข้างชัดเจดแต่มีการทำให้นุ่มนวลลงด้วย 2 เทคนิค คือ ทำเป็นกลอน และใช้ภาษาลานนาเข้ามาช่วย
สำหรับหนังสือ "สิเนหามนตาแห่งลานนา" จัดพิมพ์โดยบริษัท อัมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) จะวางจำหน่ายในวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ร้านนายอินทร์ และร้านหนังสือทั่วประเทศ ในราคา 369 บาท



