
เลื่อนขึ้นราคาแอลพีจีครัวเรือนไปก.ค.
'พลังงาน' เลื่อนขึ้นราคา LPG ครัวเรือนไปเดือนกรกฎาคม 56 เล็งนำระบบไอทีช่วยในการอุดหนุนผู้มีรายได้น้อย สั่งศึกษาแนวทางใช้บัตรรูดส่วนลดซื้อก๊าซ คาดใช้เวลา 1 เดือน
22 พ.ค. 56 นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จำเป็นต้องเลื่อนการขยับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือนออกไปอีก 1 เดือนจากเดือนมิถุนายนเป็นกรกฎาคม 2556 เนื่องจากข้อมูลการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยยังไม่เรียบร้อย ซึ่งกระทรวงกำลังศึกษาเรื่องการนำระบบไอทีมาใช้ เป็นแนวคิดให้แสดงรหัสผ่านหน้าจอเหมือนลูกค้าของโทรศัพท์มือถือ เพื่อขอรับสิทธิ์ซื้อก๊าซในราคาพิเศษที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐ เพื่อป้องกันการรั่วไหลและมีความรวดเร็วในการอุดหนุน
ส่วนเมื่อเลื่อนเวลาการปรับขึ้นราคาแล้ว ในเดือนถัดไปต้องขยับขึ้นมากกว่า 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม (กก.) เพื่อให้ราคาสิ้นปี 2556 เป็นราคา 24.82 บาทต่อกก.ตามมติ ครม.หรือไม่นั้น จะหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้ง ซึ่งในขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด โดยการเลื่อนการขึ้นราคาจะมีการนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อเสนอต่อ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และ ครม. ต่อไป
ทั้งนี้ ขณะนี้มีกลุ่มผู้มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตประมาณ 1.9 ราย จากที่มีประมาณ 5 แสนราย และกระทรวงยังเปิดให้ลงทะเบียนต่อเนื่อง โดยสาเหตุที่กลุ่มผู้ได้รับการอุดหนุนมาลงทะเบียนน้อย อาจเป็นเพราะแม่ค้า พ่อค้า อาจจะไม่ต้องการความยุ่งยากในการลงทุน และไม่ต้องการเสี่ยงหากมีการแจ้งแล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย เพราะต้องรับเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อเห็นว่าสามารถรับภาระจากการขึ้นราคาแอลพีจีเดือนละ 50 สตางค์ต่อกก.ต่อเดือน หรือ 6 บาทต่อถังเองได้ ก็มองว่าดีกว่ามาลงทะเบียน
ด้านนายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ ปตท.อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยหลังปรับขึ้นราคาแอลพีจี คาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือน ในเบื้องต้นกระทรวงพลังงานต้องการให้ช่วยเหลือผ่านทางการ์ด ซึ่งมองว่ายุ่งยาก เนื่องจากมีผู้ค้าแอลพีจีหลายราย ดังนั้น จะประสานกับผู้ค้ารายอื่นอย่างไร รวมทั้งจะต้องมีต้นทุนการจัดทำการ์ดให้แก่ประชาชนและต้องทำเครื่องรูดบัตรให้แก่ร้านค้ารายย่อยอีกด้วย
ขณะที่นายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) กล่าวว่า แนวทางช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ให้ ปตท. ศึกษาการใช้บัตรส่วนลดราคาแอลพีจี และการติดตั้งเครื่องรูดบัตรนั้น มองว่าเป็นแผนการที่ไม่สามารถใช้ได้จริง เพราะรูปแบบการซื้อก๊าซหุงต้มในครัวเรือน ไม่เหมือนกับการขับรถยนต์ไปเติมน้ำมันในสถานีบริการ ที่สามารถใช้บัตรรูดได้สะดวกสบาย เนื่องจากการซื้อก๊าซหุงต้มเป็นการโทรศัพท์มาสั่งที่ร้านแก๊ส แล้วร้านค้าก็จะนำถังก๊าซไปส่งถึงที่บ้าน ดังนั้น หากใช้ระบบส่วนลดที่ใช้การ์ดรูด จะเป็นการสร้างภาระให้แก่ผู้ประกอบการที่ต้องนำการ์ดกลับไปรูดที่ร้านอีกครั้ง และกลับมาคืนการ์ดให้ลูกค้าอีกครั้ง ซึ่งเชื่อว่าไม่มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการนี้แน่นอน
ดังนั้น การหาแนวทางชดเชยราคาก๊าซหุงต้มให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ภาครัฐจะต้องหารือกับผู้ค้าก๊าซฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้แนวทางที่ออกมาใช้ได้จริง ประชาชนได้รับความสะดวก และลดการรั่วไหลให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม มองว่าแนวทางที่ดีที่สุดก็คือการปรับราคาก๊าซหุงต้มให้มีราคาเดียว จึงจะเป็นการสร้างความเป็นธรรมได้มากที่สุด



